บทที่ 4 4
สตรีบนหลังม้าแม้ไร้เรี่ยวแรงแต่ก็แสนดื้อรั้นจนเขาเผลอคิดอยากจับนางเล่นสนุกบนหลังม้าตั้งแต่พบหน้า ยามราตรีนี้ล่วงเลยมาหลายชั่วยามแต่เขากลับยังรู้สึกอยากเล่นสนุกกับนางอยู่เช่นนี้
นางจะทำเช่นไร
ร่างอรชรเดินเข้ามายกไหสุราขึ้นริน เขามองมือที่สั่นจากการรับน้ำหนักของไหสุรา “มา เปิ่นหวางจะรินเอง เจ้ามานี่”
สิ้นคำ เหนียงไป๋ก็ตัวลอยถูกเขาเกี่ยวเอวเข้าจับวางลงบนตักโดย
ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านอ๋อง ท่าน!” นางอยากด่าแต่ก็กลัวดาบข้างตัวเขา มองชินอ๋องที่รินสุราใส่ปาก
“เจ้าบอกว่าดื่มสุราไม่เป็น”
เหนียงไป๋พยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกเขาดึงเข้าไปจูบแล้วป้อนสุราเข้าปาก นางหลุดจากเขาได้ก็สำลักสุราออกมารู้สึกแสบร้อนไปจนถึงลำคอ
เห็นจะจริงอย่างที่นางว่า ร่างของเหนียงเหนียงไม่เคยดื่มสุรา ดังนั้นเมื่อเขามองนางก็พบริ้วแดงพาดผ่านปรางแก้มเนียนที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้าไม่ได้โกหก”
“หม่อมฉันบอกพระองค์ไปแล้ว” เมื่อได้โอกาสนางก็รีบว่าต่อ “คราวนี้ท่านอ๋องจะปล่อยหม่อมฉันได้หรือยัง”
“เจ้าบอกว่าจะปรนนิบัติเปิ่นหวาง”
ที่นางบอกหมายถึงรินสุราไม่ได้บอกว่าจะปรนนิบัติอย่างอื่น คิดสิเหนียงไป๋ว่าจะทำเช่นไรไม่ให้เขาลากนางไปให้แร้งกิน
สนมนับพันนางยังเอาชนะมาได้ นางไม่เชื่อว่าแค่อ๋องมากตัณหา
ผู้หนึ่งนางจะเอาชนะไม่ได้ เมื่อคิดปลอบตัวเองได้แล้วนางก็หันมาทาง
ชินอ๋อง
“เหนียงเหนียงเป็นสตรีในห้องหอ ไม่เคยถูกบุรุษแตะต้อง ท่านอ๋องโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย”
“อันว่าสตรีก็ยังเป็นสตรีวันยังค่ำ เปิ่นหวางจะดูว่าเจ้าจะเสแสร้งได้อีกสักกี่น้ำ”
หาว่านางโป้ปด ช่างรู้ความคิดนางนัก แต่ในเมื่อเล่นละครแล้วนางจะหยุดแค่ครึ่งทางได้เช่นไรว่าแล้วก็ก้มหน้าลงเอียงอาย พยายามทำตัวเป็นสตรีแรกแย้มให้มากที่สุด
“เหตุใดพระองค์จึงพูดเช่นนั้น หากบิดามารดาหม่อมฉันมาได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดว่าหม่อมฉันไม่เชื่อฟัง อันว่าสี่คุณธรรมสามคล้อยตามของสตรีหม่อมฉันมิได้ขาดตกบกพร่อง”
“เปิ่นหวางเห็นว่าหากเจ้าดีอย่างปากพูด ก็คงไม่มาโต้เถียงเปิ่นหวางเช่นนี้ เวลานี้คงเปลื้องผ้าอยู่บนเตียงรอทำหน้าที่อย่างที่พูด”
คนหยิบยกสี่คุณธรรมสามคล้องตามขึ้นมาไปไม่เป็น ใครว่าเขาหยาบคายมากตัณหาแต่เพียงอย่างเดียว ยังฉลาดตามทันนางเสียด้วย
“อันว่าสตรีที่ดีก็ควรทำทุกอย่างตามคุณธรรม หรือท่านอ๋องไม่สนใจเรื่องนี้”
“อันว่าสตรีทั่วไปนั้นย่อมมีทางเลือกแต่สตรีบรรณาการเช่นเจ้า
หามีสิทธิ์เลือกไม่”
คนเป็นของบรรณาการได้ยินคำนี้แล้วให้รู้สึกเจ็บหัวใจ ชาติก่อนนางไม่ยอมเลือกเป็นของบรรณาการเขา พอได้ย้อนเวลามาใหม่ก็ตกเป็นของบรรณาการอยู่ดี
สรุปแล้วนางกับเขาหนีกันไม่พ้นใช่ไหม
คนที่กำลังจะพูดแย้งมองเห็นเจ้าแมวขนฟูเดินเข้ามา คงเพราะเห็นเป็นเพียงแมวจึงทำให้ไม่มีใครสนใจหรือระวังเจ้าแมวนรกนี่เลยแม้สักนิด
“ท่านอ๋องเลี้ยงแมวด้วยหรือเพคะ” แมวนรกที่ว่าขนฟูขู่ขึ้นมาทันที ทำให้เจ้าของกระโจมหันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเกลียดสัตว์เลี้ยงที่สุด โดยเฉพาะแมว
แต่ตอนนี้แม่นางน้อยเหนียงเหนียงกลับลงจากตักเขา ตรงไปอุ้มเจ้าขนฟูขึ้นมาทำท่าจะเดินมาทางเขา
“หยุด”
เหนียงไป๋มองสีหน้าชินอ๋องจากนั้นบุรุษตัวโตก็ลุกขึ้นแล้วเรียกองครักษ์ด้านนอก “จงหลุน เจ้ามาพามันออกไป”
จงหลุนองครักษ์มือขวามองไปยังเจ้าขนฟู “ขอมันให้ข้าด้วย”
หากปล่อยไปเช่นนี้แม้แต่วิญญาณก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว มีหรือที่นางจะยอมให้ความต้องการของชินอ๋องสำริดผล เหนียงไป๋หันมองคนด้านหลัง ก่อนมองคนด้านหน้า พวกเขากลัว กลัวอะไร?
เหนียงไป๋ก้มลงมองเจ้าแมวนรกก่อนจะมองสีหน้าชินอ๋องอีกครั้ง เขากลัวแมว ส่วนองครักษ์กลัวตายเพราะปล่อยให้แมวเข้ามา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นางก็ยิ่งกอดแมวไว้แน่นกว่าเดิม
“แมวตัวนี้น่ารักมากเพคะ หม่อมฉันขอเลี้ยงไว้ได้ไหม” นางหลุบตาลงมองแมวในอ้อมแขน ยกตัวมันขึ้นแล้วเรียก เสี่ยวม่าน
เสียงแมวร้องเหมียวค้าน ตั้งชื่อให้เสียเสร็จสรรพ แต่กลับตั้งชื่อเสี่ยวม่าน ไม่เห็นเขาเป็นบุรุษแล้วใช่หรือไม่!? พาเขาไปลงนรกอีกรอบเถอะ! ทว่ามีหรือที่นางจะฟัง การตั้งชื่อแมวตัวผู้เป็นด้วยชื่อผู้หญิงเช่นนี้ไม่ใช่น่าสนใจหรอกหรือ ช่างน่าสนุกเสียนี่กระไร
ว่าแล้วก็กอดแมวอีกครั้งจากนั้นเดินไปหาชินอ๋อง แต่แมวปีศาจเหมือนรู้ทันมันรีบกระโจนหนีออกจากอกทันทีเมื่อนางเดินไปถึงตรงหน้าอ๋องปีศาจ ชายหนุ่มเองก็มองนางกลับมาจากนั้นก็...
“ฮัดชิ้ว!”
อืม เขาแพ้แมวจริง ๆ ด้วย แถมยังแพ้ไม่หยุดอีก ตอนนี้นางรู้สึกรักแมวนรกขึ้นมาจริง ๆ ว่าแล้วก็รีบหันไปหยิบคอแมวขึ้นมาอุ้มเหมือนเดิม
ฟงลี่บุรุษคุ้มแดนปีศาจมองนางอย่างขบเขี้ยว อดไม่ได้ที่จะนึกสบถในใจ ใครใช้ให้เขาทำคุณบูชาโทษกับสตรีเช่นนาง
เมี๊ยว เสียงแมวร้องประท้วงอีกครั้งทำให้ทุกคนหันมอง ก่อนจะมีเสียงเหี้ยมของเจ้าของกระโจมตามมา “พามันออกไปหากยังอยากให้มันมีชีวิตอยู่”
นางไม่พาออกแน่ เจ้าตัวนี้จะตายก็หาใช่ธุระของนางไม่ คนได้ยินความคิดเงยหน้ามองสตรีที่อุ้มอยู่จึงพยายามดิ้นให้หลุดจากมือแต่นางก็กอดรัดแน่นไม่ยอมปล่อยเช่นกัน ดวงหน้างดงามแสร้งแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาทีหนึ่ง
