บทที่ 5 5
“ชินอ๋องได้โปรดละเว้นชีวิตมันด้วย สัตว์ตัวเพียงเท่านี้หาได้ทำอันตรายกับผู้ใดไม่ เหตุใดพระองค์จึงได้รังเกียจมันเช่นนี้”
สีหน้าเขาบอกว่ารังเกียจที่ไหน บอกว่ากลัวมากกว่า นางไม่คิดเลยว่าบุรุษฆ่าคนนับหมื่นนับแสนกลับกลัวแมวตัวเล็กเพียงเท่านี้
เสี่ยวม่านเจ้าอย่าได้คิดหนีเด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนีเจ้าก็ตาย
ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาตายด้วยกันเถอะ
“เหนียงไป๋ หากข้าตายเจ้าก็ตายด้วย เจ้ารู้หรือไม่”
เสียงนี้ไม่เบาเลยในสมองของนาง มันทำให้นางก้มลงมองแมวในอ้อมแขนทันที แล้วฟังแมวที่ว่าพูดต่อ
“ตอนนี้ดวงจิตของเจ้าผูกติดเอาไว้กับข้า เมื่อใดที่ข้าตายนั่นหมายความว่าชีวิตใหม่ของเจ้าในภพนี้ก็ต้องจบลงเช่นกัน”
คราวนี้นรกของจริงสิไม่ว่า เมื่อเสียงชินอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงโมโหมากกว่าเดิม “จงหลุนเอามันออกไป!”
คราวนี้นางไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะหากแมวรอดนางก็มีโอกาสรอด เสี่ยวม่านไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงนางกับบุรุษตัวโต เขามองนางด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมสองมือบีบแขนนางจากนั้นก็โยนลงบนเตียง
“เปิ่นหวางเสียเวลากับเจ้ามามากแล้ว ถึงเวลาเจ้าต้องทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว”
ข้าให้เวลาท่านหลายเดือนก็ได้มันไม่ใช่เรื่องหนักอะไร งานหนักงานเบานางก็พร้อมสู้ แต่ต้องไม่ใช่กับการช่วยอุ่นเตียงเช่นนี้ ท่านช่วยเลือกคนอื่นแทนก่อนได้หรือไม่!
แต่เขาหรือจะฟัง บุรุษตรงหน้าถอดชุดเกราะเบื้องล่างออกหมดแล้ว บัดนี้เหลือเพียงเสื้อชั้นในกับหน้ากากเงินที่ยังคงมีติดกาย
“หม่อมฉันเนื้อตัวสกปรก ดูสิเพคะขนแมวเต็มไปหมด” ว่าแล้วก็
ลุกขึ้นสะบัดใส่คนตรงหน้า
ชินอ๋องที่ไม่ทันตั้งตัวรีบถอยหลังแล้วไปจามอีกหลายรอบ นางช่างน่านักเขาชักจะหมดความอดทนแล้ว “เด็ก ๆ เตรียมน้ำ เปิ่นหวางจะอาบน้ำแช่ตัว ปลดเสื้อผ้าให้นางด้วย”
มีหรือที่เขาจะหลงกลและมีหรือที่นางจะรอด จากบนเตียงก็เคลื่อนตัวไปยังอ่างน้ำที่นางเห็นตอนแรก
ไม่รู้แบบไหนถึงจะเรียกว่าดีกว่ากัน ท่านมีสตรีมากมายเหตุใด
ไม่เลือกคนอื่น นางมีสิ่งใดให้ต้องตากัน
อันว่าศึกย่อมทำสงครามยาวนาน เช่นเดียวกับราตรีนี้ที่นางยังต้องสู้กับเขาไปอีกทั้งคืน
ชุดของนางที่ถูกขนแมวถูกนำไปเผาแล้ว บัดนี้เหลือเพียงชั้นในผืนบางสีขาวหยาบกระด้าง ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่คนแล้วที่ได้สวมใส่มัน อยู่ ๆ ก็นึกรังเกียจบุรุษมักมากตรงหน้าขึ้นมา
“เจ้าจะลงมาหาเปิ่นหวางดี ๆ หรือให้เปิ่นหวางลากเจ้าลงมา”
ไม่ต้องขู่ นางก็กลัวจนจะตายได้อีกรอบแล้ว ท่านก็เลิกทำเสียงเหมือนพร้อมจะยกมีดดาบขึ้นมาฟันนางตลอดเวลาเสียที
“เหนียงเหนียง” เสียงลากต่ำทำให้นางแทบจะถอยหลังกลับ
ไม่อยากสู้แล้ว แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยจังหวะที่นางจะถอยหลัง เขาลุกขึ้นทั้งสภาพร่างเปลือยเปล่าทำให้นางมองเห็นอาวุธของเขาเต็มตา มือเขาดึงแขนนางลงมายังอ่างน้ำ ดึงรั้นนางเอาไว้แล้วก้มลงซุกตรงซอกคอ
คิดว่าคืนนี้นางคงเสร็จเขาแน่ นางจะขัดขืนอาวุธที่ว่าได้สำเร็จหรือจะยอมพลีกายกับอาวุธที่ว่าดี เพราะหากคำนวณขนาดของมันแล้ว ฮ่องเต้เฉินตี้ช่างห่างชั้นนัก
คนหลงอาวุธสะบัดความคิดยังไงนางก็ต้องหวงร่างกายนี้เอาไว้
เพื่อจะได้ไปยังแคว้นหลุนอิงเพื่อคัดเลือกนางสนม พอคิดถึงความแค้นที่ยังคงติดแน่นนางก็รีบสะบัดตัวหนี คนที่ถูกขัดอารมณ์เงยหน้าขึ้นมา บีบคางเอาไว้แน่นจนนางเผลอนิ่วหน้า
นางเชื่อว่าหากเขาทำแบบนี้บ่อย ๆ กระดูกนางคงแหลกคามือเขาใจสักวันเป็นแน่ เมื่อคิดได้ว่าไม่ดีแน่แล้วนางจึงได้เอ่ยออกไป “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ทำศึกมานานก็ควรให้คนรู้งานปรนนิบัติ”
“เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองไม่ดีพอ”
“หม่อมฉันเป็นสตรีในจวน เรื่องอย่างว่าไม่เคยเรียนรู้ หากเป็นเช่นนี้แล้วอาจทำให้ชินอ๋องไม่พอใจ ไม่สู้ให้สตรีที่เก่งกาจเรื่องเช่นนั้นมาปรนนิบัติพระองค์ไม่ดีกว่าหรือ”
มุมปากคนในหน้ากากยกยิ้มอย่างนึกสนุก “เปิ่นหวางเห็นว่าดี
จงหลุนนำพวกนางเข้ามา”
หา! เหนียงไป๋มองไปยังสตรีที่ทยอยเดินเข้ามา ทุกนางล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น สตรีเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยจริต เมื่อมาถึงก็ถอดเสื้อผ้าแล้วลงน้ำทันที
“ถ้าชินอ๋องมีคนปรนนิบัติแล้ว หม่อมฉันขอกลับไปอยู่ในคุกต่อ
นะเพคะ” ตอนนี้นางเริ่มคิดว่าคุกปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่มีหรือปีศาจเช่นเขาจะยอมปล่อยนางไป
“เจ้าจะรีบไปไหน ในเมื่อยังไม่เคยเห็น ไม่เคยเรียนรู้ เช่นนั้นก็ดูให้เต็มสองตาเสีย”
เหนียงไป๋มองชินอ๋องที่หน้าหนาไม่นึกอาย ปล่อยให้หญิงสาวเหล่านั้นแสดงวิชาความรู้ให้นางเห็นอย่างใจกว้าง ท่าทางบางกระบวนท่าแม้นางจะเคยทำแต่บางท่านั้นนางไม่เคยเห็น
บุรุษปีศาจหันมามองนาง ก่อนดึงรั้นแล้วลากนางไปผูกไว้กับเตียงโดยไม่มีโอกาสแม้ให้ได้ตั้งตัว
“ต่อจากนี้เจ้าอย่าได้กระพริบตาสักนาทีเชียว”
ท่านวิปริตไปแล้ว นางที่คิดจะเล่นกับเขาทีแรกต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ บุรุษคนนี้ไร้ใจ โหดเหี้ยมอัมหิต นั่นคือเรื่องจริง หาใช่คำร่ำลือ ยิ่งนางหน้าซีดปากสั่นเขาก็ยิ่งหัวเราะ ตอนนี้นางรู้สึกโชคดีที่ภพชาติก่อน
ไม่เลือกเป็นของเล่นของเขา
แต่ในเมื่อเกิดมาใหม่อีกครั้ง ท่านก็อย่าหวังว่าข้าจะยอมขึ้นเตียงด้วย!
