บทที่ 6 6

เสียงกระเซ้าทั้งราตรีทำให้นางไม่อาจข่มตานอนได้ลง บุรุษผู้นี้

ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย จวบจนตะวันขึ้นพ้นยอดเขา เขาจึงได้หยุดพักแล้วนอนลง

“ปลดเชือกให้นาง ให้นางปรนนิบัติเช็ดตัวให้เปิ่นหวาง”

นางอยากจะบ้าตาย ต้องให้ได้สักทางสินะ จะปล่อยนางเป็นสุขสักวันไม่ได้เชียวหรือ กลิ่นกามลอยฟุ้งไปทั่วสตรีที่ปรนนิบัติเขาแม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่อาจอยู่ต่อได้

ดังนั้นไม่ถึงหนึ่งเค่อสิ่งกีดขวางที่กระจัดกระจายอยู่เต็มห้องก็ถูกเก็บจนหมดราวไม่เคยเกิดศึกหนักหนาในราตรีที่ผ่านมา นางหันมองอ่าง

สีทอง เหนียงไป๋มองเขา ในใจได้แต่นึกบ่น ท่านทำศึกหนักถึงเพียงนี้ ข้าว่าท่านอ๋องเชิญลงน้ำอีกรอบจะดีกว่า จะให้นางเช็ดตัวไปเพื่ออะไรกัน เกิดเจ้าอาวุธที่ว่าขึ้นพร้อมสู้อีกครั้ง ใครจะช่วยนางได้ สตรีที่ว่าก็หมดกระบวนท่า

ไม่เหลือสิ่งใดให้เขาตักตวงแล้ว

มือนางวางผ้าลงในอ่างทองเหลือง บิดชุบน้ำขึ้นมาพอหมาด มองร่างสูงนอนนิ่งรอให้นางเข้าไปปรนนิบัติ ส่วนนางก็เริ่มจากใบหน้าเขาก่อน

สิ่งใด

“ชินอ๋องท่านจะถอดหน้ากากได้หรือไม่”

รังสีเยือกเย็นบาดลึกในความรู้สึกทันทีที่ดวงตาคู่นั้นเลื่อนมองมา

ดูเอาเถอะตลอดทั้งราตรีเขาหาได้ถอดออกมาช่างแปลกประหลาดนัก หรือหน้าตาเขาจะอัปลักษณ์ถึงขนาดดูไม่ได้ ไม่ได้การนางเปลี่ยนคำใหม่แล้วกัน

“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะเริ่มเช็ดที่ลำคอเพคะ”

นางรู้จักเอาตัวรอด สตรีเบื้องหน้าเขาตอนนี้หาได้ไร้ปัญญาแต่กลับฉลาดหลักแหลมทั้งยังเจ้าเล่ห์ไม่เบา ต่างจากสิ่งที่เขาได้ยินมาว่าเหนียงเหนียงบุตรีของที่ปรึกษาตู่จางอ่อนแอไร้สมองโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้สตรีบอบบางที่ว่าวางผ้าที่ชุบน้ำเย็นขึ้นมาเช็ดลำคอเขา

มือบางทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังคล้ายกับเคยปรนนิบัติบุรุษมาก่อน

นางกำลังโกหก

เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังถูกเล่นงาน ฝ่ามือหนาก็คว้ามือบางไว้แน่นแล้วดึงร่างนางเข้ามาประชิดตัวทันที

“ท่านอ๋อง พระองค์...” ดวงตานางตื่นตระหนกแต่ในใจกำลังก่นด่าไปห้ารอบแปดรอบ อย่าบอกว่าท่านจะใช้อาวุธอีกเหตุใดท่านไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเสียบ้าง

ดวงตาคมมองลงไปยังสตรีตรงหน้า ดวงตานางช่างเสแสร้งแกล้งทำได้แนบเนียนยิ่งนัก แนบเนียนเสียจนเขาตามไม่ทัน ส่วนคนถูกมองตาก็ก้มหน้าลงแล้วเอ่ย

“หม่อมฉันทำให้ท่านอ๋องไม่พอพระทัยหรือเพคะ”

ไม่เลยนางไม่ได้ทำอะไรให้ไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เขารู้สึกหงุดหงิดกับนางทุกเวลา ยิ่งนางพูดเขาก็ยิ่งหงุดหงิดโดยไร้สาเหตุ

“เสียดายที่เปิ่นหวางเหนื่อยแล้ว”

ท่านพูดว่าเหนื่อยก็สมควรแล้ว ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหากเขา

ไม่เหนื่อยก็เป็นปีศาจมาเกิดแล้ว อาจเพราะนางดีใจมากไปจึงเผลอแสดงแววตาดีใจออกมาวูบหนึ่ง ส่งให้คนที่จับตามองดูอยู่รู้สึกแปลกใจ “เจ้า

ไม่อยากขึ้นเตียงกับเปิ่นหวางรึ”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ทำให้นางถูกกดลงพื้นเตียงส่วนตัวเขากลับลุกคร่อมขึ้นมาบนตัวนางในสภาพพร้อมรบ ฝ่ามือที่ทั้งกร้านทั้งหนักบีบคางของนางแน่น ก่อนเอ่ยเน้นย้ำ “เจ้ารังเกียจเปิ่นหวาง”

รังเกียจเป็นคำที่เก็บซ่อนความเจ็บปวดส่วนลึกในใจเขา ยิ่งเห็นว่านางไม่อยากร่วมเตียงกับเขา เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ มือที่ว่างอีกข้างก็หันมาฉีกเสื้อผ้านางจนขาดวิ่น

“ชินอ๋อง! ท่านกล่าววาจาผิดแล้ว! หม่อมฉันไม่ได้รังเกียจ!!”

เสียงหัวเราะขำจากอีกฝ่ายดังขึ้น ก่อนจะหยุดมือที่ฉีกเสื้อผ้าของนางจนไม่เหลือสภาพนั้นลง “ไม่ได้รังเกียจ? ถ้าเช่นนั้นก็จงมองเสียให้

เต็มตา”

หา! ได้ยินมาว่าหากผู้ใดมองเห็นใบหน้าเขา คนผู้นั้นก็จะไม่ได้เห็นตะวันของวันรุ่งขึ้นอีกต่อไป หากนางได้เห็นไม่เท่ากับว่านางจะต้องตายหรอกหรือ! เมื่อเห็นมือเขาจับที่หน้ากากนางจึงได้รีบปิดตาแล้วพูดปลอบปีศาจต่อ

“ชินอ๋องโปรดพระทัยเย็นก่อน อันว่าใบหน้าแท้จริงของท่านสูงส่งนัก หม่อมฉันไม่บังอาจมองได้” ขืนมองนางก็ตายเรื่องอะไรนางจะหาเรื่องใส่ตัว

มือนางปิดแน่น แต่ไม่ทันไรก็ถูกบังคับดึงออกทั้งสองข้าง “ลืมตา”

เสียงทุ้มแหบสั่ง สั่งแล้วนางจะทำอย่างที่เขาต้องการหรือ? ไม่มีทาง!

“หาไม่แล้วเปิ่นหวางจะควักตาเจ้า จากนั้นก็ผูกเจ้ากับเตียง เล่นกับเจ้าทุกคืน เปิ่นหวางต้องการสตรีตาบอดพอดี”

จะมาต้องการสตรีตาบอดตอนนี้ทำไม เหนียงไป๋จำใจต้องยอมลืมตาอย่างที่เขาต้องการ นางลืมตาขึ้นมาเพียงนิด แล้วเอ่ยต่อรองต่อ

“หากหม่อมฉันเห็นใบหน้าพระองค์แล้ว พระองค์จะละเว้นชีวิตหม่อมฉันได้หรือไม่”

นางถามไปแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบ นางที่เห็นทีว่าคงไม่ได้คำตอบแล้วจึงปิดตาลงให้สนิทอีกรอบคล้ายต่อรองว่าหากท่านไม่รับปากก็เชิญมีสตรีตาบอดคอยปรนนิบัติเสียเถอะ

ชินอ๋องมองสตรีดื้อรั้นตรงหน้า แม้ใกล้ตายอยู่แล้วก็ยังอยากมี

ชีวิตอยู่ “ได้”

ได้ นางได้ยินคำว่าได้ใช่ไหม “ลืมตา เปิ่นหวางรับปากว่าจะละเว้นชีวิตเจ้า”

ดีจริง ๆ อย่างน้อยเขาก็รับปากนาง ว่าแล้วเหนียงไป๋ก็หรี่ตาลืมมองเขาทีละนิด ภาพเงาสีขาวค่อย ๆ ปรากฏตรงหน้า เมื่อนางมองเห็นเขาเต็มตาก็พบว่าใบหน้าของเขาปรากฏรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขอบตาซ้ายจนถึงคางสามเส้น แผลที่ว่าเป็นรอยนูนสีแดงเด่นชัดแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือนางมองเห็นดวงตาเขาที่เป็นสีฟ้าราวหมาป่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป