บทที่ 7 7
“สวย” นางเผลอพูดความในใจทำให้คิ้วของคนถอดหน้ากากขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าพูดอะไร”
“ดวงตาท่านอ๋องสวยมากเพคะ” นางพูดความจริง ไม่ได้พูดเพราะกลัวตาย แม้ตอนแรกจะตกใจกับรอยแผลแต่เมื่อใดที่มองไปยังดวงตาของเขาก็พบว่ามันช่างงดงามจนแม้แต่รอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวนั้นก็ยังสามารถมองข้ามไปได้
“เจ้าก็แค่กลัวเปิ่นหวางควักลูกตา”
นางหันมองปีศาจดื้อรั้นตรงหน้าอีกครั้ง “หม่อมฉันพูดความจริง พระองค์ก็หาว่าพูดปด เช่นนั้นก็ตัดลิ้นหม่อมฉันเถอะ” เพราะนอกจากท่านจะได้สตรีตาบอดแล้วท่านจะได้สตรีใบ้ด้วย
ไม่รู้ว่าอ๋องปีศาจคิดสิ่งใด ร่างสูงนั้นล้มตัวลงนอนอีกด้านหนึ่ง หลับตาลงแล้วพูดเหมือนเบื่อหน่ายชีวิต “เปิ่นหวางเหนื่อยแล้วเจ้า ออกไปได้”
พอได้ยินว่าออกไปได้ นางก็ดีใจจนถึงขีดสุด กำลังจะก้าวเท้าออกไปดวงตาของเขาก็กลับลืมเปิดขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ดีกว่า เจ้านอนเป็นเพื่อนเปิ่นหวางแล้วกัน”
หา! เหนียงไป๋ถูกเขาดึงไปนอนกอดทำเหมือนนางเป็นหมอนข้าง จากนั้นอ๋องปีศาจก็หลับตาลงอีกครั้ง นางมองบุรุษหน้าตายตรงหน้าช่าง
ไม่เกรงฟ้าเกรงสวรรค์ กล้ากอดนางทั้งที่ตัวเองเปลือยเปล่า ส่วนนางก็ถูกกอดรั้นจนแทบหายใจไม่ออก
ดวงตานางมองไปยังรอยแผลเป็นบนใบหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่าอ๋องปีศาจ อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าเขาก็หาได้น่ารังเกียจอย่างที่เขาพูดกันไม่ เพียงแต่เขาเป็นถึงชินอ๋อง เป็นองค์ชายที่ควรจะมีสิทธิ์ในบัลลังก์ แต่กลับไม่อาจได้ครองเพราะไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงได้
สามปีต่อจากนี้เขาจะกลายเป็นแม่ทัพปีศาจ เหยียบก้าวไปที่ใด
ที่นั่นก็ล้วนตกเป็นของเขา เวลาที่นางจากมานั้นเขากำลังล้อมแคว้นเฉินตี้อยู่ เมื่อบิดานางพ่ายแพ้ นางก็ถูกลงโทษอย่างเลือดเย็นก่อนจะถูกส่งมอบเป็นของบรรณาการแก่เขา
วันเวลาหมุนเวียนย้อนกลับมาอีกครั้งไม่นึกไม่ฝันว่าเขากับนางจะทำกรรมร่วมกันมาจึงได้มาพบกันเช่นนี้ แต่ถึงคิดอย่างนั้นนางก็ไม่อยากร่วมลงนรกไปกับเขาอยู่ดี
หากมีโอกาสก็หนีไปเสียจะดีกว่า เหนียงไป๋มองคนที่หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ คิดว่าตอนนี้เขาอาจจะหลับลึกไปแล้ว แล้วจะมีเวลาไหนเหมาะจะหนีไปกว่าเวลานี้อีก นางจึงได้ตัดสินใจค่อย ๆ ยก แขนของเขาออกอย่างเบามือ
แต่ขอโทษ ยกหนึ่งครั้งมือเขาก็ตกลงมารั้นนางไว้แน่นกว่าเดิม
ยกสองครั้งเขาก็ดึงร่างนางเข้าไปแนบแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม จนเมื่อนางพยายามยกอีกครั้งก็ถูกขาเขาพาดขึ้นมาบนตัว อาวุธที่ว่าแนบลงกับน่องจนรู้สึกได้
คงเพราะไม่อาจหลุดจากเงื้อมมือเขาได้ นางที่สู้มาหลายเค่อจึงได้เหนื่อยจนหลับผล็อยไป ก็ใครใช้ให้เมื่อคืนนางไม่ได้นอน เอาไว้คิดอีกครั้งว่าจะหนีอย่างไร ตอนนี้ขอหลับเอาแรงเสียก่อน
เมื่อนางหลับสนิทดวงตาที่เพิ่งถูกเอ่ยชมว่างามไปก็เปิดขึ้นมองสตรีเบื้องหน้า ยังจดจำคำที่นางพูดได้ “ดวงตาท่านอ๋องสวยมากเพคะ”
ไม่เคยมีใครพูดเช่นนี้กับเขามาก่อน ของบรรณาการชิ้นนี้น่าสนใจ
ไม่น้อย จากที่เคยคิดจะลากขึ้นเตียงระบายอารมณ์จากสงคราม ตอนนี้เขาก็เกิดอยากเก็บนางไว้เลี้ยงดูเล่นเสียแล้ว
เหนียงไป๋รู้สึกรำคาญสิ่งรบกวนการนอนตอนนี้นัก...
นางกำลังหลับสบายเหตุใดต้องมากวนนาง “ชิวอิ้ง เจ้าเอาผ้าห่มไปซักด้วย แมลงอะไรไม่รู้กำลังกัดข้า”
นางละเมอพูดออกมาทั้งที่ไม่ได้สติดี ส่วนแมลงที่ว่าตอนนี้กำลังกัดตรงซอกคอก็เงยหน้ามามองคนขี้เซา ว่าแล้วมือแมลงก็ค่อย ๆ ปลดเสื้อชั้นนอกออกจากนั้นก็ก้มลงกัดต่อ
“ชิวอิ้ง เจ้าอยากโดนข้าทำโทษไปอยู่ท้ายวังหรือไง เหตุใดถึงได้ทำงานบกพร่องจนทำให้แมลงกัดข้า”
ท้ายวัง! หูเขาฝาดไปหรือเปล่า ชินอ๋องเงยหน้ามองคนขี้เซา ใช้มือเกาตรงรอยที่เขากัด “เจ้าบอกท้ายวัง เจ้าเคยอยู่ในวัง”
เสียงนั้นทำคนขี้เซาลืมตาอย่างตกใจ ก่อนจะใช้มือผลักเขาออก
จากตัว ตะโกนออกไปสุดเสียง “ท่านทำอะไร!!!”
ท่านอ๋องที่ว่าตอนนี้ไม่ได้ขยับตามแรง อีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งราวกับแรงที่นางใช้เมื่อครู่เป็นเพียงลมวูบหนึ่ง “เจ้าบอกว่าท้ายวัง เมื่อก่อนเจ้าเคยอยู่ในวังใช่ไหม”
ถ้าเคยอยู่ในวังก็ไม่เท่ากับว่านางเคยเป็นสนม แต่กฎของแคว้น
หลุนอิงมีสตรีที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่ได้ออกมา เพราะฮ่องเต้หลุนอิงอำมหิตเลือดเย็น ชอบเล่นทรมานกับสตรีนับพับ กลางคืนไม่หลับไม่นอนวิ่งแอบซ่อนก่อนจะเชือดทิ้งเมื่อพบเจอ
คิดว่านางตัวเล็กถึงเพียงนี้คงไม่รอดตั้งแต่ราตรีแรกที่เหยียบเข้าวัง หรือเพราะนางเป็นบุตรีของที่ปรึกษาตู่จาง จึงได้สิทธิพิเศษ?
“เปิ่นหวางถาม เหตุใดไม่ตอบ หรือไม่อยากมีลิ้นแล้ว”
เขาพูดเสียงเรียบแต่ทุกคำกลับล้วนเป็นคำขู่ นางที่เดี๋ยวถูกขู่ตัดลิ้นบ้างควักลูกตาบ้างตอนนี้เริ่มจะชินเสียแล้ว
“ชินอ๋องอย่าได้เอาความฝันของหม่อมฉันมาใส่ใจให้มากเลยเพคะ” เมื่อหาทางออกไม่ได้นางก็โยนให้ความฝันเสีย
“เจ้าอยากเป็นสนม”
นางไม่ได้อยากเป็นสนม แต่อยากเป็นสตรีเหนือคนเหนือบุรุษเพื่อลากพวกมันทุกคนที่ทำร้ายนางลงนรกไปด้วยกัน
“ก็แค่ความฝัน พระองค์อย่าได้ใส่ใจ”
ในเมื่อไม่อยากพูดคนถามก็ไม่คิดเซ้าซี้ แต่ยังไงก็ต้องสืบเรื่องนี้ให้ชัดเจน แม้เขาจะนิยมสตรีแต่ก็ไม่ได้อยากใช้ของร่วมกับคนอื่น โดยเฉพาะตาเฒ่าหลุนอิงนั่น
“แล้วพระองค์กำลังทำอะไร”
