บทที่ 1 บุญคุณต้องทดแทน

“ดาหวันหลานสาวของผมเอง ผมรับประกันได้ว่านายท่านจะได้ของสดใหม่ไร้มลทิน”

บุญเสริมแนะนำหลานสาวด้วยความกระตือรือร้น ชายหนุ่มตรงหน้าเลื่อนตามองดาหวัน เยือกเย็นแต่แฝงความร้อนแรง ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าแม้อายุยังน้อยแต่โครงหน้าความงดงามกลับชันเจน ชายหนุ่มรู้ในทันที เมื่อเธอเติบโตจะต้องเป็นสาวงามสะคราญเมืองที่หนุ่มน้อยใหญ่ใฝ่ฝันหา

ช่างหน้าเสียดาย บุคคลในครอบครัวกลับผลักไสเธอออกไป ชีวิตช่างรันทดน่าสงสาร ราเชนทร์หาใช่คนโอบอ้อมอารีไม่ ลูกหนี้ของเขามีไม่น้อยที่ส่งสาวงามมาขัดดอก หากทว่าเขาไม่เคยถูกใจใครมากขนาดที่มองอย่างพิจารณาซ้ำกันไปมาหลายครั้งแบบนี้

เกิดความรู้สึกอยากได้ดาหวันมาอุปการะขึ้นมา

และเธอคือผู้หญิงคนแรกที่กล้าจ้องตาเขาอย่างนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ความโหดร้ายในชีวิตหล่อหลอมให้เธอหลายเป็นคนเย็นชาไปแล้วหรืออย่างไร แน่นอนว่ามันต้องใช่ ราเชนทร์คิดไม่ผิด

บุญเสริมกระยิ้มกระย่องเมื่อเห็นราเชนทร์มองหลานสาวของตนอย่างให้ความสนใจ

“แน่ใจเหรอที่นายจะยกเธอให้ฉัน”

“แน่ใจครับ แน่ใจมาก เอาดาหวันไว้ก็ไม่มีประโยชน์ สู้ขายแล้วเอาเงินมาใช้ไม่ดีกว่าเหรอ พ่อแม่มันตายจากทิ้งเอาไว้ให้เป็นภาระ เลี้ยงไปก็มีแต่เสียเงินเสียทอง ดาหวันไร้ประโยชน์กับผมมากจริงๆ ผมอยากให้นายท่านเห็นใจคนแก่อย่างผมที่อยากมีความสุขบั้นปลายชีวิต รับภาระของผมไปดูแลด้วยเถอะครับ อย่างนี้เห็นจะเป็นประโยชน์กับนายท่านมากกว่า”

ราเชนทร์แสะยิ้มเย้ยหยัน

บุญเสริมไม่รู้ถูกผิดแล้วยังหน้าด้านอีกด้วย หากดาหวันไร้ประโยชน์จริงๆ คงไม่เอาเธอมาแลกเศษเงินจากเขาหรอก คนแก่มีความโลภและกิเลสหนา พูดผิดให้เป็นถูกราวกับพลิกฝ่ามือ หากทว่าเขาไม่ใช่คนโง่ เห็นคนมามาก ย่อมเข้าใจคนเป็นอย่างดี

“ได้ ฉันจะรับเธอไว้”

“โอ้!! ขอบคุณมากครับนายท่าน ขอบคุณมากจริงๆ ช่างใจบุญเหลือเกิน”

บุญเสริมแสดงความดีอกดีใจ ไม่สนใจหลานสาวที่นั่งข้างๆ เลยสักนิด เมื่อหมดประโยชน์ก็เฉดหัวทิ้ง ราเชนทร์ปรายตามองเธออีกครั้ง เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความสงบอันเยือกเย็นเช่นเดิม ราเชนทร์จึงเลื่อนตามองมายังบุญเสริมอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ กระตุกยิ้มมุมปาก

ใครเลยจะยอมให้บุญเสริมกอบโกยฝ่ายเดียว

เขาไม่ใช่คนโง่ นอกจากได้แล้วก็ยังจะเรียกคืนทุกบาททุกสตางค์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนี้เก่า หนี้ใหม่ และเงินที่ซื้อตัวดาหวัน บุญเสริมจะไม่ได้อะไรจากเขาทั้งนั้น

“แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้?”

“ใช่ฉันมีข้อแม้”

บุญเสริมไม่มีเวลาคิดเพราะความโลภอยากได้เงินคนอื่นมันบังตา ดวงตาแวววาวระยิบระยับ ข้อแม้กี้ร้อยแปดขอให้ได้เงินไปเล่นการพนักและดื่มเหล้าเขาก็พอใจแล้วล่ะ

ดังนั้น..... “ผมยอมรับทุกข้อแม้ของนายท่าน ขอเพียงแค่ให้ได้เงินผมยอมทั้งนั้น”

“นับตั้งแต่วันนี้ต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับดาหวันทุกกรณี หากผิดสัญญาที่เราตกลงเอาไว้ ฉันจะทำให้นายไปนอนเฝ้ายมทูตในนรกก่อนเวลา”

“แล้วเงินล่ะครับ เงินของผม”

คนอะไรช่างน่าด้านไร้ยางอาย สำนึกผิดชอบชั่วดีนับเป็นศูนย์

“สิบล้านบาท หนี้เก่าและหนี้ใหม่ฉันยกให้ทั้งหมด เราไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน”

เกินคาด! บุญเสริมไม่คิดว่าหลานสาวของตนจะมีค่าสูงมากขนาดนี้ ทีแรกเขาเรียกไปแค่สามล้านบาทเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าดาหวันช่วยปลดหนี้แล้วยังหาเงินเพิ่มให้เขามากจำนวนอีกด้วย

แต่บุญเสริมก็ไม่ได้ใยดีดาหวันอยู่ดี หันกลับมามองหลานสาวแล้วกำชับ “ถือซะว่าเป็นค่าเลี้ยงดูของฉันที่เลี้ยงแกมา หากอยากมีชีวิตที่ดีก็อย่าดื้อกับนายท่าน”

ดาหวัน “....”

“เอาล่ะ เดย์จะพานายไปทำสัญญาแล้วจัดการเรื่องเงิน”

บุญเสริมลุกพรวด ไม่สนใจใยดีอะไรอีกเมื่อได้ยินคำว่า ‘เงิน’ กล่าวขอตัวแล้วเดินตามหลังเลขาของราเชนทร์อย่างว่องไว คล้อยหลังตาแก่โลภมากกิเลสหนาไปแล้ว ราเชนทร์จึงเปิดปากพูดคุยกับดาหวัน

“มีอะไรจะพูดหรือขอร้องกับฉันไหม” 

ถือว่าเขาใจกว้างมาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าราเชนทร์จะเป็นคนร้ายกาจมากเล่ห์เหลี่ยม แต่เขาไม่ใช่คนที่จะใช้อำนาจข่มเหงรังแกคนอื่นไปทั่ว โดยเฉพาะผู้หญิงบอบบางร่างน้อยอย่างดาหวัน ราเชนทร์ยังพอมีสำนึกผิดชอบชั่วดี ที่ผ่านมาเขาก็มักทำร้ายคนที่เป็นศัตรูเสียมากกว่า

ความคิดของเขาดูเหมือนคนใจบุญอย่างไรชอบกล

“คุณให้ฉันได้จริงเหรอคะ”

ราเชนทร์เกือบหลุดยิ้ม น้ำเสียงของเธอไร้ซึ้งความเย็นชา เกิดคาดเพราะมันหวานล้ำและไพเราะมาก ราวกับเธอกำลังขับขานบทเพลงอยู่ก็ไม่ปาน

“ลองขอมาก่อนสิ”

“ฉัน....” คำพูดสะดุด เธอรวบรวมความกล้าใหม่ “ฉันอยากได้อิสระค่ะ”

“แต่ฉันเสียเงินซื้อเธอไปแล้วสาวน้อย” เขาหยอกเย้า

“ฉันจะกลับมาตอบแทนคุณแน่นอน”

“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอไม่ได้โกหกฉัน”

“ฉันไม่เคยพูดโกหก”

น้ำเสียงจริงจัง แววตาแน่วแน่ นั่งตัวตรงยืดอกพูด ผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้เชื่อได้หรือไม่ ราเชนทร์ไม่รู้เพราะคำพูดของคนแก่บางคนก็ยังเชื่อถือไม่ได้ อยู่ที่ตัวเขาแล้วล่ะ

แต่ทำไมนะ?

ทำไมเขาถึงรู้สึกอยากลองเชื่อผู้หญิงตรงหน้าสักครั้ง ทำไมกัน?

หาเหตุผลไม่ได้ แต่ปากของเขาได้ให้วาจาเป็นคำตอบแก่เธอเรียบร้อยแล้ว “ตกลง”

“ขอบคุณมากค่ะ”

ชายหนุ่มลุกขึ้น เปิดตู้เซฟแล้วหยิบเงินมาทั้งหมดห้าปึกใหญ่ วางลงตรงหน้าเธอนั่นก็เพื่อให้เธอเอาติดตัวไป หากทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับมองมันนิ่ง ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจกับเงินของเขา นั่นทำให้รู้สึกแปลกใจไม่น้อย 

“ในเมื่อเรามีบุญคุณต่อกัน คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากฉันจะเพิ่มบุญคุณให้เธอติดตัวเอาไว้”

ใจกว้างดั่งมหาสมุทรคงใช้ได้กับคนร่ำรวยแบบเขา ดาหวันครุ่นคิด เธอรู้ว่าเขาให้โดยหวังผลตอบแทน แต่อย่างไรเธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจ อย่างน้อยแม้เขาจะหวังผลตอบแทน แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายเธอ ยิ่งเมื่อนำเขามาเปรียบเทียบกับลุงใจทราม เขากลายเป็นคนดีขึ้นมาทันใด

ดาหวันตัดสินใจก่อนเอื้อมมือไปตรงหน้า แล้วหยิบเงินปึกใหญ่หนึ่งปึกมาถือเอาไว้

“หากฉันรับมามากเกินไป ฉันกลัวว่าฉันจะตอบแทนบุญคุณของคุณไม่ไหว”

“ความโลภของเธอน้อยเสียจริง”

“บอกชื่อของคุณให้ฉันทราบได้ไหมคะ”

“ราเชนทร์ เหมวรัญเวชกุล”

“ขอบคุณนะคะคุณราเชนทร์”

“นี่คือนามบัตรของฉัน”

เธอมองนามบัตรที่ชายหนุ่มยื่นมาให้ แต่เธอไม่ได้ยื่นมือไปรับเอาไว้ ดาหวันมีความจำที่ดีเยี่ยม มองครู่เดียวก็จดจำรายละเอียดบนนามบัตรของเขาได้แล้ว เธอกรองและบันทึกข้อมูลเก็บเข้าฐานความจำในสมอง

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าฐานะและอำนาจของคุณจะหาตัวฉันเจอแน่ เมื่อคุณต้องการให้ฉันทดแทนบุญคุณ ให้คุณติดต่อฉันมา”

เขารู้สึกถูกใจคนตรงหน้ามากกว่าเก่า ความคิดและคำพูดของเธอเกินอายุ นี่คือผลของการพบเจอสิ่งเลวร้าย หล่อหลอมให้ตัวเองแข็งแกร่งและมีสมองอันชาญฉลาดเพื่อคิดหาทางเอาตัวรอด ราเชนทร์ยกยิ้ม แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็หุบยิ้มฉับพลัน ตีหน้าเคร่งครึมเช่นเดิม

ให้คำตอบแก่ดาหวัน “ตกลง แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องเก็บสิ่งมีค่าของเธอให้ฉันคนเดียวเท่านั้น”

แก้มนวลขึ้นสีแดงภายใต้ความงดงามอันเยือกเย็น ราเชนทร์เห็นแล้วรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน จิตใต้สำนึกดีตำโกนบอก ว่ายังไม่ถึงเวลา!....ชายหนุ่มสงบสติอารมณ์พลันตีหน้านิ่งขรึมต่อ 

“คำตอบของฉันล่ะ”

“ค่ะ ฉันสัญญาว่าฉันจะเก็บพรหมจรรย์ของฉันให้คุณ ขอบคุณนะคะที่กรุณาแล้วพบกันใหม่ค่ะ”

ร่างบางเดินถือเงินออกไปอย่างมั่นคง

ราเชนทร์ให้ลูกน้องตามเธอห่างๆ เขาไว้ใจเธอแต่รู้สึกเป็นห่วง ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงไร้เดียงสา และบุญเสริมหากไม่ตายก็คงมาขูดรีดขูดเนื้อหลานสาวอีกแน่นอน

ตาแก่คนนี้ราเชนทร์รู้ดีว่าไร้สัจจะ

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของดาหวันเขาจึงส่งคนติดตามเธอไม่ให้เธอรู้ตัว

และเขาคิดไม่ผิดเลยจริงๆ

สามปีต่อมา

เมื่อบุญเสริมใช้เงินสิบล้านหมด สร้างหนี้สิ้นใหม่เพิ่มก็ได้ตามหาตัวดาหวันแล้วก็จับตัวเธอมาขายอีกครั้ง ราเชนทร์รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวดี เขาทำอะไรไม่ได้ นอกจากใช้ความเจ้าเล่ห์ของเขาต้อนให้บุญเสริมขายดาหวันให้คชินทร์เพื่อนสนิทของเขา

“ปล่อยกูนะโว้ย! มึงเป็นใครมาจับกู!”

บุญเสริมโวยวายหลังจากได้เงินขายหลานสาวครั้งที่สอง ตนก็ถูกชายฉกรรจ์ร่างใหญ่จับเอาไว้ กระดิกตัวไปไหนไม่ได้ ได้แต่แหกปากร้องจนกระทั่งมองเห็นรองเท้าหนังชั้นดี

บุญเสริมมองจากต่ำไปสูงก่อนจะเบิ่งตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตา คนตรงหน้าแผ่จิตสังหารอำมหิตจนกายบุญเสริมสะท้านหนาวยะเยือก เกิดเป็นความหวั่นกลัวจนแขนขาสั่นพับๆ

“นะ....นาย....นายท่าน”

“ไม่เจอกันนานเลยนะบุญเสริม”

“ไว้ชีวิตผมด้วยครับ ได้โปรด” 

ชายฉกรรจ์กดร่างบุญเสริมนั่งคุกเข่า แต่แขนทั้งสองถูกจับล็อกเอาไว้แน่นหนา ป้องกันการหนี บุญเสริมตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสมเพชที่สุด อ้อนวอนขอชีวิต

“นายทำอะไรผิด”

“ผม....ผม....” ปากสั่นจนพูดไม่ออก

“พูด!” ราเชนทร์คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล

“ผมขายดาหวันให้คุณคชินทร์ ผมผิดไปแล้วนายท่าน ผมสำนึกผิดแล้ว ไว้ชีวิตผมด้วยได้โปรด”

วันนั้นเขาเห็นดาหวันที่อดสู่กับชีวิต ร่ำร้องคุกเข่าอ้อนวอนบุญเสริมอย่างน่าเวทนา แต่บุญเสริมหาได้มีจิตใจเมตตาไม่ ทั้งๆ ที่ตกลงกันเอาไว้แล้ว แต่กลับผิดคำพูดกับเขา

ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องมอบความเมตตาให้คนไร้สัจจะ

“ฉันอุตส่าห์ใจดีกับนายแล้วนะบุญเสริม เมื่อนายไม่เห็นค่ามัน ฉันจะทำให้นายตามทั้งเป็น เอาตัวมันไป!” คำรามสั่ง ร่างของบุญเสริมถูกลากไปราวกับสิ่งของไร้ค่า ตะโกนร้องขอชีวิตก็ไม่มีผู้ใดสนใจ

“นายท่านจะให้จัดการมันยังไงครับ”

“เอามันไปปล่อยเกาะ ทำให้มันเป็นบ้าจากนั้นก็ส่งมันไปศรีธัญญา”

“ครับนายท่าน”

เดย์รับคำสั่งแล้วไปจัดการอย่างเร่งด่วน ราเชนทร์มีวิธีจัดการศัตรูมากมาย ดีมาดีกลับ หากร้ายมาก็จะร้ายกลับคืนสองเท่า มีคนจำนวนมากที่ไม่อยากลองดี แต่ก็มีคนไม่น้อยเหมือนกันที่อยากลองดีกับเขา

เสียงปรบมือด้านหลังดังขึ้น ร่างสูงสง่าเดินเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้ม แต่แววตาของคชินทร์ทำให้ราเชนทร์หงุดหงิด ทำไมต้องล้อเลียนกันด้วย

“เลิกมองฉันแบบนั้นสักที”

“เพื่อดาหวันแล้ว นายถึงกับออกโรงปกป้องด้วยตัวเอง”

“ฉันกำลังปกป้องคนติดบุญคุณของฉันอยู่”

“จะเอาเธอกลับไปเลยไหม”

“ไม่จำเป็น”

“ถ้าดาหวันอยู่ที่นี่ สถานะของเธอจะต่ำต้อยมากเลยนะ นายต้องการให้คนเรียกเธอว่าโสเภณีเหรอ”

“อย่าให้ดาหวันรับแขก”

ราเชนทร์ไม่ตอบคำถามคชินทร์แต่กลับแจ้งความต้องการของเขาให้คชินทร์ทราบ ซึ่งคชินทร์ก็กล้าพอที่จะยั่วยวนโทสะราเชนทร์

“ฉันไม่ใช่เจ้าของชีวิตดาหวัน หากเธอพอใจอยากบริการแขก นั่นก็คงแล้วแต่เธอ”

ราเชนทร์เก็บความขุ่นเคืองไม่ได้ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินหุนหันขึ้นรถที่ลูกน้องเปิดประตูรถรอรับแล้วจากไปทันที คชินทร์มองตามไฟท้ายรถสีแดง ยืนเท้าสะเอวแล้วหัวเราะดังลั่น ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในไนต์คลับหรู

บทถัดไป