บทที่ 4 เฝ้ามอง

ราเชนทร์นั่งทอดสายตาจ้องมองสาวงามที่กำลังนั่งอยู่เคียงข้างเสี่ยหัวงอกร่างอ้วนกระเป๋าหนักคนหนึ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้ จะเรียกว่าไร้สาระก็ไม่ถูกต้องนัก ดาหวันติดหนี้บุญคุณเขา เขาก็แค่เพียงตามเช็คลูกหนี้อย่างใกล้ชิดก็เท่านั้นเอง

ภาพที่เห็นอยู่โซนด้านล่างนั้น ราเชนทร์เห็นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว คชินทร์หล่อหลอมดาหวันให้เอาตัวรอดได้ เรียนรู้วิธีใช้มารยาหญิงทำให้ผู้ชายรักผู้ชายหลง แต่ไม่ต้องเปลืองตัวมาก ดาหวันในวัยสิบแปดปี ผ่านไปไม่กี่เดือนเธอก็มีมารยาทหลายเล่มเกวียน เป็นนางมารร้ายในคราบนางฟ้า

ริมฝีปากหยักบางคลี่ยิ้มพึงพอใจ เขาหาได้กลัวดาหวันไม่ ตรงกันข้ามกลับชอบที่ดาหวันเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทุกอย่างมีเหตุและมีผล โลกอันโหดร้ายนี้ ไม่เหมาะสมกับคนอ่อนแอและคนโง่ 

“เสี่ยกำพลกำลังลูบขาคุณดาหวันอยู่ครับ”

“อืมฉันเห็นแล้ว”

แม้เขาไม่ชอบใจนัก แต่ก็ชอบที่ได้เห็นดาหวันเอาตัวรอดจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดวงตาคมกริบสีดำจ้องมองดาหวันและเสี่ยกำพลแน่นิ่ง ชายหนุ่มแสดงความนิ่งอันเยือกเย็น ราวกับผู้ไร้ความรู้สึก

ทางด้านดาหวันที่ถูกเสี่ยกำพลแตะอั๋ง เธอยิ้มอายอย่างมีจริต วางมือเรียวลงบนหลังมืออวบสาก เสี่ยกำพลมองเธอตาหวานฉ่ำแล้วพูดเสียงหวาน

“อุ้ย! หนูดาหวันจับมือเสี่ยด้วย แบบนี้เรียกว่าแตะอั๋งหรือเปล่าน้าาาา”

ตาแก่ลามก ใครกันแน่ที่แตะอั๋งใคร

ดาหวันตะโกนใส่หน้าเสี่ยกำพลในใจ แต่ภายนอกกลับทำท่าทางใสซื่อ เธอเขินตัวบิด แต่ไม่ลืมใส่จริตเพื่อความเป็นธรรมชาติ ก่อนจะพูดเสียงอ้อมๆ แอ้มๆ ด้วยความประหม่า

“สะ....เสี่ยกำพลก็....”

“ก็อะไรจ๊ะหนูดาหวันจ๋า”

“ก็เสี่ยจับขาหนูก่อนนี่คะ หนูก็จับ....เอ่อ....จับมือเสี่ยกำพลบ้าง ถือว่าหายกันนะคะ”

“ช่างยุติธรรมเหลือเกินดาหวันคนสวยของเสี่ย มามะ.....คนน่ารักต้องมีของรางวัล”

ว่าแล้วเสี่ยกำพลก็เปิดกระเป๋าถือใบขนาดเท่าสองฝ่ามือ มืออวบอูมล้วงหยิบเงินขณะที่ตาจ้องทองดวงหน้างดงามโดยไม่ละสายตา ดาหวันมองเสี่ยกำพลด้วยดวงตาแวววาว ยิ่งมองเห็นเงินปึกใหญ่ที่เสี่ยกำพลหยิบออกจากกระเป๋า ดวงตาเธอยิ่งแวววาวมากขึ้นกว่าเดิม

“นี่จ๊ะของหนู”

“จะดีเหรอคะเสี่ยขา เสี่ยให้เงินหนูเยอะแบบนี้ หนูเกรงใจจังเลยค่ะ”

“เสี่ยรวยมากเลยนะหนูดาหวัน”

“แต่เสี่ยต้องลำบากทำงานหนักนะคะ เอามาให้หนูง่ายดายแบบนี้คงไม่ดี”

“โธ่แม่คุณช่างเป็นคนแสนดีอะไรแบบนี้ รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่ไม่ต้องเห็นอกเห็นใจเสี่ยนะ เสี่ยรวยมากเพราะฉะนั้นเงินนี่ของหนู”

“ขอบพระคุณมากค่ะเสี่ย”

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณแทบอก เสี่ยกำพลยิ้มหน้าบาน ยกมืออวบสากลูบศรีษะดาหวัน หัวใจคนแก่ชุ่มฉ่ำยิ่งนัก เสี่ยกำพลมีภรรยาสามคน นึกอยากได้ดาหวันไปเป็นเมียคนที่สี่ ซึ่งมันไม่ง่ายอย่างที่คิด คชินทร์ไม่ยอมขาย ไม่ว่าจะเสนอเงินซื้อดาหวันในจำนวนมากก็ไม่ยอมขาย เสี่ยกำพลไม่พอใจ แต่ไม่อาจทำอะไรได้ เมื่อคชินทร์มีอำนาจมาก หากนึกอยากฆ่าเขาขึ้นมาย่อมทำได้

เสี่ยอยากตายตามวัย แม้ไม่ได้ครอบครองแต่ขอแค่ได้เห็นหน้าหนูดาหวันทุกคืนวันก็พอใจแล้ว ไม่แน่ในอนาคตดาหวันอยากขายตัวเองในเวทีประมูล วันนั้นแหละเสี่ยจะเป็นคนแรกที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อความสุขให้หนูดาหวันเอง

เสี่ยกำพลคิดเป็นตุเป็นตะ ดาหวันผละออกห่าง เสี่ยกำพลรู้สึกแสนเสี่ยดายไม่น้อย ขณะนั้นเองที่มีการ์ดชุดดำเดินเข้ามากระซิบข้างหูดาหวัน เสี่ยกำพลอยากซื้อเวลาต่อเหลือเกิน แต่คิวงานของดาหวันไม่อาจแทรกคิวได้ เธอต้องไปรับแขกท่านอื่น

“เสี่ยขาหนูไม่อยากไปเลยค่ะ”

“เอาไว้เสี่ยจะมาหาใหม่นะหนูดาหวัน”

“เสี่ยเข้าใจหนูใช่ไหมคะ”

“เสี่ยเข้าใจ”

“งั้นหนูขอตัวนะคะเสี่ยขา”

ร่างเย้ายวนในชุดเดรสรัดรูปสั้นลุกขึ้นยืน มือหนึ่งข้างถือเงินปึกใหญ่ ก่อนจะไปเธอได้โน้มตัวลงมาตรงหน้าเสี่ยกำพล นั่นจึงทำให้เขามองเห็นร่องอกอวบใหญ่ทะลัก เสี่ยกำพลมองตาค้าง ดาหวันแย้มรอยยิ้มยั่วยวน ก่อนจะยกแก้วค็อกเทลของเธอขึ้นดื่ม

“หนูดื่มเพื่อเสี่ยนะคะ นี่ถือเป็นสัญญาของเรา บ้ายบายค่ะ” 

เสี่ยกำพลเกร็งไปทั้งร่าง มองตามหลังดาหวันไป เธออายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น แต่เสน่ห์ของเธอทรงอิทธิพลมาก ต่อมาเสี่ยกำพลส่งเสียงคราง ก้มหน้ามองหน้าขาตัวเอง เป้ากางเกงนูนขึ้น อาวุธคู่กายมันร่ำร้องหาดาหวัน แต่เสี่ยกำพลไม่อาจทำอย่างนั้นได้

โธ่....หนูดาหวันจ๋าเมื่อไรเสี่ยจะได้กินหนู

“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ”

ราเชนทร์ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นห้อง ทั้งขำทั้งชอบใจ แต่เสียงหัวเราะนี้ก็ชวนหลอนเช่นเดียวกัน ราเชนทร์หัวเราะน้อยครั้ง

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าดาหวันพูดอะไรกับเสี่ยกำพลบ้าง แต่ทุกการแสดงของเธอนั้นอยู่ในสายตาของเขา เปลืองตัวนิดหน่อยได้เงินกลับไปใช้ในจำนวนมาก และยังกลั่นแกล้งตาแก่จอมหื่นให้ทรมานกับความปรารถนาอันแรงกล้า ที่ไม่อาจปลดปล่อยได้

“นายท่านจะกลับเลยหรือเปล่าครับ”

“ยังก่อน”

ราเชนทร์ไม่กลับง่ายๆ ดาหวันไม่ได้ทำงานทุกวัน และทุกครั้งที่ดาหวันทำงาน ราเชนทร์จะต้องหาเวลาว่างมานั่งดูดาหวันทำงาน ตั้งแต่ต้นจนงานของเธอสิ้นสุด หรือบางครั้งอาจจะมาแปปเดี๋ยวแล้วก็ไป เนื่องจากติดงานสำคัญ แต่ส่วนมากมักมีเวลาว่างเสมอ

ส่วยเดย์ก็ถามคำถามเดิมตามหน้าที่

บางครั้งถามก็ผิด ไม่ถามก็ผิด เจ้านายช่างเอาใจยากเหลือเกิน

“นั่นมัน....อาวินนี่”

แขกของดาหวันคนล่าสุดคือ อนาวิน อาแท้ๆ ของเขาเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาพบเจออาอยู่ที่นี่ อนาวินเป็นผู้ชายย่อมต้องมาใช้บริการสาวงามอยู่แล้ว อาจจะมาดื่ม หาเพื่อนคุย จนกระทั่งหาเพื่อนนอน หากทว่าราเชนทร์มีความรู้สึกไม่พอใจที่อนาวินเรียกให้ดาหวันมาบริการ  

จะเป็นใครก็ได้ทำไมต้องเป็นอาของเขาด้วยนะ

โลกมันกลมเกินไปหรือเปล่า

“บ้าเอ๊ย!!”

ชายหนุ่มหัวเสีย ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปใกล้พนังกระจก ตาคมกริบจ้องมองบุคคลเบื้องล่างด้วยแววตาเชือดเฉือน หากเป็นมีดร่างของอนาวินกับดาหวันคงเหวอะหวะไปแล้ว แต่ก่อนที่ความขุ่นเคืองจะทำให้เขากลายเป็นคนขาดสติไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มรีบฉุดดึงสติที่ลอยออกจากร่างส่วนหนึ่งกลับคืนมา

ข่มใจเอาไว้.....

อนาวินไม่ใช่ผู้ชายหื่นกามกลัดมัน หากผู้หญิงไม่ยอมก็ไม่สานต่อ แต่ถ้าผู้หญิงเกิดยอมขึ้นมามันก็เป็นอีกเรื่อง ดังนั้นราเชนทร์จึงต้องจับตาดูปฏิกิริยาของดาหวัน

“บัดซบ!!”

ยังไม่พอใจ ยังหัวเสีย อารมณ์ภายในหลากหลาย ก่อตัวหมุนเป็นเกลียวคลื่นผสมปนเปจนสับสนไปหมด ความเป็นสุภาพบุรุษของอนาวินกำลังทำให้ดาหวันผ่อนคลาย เธอพูดคุย หัวเราะ และดื่มเพื่ออนาวินไปถึงห้าแก้ว ซึ่งมากกว่าปกติสองแก้ว

อนาวินไม่ได้มาที่คลับแห่งนี้มาหลายเดือนแล้ว ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาที่นี่แล้วยังเรียกใช้บริการดาหวันเป็นคนแรก ราเชนทร์ครุ่นคิด เขาและอนาวินเป็นอาหลานที่จริงใจต่อกัน ไม่มีความแค้น ต่างคนต่างมีวิถีชีวิตที่ดีของตัวเอง ไม่ก้าวก่ายกัน

ยกเว้นเพียงแต่.....“ไอ้คชินทร์!!”

ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืน กำชับให้เดย์จับตาดูอนาวินและดาหวันให้ดี ก่อนที่เขาจะเดินตัวปลิวหายไปอย่างว่องไว เป้าหมายคือห้องทำงานของคชินทร์ หากทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานก็พบเพียงความว่างเปล่า ราเชนทร์ตามหาอนาวินไปพร้อมความรู้สึกหัวเสีย

“เจ้านายของแก่อยู่ไหน”

“วันนี้นายท่านนอนที่บ้านครับ”

“วิคกี้ล่ะ”

“คุณวิคกี้ก็ไปด้วยครับ”

“บ้าเอ๊ย!! แกกลับมาฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยไอ้จอมแสบ!!”

ชายหนุ่มเดินกลับไปทางเดิม ไปนั่งเฝ้ามองดาหวันกับอนาวินเหมือนเดิม นัยน์ตาสีดำสนิทบัดนี้คล้ายว่ามีลูกไฟขนาดย่อมกำลังลุกโชนบ้าคลั่ง

และในเวลานั้นเอง คนที่สร้างเรื่องให้เพื่อนสนิทต้องมีโทสะ กำลังทำภารกิจพิชิตสวรรค์ชั้นเจ็ดกับว่าที่ภรรยาอย่างหนักหน่วงที่บ้านของเขา หาได้สนใจความทุกข์ร้อนของราเชนทร์ไม่

 “อูว์ ~ ที่รักกระแทกเร็วๆ สิ”

“ใจร้อนเหลือเกินนะวิคกี้”

“ฉันอยากโดนกระแทกจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว โอ้วววว!!”

วิคกี้ส่ายสะโพกไปมา ขาเรียวแยกอ้างอและยกขึ้นสูง คชินทร์พาเธอมาไหว้บิดามารดาของเขา เขาบอกจะพาเธอมาดูห้องนอน จากนั้นก็จับเธอกิน จนเธอไม่ได้ไปร่วมทานอาหารมื้อค่ำกับผู้ใหญ่ทั้งสอง

แกนกายอันยิ่งใหญ่วางบนรอยแยกกลีบมาลี ชายหนุ่มกดมันแนบชิดแล้วถูไถ มาลีหวานชุ่มฉ่ำขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวบากบานครูดมาลีซ้ำไปซ้ำมา

“อวบอูม สีแดงระเรื่อน่าเบิร์น”

“เอาลิ้นที่รักมาเบิร์นสิ ทำให้ฉันทะลักในปากคุณสิคชินทร์ที่รัก”

“ทีอย่างนี้ร่ำร้องดีนัก”

“ชายใดที่ปลุกเพลิงสวาทแล้วไม่มอดดับ ชายคนนั้นช่างไร้น้ำยา”

ดวงตาที่เธอมองเขา หวานเยิ้มและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน โอ้....ใครกันจะยอมให้เธอมาเย้ยหยันเขาแบบนี้ มันไม่ใช่ความจริง

“แต่ผมไม่ใช่คนไร้น้ำยา ผมจะทำให้ไฟร่านในตัวคุณมันมอดดับด้วยน้ำจากผม....เชื่อสิที่รัก”

ช่างเป็นคู่ที่สวรรค์สร้างขึ้นมาจริงๆ ต่างคนต่างรู้ใจ ต่างคนต่างรู้ความคิด คนหนึ่งส่งอีกคนก็รับอย่างดี คชินทร์พิสูจน์ความมีน้ำยาของเขา ทั้งวันทั้งคืน แม้มีเสียงโทรศัพท์ดังก็ไม่คิดจะหยุดพักเพื่อรับมัน

....จะรับทำไมให้เสียบรรยากาศ รู้เลยว่าราเชนทร์มันกำลังจ้องกินหัวฉันอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป