บทที่ 10 ไม่ยอมแต่ง

ด้านเมธาวีที่พึ่งกลับมาจากสนามบิน พอเห็นลลิสานั่งซึมๆดูหนังอยู่ที่ห้องนั่งเล่นก็อดสงสารไม่ได้ หลังจากที่เธอได้รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับลลิสาบ้าง ยังไงลลิสาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกัน จะใจดำไม่สงสารก็ยังไงอยู่

“อ่ะ เอาไปกินซะสิ ก่อนที่จะมีมารหัวขนออกมา กินตอนนี้ก็น่าจะยังทัน แรดไปนอนกับผู้ชายได้ ก็น่าจะรู้วิธีดูป้องกันเรื่องพวกนี้ไว้บ้าง” เมธาวีพูดเสียงตะคอกออกไป แล้วโยนยาคุมกำเนิดแบบฉุกเนิดให้ลลิสาไป เพราะเธอตั้งใจไปซื้อมาให้หลังจากที่ลงเครื่องมาเลย ตอนแรกกะว่าจะปล่อยให้ท้องไปเลย แต่พอมารู้ว่าลลิสาเจออะไรมาเธอก็เปลี่ยนใจซื้อมาให้

“ขอบคุณนะคะพี่เม” ลลิสาเงยหน้ามาพูดขอบคุณไปแบบงงๆ เพราะเธอไม่คิดว่าเมธาวีจะห่วงใยเธอ ถึงแม้คำพูดจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็เถอะ

“ไม่ต้องมาขอบคุณฉัน ฉันก็แค่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องมีภาระเพิ่ม ส่วนไอ้ธันวาอะไรนั่นแกก็ลืมๆมันไปเถอะผู้ชายพันนั้น อย่าให้มันมาเป็นรอยด่างในชีวิตแกเลย แรดๆอย่างแกหาผู้ชายได้อีกเป็นร้อยเป็นพัน” เมธาวีพูดออกไปแล้วทำสีหน้าแสยะยิ้ม เพราะเธอไม่รู้จะปลอบมันยังไง เธอก็ได้เท่านี้แหละ

“ค่ะพี่เม” ลลิสาพูดตอบไปแล้วยิ้มออกมา เพราะรับรู้ได้ว่าเมธาวีกำลังปลอบใจเธออยู่

“อือ แล้ววันนั้นที่ฉันด่าแกไปน่ะก็ลืมๆมันไปนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เมธาวีพูดจบแล้วก็เดินหนีขึ้นบ้านไปเลย จนลลิสายิ้มออกมากับการกระทำของเมธาวี

“แค่นี้น้ำผึ้งก็ดีใจแล้วค่ะพี่เม” ลลิสายิ้มออกมาแล้วดีใจที่พี่สาวนอกไส้ที่โตมาด้วยกัน มีท่าทีห่วงเธอ ถึงแม้จะปากร้ายและชอบด่าเธอมาตลอดก็ตาม

หลังจากนั้นลลิสาก็อ่านวิธีกินตามที่มันมีติดข้างกล่อง แล้วลองนับช่วงเวลาดู เธอก็คิดว่ามันเกือบจะเกินไปแล้วนะ แต่มันเป็นยาคุมแบบหนึ่งเม็ดคงจะแรงน่าดู เธอจึงรีบกินมันทันที อย่างน้อยก็กินกันพลาดไว้ก่อนละกัน ถ้าพลาดท้องขึ้นมาค่อยว่ากันทีหลัง

สามวันผ่านไป

ชาลิตก็ออกมาเจอเพื่อนๆที่คลับของสิงหาตามเดิม แล้วก็นึกไปถึงยัยขี้เมาลีลาเด็ดที่เขาหิ้วกลับไปคราวก่อนได้แบบขึ้นใจ ไม่รู้ป่านนี้ยัยนั่นจะเป็นยังไงบ้าง ให้เบอร์ไปแล้วก็ไม่เห็นติดต่อกลับมาเลย

“อะไรวะไอ้ใหญ่ ยัยขี้เมานั่นลีลาเด็ดมากหรือไงวะ แกถึงลืมไม่ลง เอาคนอื่นกลับด้วยไม่ได้เนี่ย มองโต๊ะนั้นอยู่ได้ ไม่มีใครนั่งสักหน่อย” อติรุจพูดแซวเพื่อนหนุ่มไปแบบขำๆ เพราะสิงหาเล่าให้ฟังว่าชาลิตไปเอากับยัยขี้เมานั่นในรถ จนมีคนมาเรียกการ์ดหน้าคลับไปจัดการ แต่พอเห็นเป็นรถของเพื่อนเจ้าของคลับจึงไม่กล้าทำอะไรแล้วปล่อยไปตามนั้น ต่างจากสิงหาที่รับรู้แล้วถึงกลับลงมาแอบดูอยู่ไกลๆเลยทีเดียว

“จะลืมลงได้ยังไงวะ ขย่มรถโยกขนาดนั้น ฮ่าๆ ปากบอกพาไปที่ปลอดภัย ยังไม่ถึงไหนเลยก็ฟาดเขาแล้วไอ้ใหญ่” สิงหาพูดออกไปแล้วยิ้มออกมาแบบขำๆ เมื่อนึกถึงตอนที่ไปดูรถเพื่อนหนุ่มตามที่การ์ดบอก แล้วก็เจอรถของเพื่อนหนุ่มโยกสั่นไหวทั้งคันไม่มีหยุเป็นเวลานาน จนเขาคิดไปถึงไหนต่อไหน

“พวกแกนี่มันปากหมาจริงๆ ฉันไม่ได้อยากได้ยัยนั่นโว๊ย แค่อารมณ์มันพาไป ยั่วมาก็สนองกลับไงวะ ฉันก็เป็นคนนะโว๊ย ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนิ ใครจะไปทนไหววะ แล้เลิกพูดเรื่องนี้เลย ไม่งั้นฉันจะไม่ออกมาดื่มกับพวกแกอีกนะโว๊ย” ชาลิตพูดออกไปแล้วก็ดื่มเหล้าแบบรวดเดียวเข้าไปทันที เพราะตั้งแต่ไปส่งยัยขี้เมานั่นที่บ้าน ยัยนั่นก็ไม่โทรมาหาเขาเลย ทั้งที่เขาก็ให้เบอร์ติดต่อกับเธอแล้ว

“เออๆ ไม่พูดก็ไม่พูด ก็แค่ลองถามดู เผื่อแกจะติดใจจะสานต่อไง ฉันไม่อยากให้แกจมปลักกับโยธกาเขา เขามีชีวิตใหม่แล้ว แกเองก็ควรจะมีได้แล้ว” อติรุจพูดบอกเพื่อนหนุ่มไปแบบห่วงใย

“พ่อฉันพูดคนเดียวก็พอแล้ว พวกแกไม่ต้องมาย้ำหรอกน่า เอาเป็นว่าถึงเวลาฉันจะมีเอง โอเค” ชาลิตพูดบอกไปแล้วก็ดื่มเหล้าเจ้าไปอีก ก่อนจะคิดไปว่าเขาเองก็ควรจะเริ่มใหม่ได้แล้ว แต่มันกับใครล่ะ แล้วเขาจะรักษาความรักไว้ได้ไหม แค่คิดใจเขาก็กลับไปคิดอีกว่าเขาอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้มันก็คงจะดีกว่า ชาลิตคิดไปในใจอย่างสับสน

“เออๆ งั้นก็ดื่ม ชน” สิงหาพูดบอกไปแล้วชวนเพื่อนทั้งสองชนแก้วกันไป ก่อนจะพูดคุยกันต่อแบบสนุกสนานๆ เพราะตั้งแต่เจอยัยขี้เมาไป นี่ก็เป็นครั้งที่สอง ที่พวกเขาได้ออกมาเจอกันอีก

ด้านอนุวัตรที่ใจจดใจจ่อรอคำตอบของอรภิรดีและลูกสาวก็รีบมาทวงคำตอบทันทีที่ถึงกำหนดเวลาให้อภิรดีไป เขาจึงมาหาเธอถึงบ้าน

“มาหาใครคะ” ลลิสาเดินออกมาเปิดประตูแล้วถามชายตรงหน้าไป พร้อมกับมองอย่างสังเกต

ด้านอนุวัตรก็มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างอึ้งๆกับความสวยแบบใสๆของเธอ เขามาบ้านของอภิรดีก็หลายครั้งทำไมเขาไม่เคยเห็นเด็กคนนี้เลยนะ

“อ่อ ฉันชื่ออนุวัตรนะ มาหาคุณอภิรดีน่ะ แล้วหนูเป็นใคร” อนุวัตรถามออกไป แต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากร่างบางเลยสักนิด นี่บ้านหลังนี้เลี้ยงลูกสาวกันยังไงเนี่ย สวยกันทั้งบ้านเลย เขาว่าเมธาวีนั้นดูสวยแล้วนะ แต่พอมาเจอเด็กคนนี้เขาว่าเมธาวีน่ะชิดซ้ายไปเลย หน้าสวยๆหวานๆเรียบๆไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากมาย ก็ดูมีเสน่ห์มาก

“อ่อ หนูเป็นหลานสาวของน้าอรน่ะค่ะ เชิญคุณลุงเข้ามาก่อนสิคะ น้าอรอยู่ในบ้านนี่แหละค่ะ” ลลิสาพูดตอบไปแบบนอบน้อมก็เปิดประตูให้กับชายแปลกหน้าเข้ามา

“ละ ลุงเลยเหรอหนู ฉันว่าฉันยังไม่แก่ขนาดนั้นนะ เรียกพี่ดีกว่า” อนุวตัรพูดตอบไปแล้วยิ้มให้กับเด็กสาวไป

“อ่อค่ะ แต่หนูเรียกว่าคุณลุงน่าจะดีกว่านะคะ เชิญค่ะ” ลลิสาทำหน้ายิ้มแห้งๆไป แล้วมองชายแก่ตรงหน้าแบบเกร็งๆ เพราะสายตาบ่งบอกได้ถึงรังสีความเจ้าชู้หัวงูอย่างเห็นได้ชัด เธอจึงรีบเดินนำชายคนนี้เข้าไปในบ้าน

“หึ น่ารักจริงๆ รูปร่างก็เหมาะกับการเป็นแม่พันธ์จริงๆ” อนุวัตรพูดออกมาแล้วมองตามร่างบางอย่างชอบใจ จากนั้นเขาก็เดินตามเด็กสาวเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับอภิรดีลูกหนี้คนสำคัญของเขา

ด้านลลิสาพอพาแขกเข้ามานั่งรอในห้องรับแขกแล้ว เธอก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นป้าที่อยู่ในสวนหลังบ้าน ก่อนจะพูดบอกไปทันทีว่ามีคนมาพบ

“คุณป้าคะ ลุงที่ชื่ออนุวัตรเขามาขอพบค่ะ” ลลิสาพูดบอกไป ตามชื่อของชายคนนั้นที่แนะนำตัวกับเธอ

“อืม เดี๋ยวป้าไปคุยกับเขาก่อน เดี๋ยวให้แม่บ้านเอาน้ำกับขนมไปรับแขกด้วยนะลูก ส่วนหนูก็อยู่แถวนี้นะ ห้ามออกไปเด็ดขาด” อภิรดีพูดบอกไปอย่างกังวลใจ ก่อนจะเดินออกไปต้อนรับเจ้าหนี้รายใหญ่ของเธอ

ส่วนลลิสาก็พยักหน้ารับรู้ เพราะเธอก็คงไม่ออกไปให้ชายแก่คราวพ่อมามองดูเธอด้วยสายตาเจ้าชู้หัวงูอย่างนั้นหรอก แต่เธอก็อยากจะรู้ว่าป้าของเธอคุยกับอะไรแขกคนนี้ เพราเธอจำได้ว่าเขาเป็นเจ้าหนี้ของป้าที่พูดถึงกันเมื่อคราวก่อน เธอจึงเดินไปแอบฟังที่มุมทางขึ้นบันได

“สวัสดีค่ะคุณอนุวัตร” อภิรดีพูดออกไปแล้วเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามกับเจ้าหนี้ของเธอ แล้วก็มองเขาที่กำลังยิ้มอยู่

“สวัสดีคุณอร หวังว่าวันนี้คุณคงจะให้คำตอบผมได้แล้วนะ ตกลงเรื่องที่ผมมาขอลูกสาวคุณ คุณว่ายังไงบ้าง” อนุวัตรถามออกไปแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกไป

“อ่อ คือฉันต้องขอโทษคุณอนุวัตรด้วยนะคะที่จะต้องปฎิเสธข้อเสนอนี้ ลูกสาวของฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณค่ะ ฉันเองก็จนปัญญาแล้ว คงต้องหาเงินมาใช้หนี้ของคุณแทน” อภิรดีพูดบอกไปตามความจริง เพราเมธาวีไม่ยอมแต่งงานกับคนอายุคราวพ่อแบบนี้ จะให้เธอทำยังไง เธอก็ไม่อยากไปบังคับใจลูกสาวหรอก

“คุณจะหาเงินเยอะแบบนั้นมาคืนผมหมดได้ยังไง เอาอย่างนี้ ในเมื่อลูกสาวคุณไม่ยอมแต่ง คุณก็ลองให้หลานสาวคุณมาแต่งงานกับผมสิ ผมเห็นแกเมื่อกี้แล้วน่ารักใช้ได้เลย ผมชอบ ถ้าหลานคุณยอมแต่งผมยอมทุ่มค่าสินสอดให้อีกห้าล้านเลย เงินสิบล้านไม่ใช่น้อยๆนะคุณอร คิดดูดีๆ” อนุวัตรพูดบอกไปแล้วยิ้มออกไปอย่างเจ้าเล่ห์

 “อ่อคือ ฉันก็ลำบากใจไม่น้อยเลยนะคะคุณอนุวัตร ถึงแกจะเป็นแค่หลานแต่ฉันก็รักแกค่ะ ฉันขอปฎิเสธก็แล้วกันนะคะ ส่วนเงินที่ฉันติดคุณไว้ ฉันจะขายบ้านหลังนี้ชดใช้ให้คุณค่ะ” อภิรดีตอบไปแล้วทำหน้าอึกอัก แต่ก็เลือกที่จะปฎิเสธออกไป เพราะลลิสาสภาพจิตใจกำลังย่ำแย่ ขืนเธอไปถามให้แต่งงานกับคนอายุคราวพ่อ แกก็คงจะเสียใจ

“มันไม่ได้ขายกันง่ายๆนะคุณอร อีกอย่างหนี้ที่คุณติดผมไว้มันก็ไม่ได้น้อยๆเลยนะ คุณลองไปถามหลานสาวของคุณก่อนสิ เผื่อแกจะกตัญญูรู้คุณ ตอบแทนป้าที่เลี้ยงแกมาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เอาเป็นว่าผมให้เวลาคุณสามวันก็แล้วกัน ได้คำตอบแล้วก็โทรมาหาผมละกัน ถ้าตกลงผมจะแต่งงานกับหลานสาวของคุณ แต่ถ้าไม่ตกลง คุณก็ใช้หนี้ผมให้ครบตามที่คุณยืมไป ” อนุวัตรที่อยากได้สาวน้อยมาเป็นเมียก็พูดให้โอกาสอย่างเต็มที่

“ค่ะคุณอนุวัตร” อภิรดีรับคำไปก็ก้มหน้าอย่างกังวลใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป