บทที่ 11 เสียสละ

ด้านลลิสาที่ได้ยินข้อเสนอของชายคนนี้ก็ถึงกับคิดหนัก เพราะตอนนี้ป้าของเธอก็กำลังเดือดร้อน เธอเองก็ไม่ได้ทำงานแล้ว รายจ่ายที่บ้านก็เยอะขนาดนี้ ป้าเธอจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขา แค่เมธาวีกับจิรายุก็คงจะไม่พอ อีกอย่างถ้าจะให้เมธาวียอมแต่งงานนั้นคงยาก แต่เธอที่เป็นภาระหากยอมแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ไป ป้าของเธอและทุกคนก็จะสบายขึ้น

 “ไหนๆชีวิตเราก็พังขนาดนี้แล้ว ก็เอาให้มันสุดๆไปเลยละกัน อย่างน้อยมันก็ยังมีประโยชน์กับครอบครัวของเราบ้าง” ลลิสาคิดในใจไปแบบตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพราะเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว แฟนก็เป็นเกย์ แถมยังเมาไปนอนกับคนแปลกหน้าอีกไม่รู้ว่าจะท้องหรือปล่า แล้วก็ยังมาลาออกจากงานไม่รู้จะหางานทำใหม่ได้หรือเปล่า ถ้าเธอยอมแต่งงานไปทุกอย่างก็จบ

“ไม่ต้องถามน้ำผึ้งแล้วค่ะคุณป้า น้ำผึ้งยอมแต่งงานกับคุณลุงอนุวัตรเพื่อใช้หนี้ให้บ้านเรา”ลลิสาเดินออกไปแล้วพูดด้วยเสียงเข้ม จนผู้เป็นป้ามองอย่างตกใจส่วนอนุวัตรมองแล้วยิ้มออกมาแบบชอบใจ ที่เขากำลังจะได้สาวน้อยแสนสวยคนนี้ไปเป็นเมีย

“น้ำผึ้ง เราพูดอะไรออกมา นี่มันชีวิตของเราทั้งชีวิตเลยนะ” อภิรดีถามออกไปอย่างเตือนหลานสาว เพราะอนุวัตรนั้นอายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว

“น้ำผึ้งตัดสินใจแล้วค่ะคุณป้า ชีวิตน้ำผึ้งมันไม่มีอะไรให้เลวร้ายกว่านี้แล้วนิคะ แค่แต่งงานเองค่ะทำไมผึ้งจะทำไม่ได้” ลลิสาพูดบอกไปแล้วเข้าไปกอดกับป้าของเธอ อย่างน้อยเธอก็จะได้พ้นไปจากเรื่องบ้าๆพวกนี้สักที

“เลวร้ายอะไรกันหนู ฉันจะบอกให้นะว่าหนูน่ะจะมีแต่ความสุข จะมีชีวิตดีๆ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แถมยังมีเงินดูแลป้าของหนูอีกด้วยนะ ถ้าหนูตกลงเราจะไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วค่อยหาฤกษ์ยามมาจัดงานแต่ง” อนุวัตรพูดหว่านล้อมไปแล้วยิ้มแบบกรุ้มกกริ่ม ที่ไม่ต้องรอคำตอบอะไรอีกแล้ว

“เอาตามที่คุณลุงสะดวกเลยก็แล้วกันค่ะ” ลลิสาพูดบอกไปแล้วฝืนยิ้มออกมา

“ได้เลยหนู ฉันจะรีบหาฤกษ์ที่ดีที่สุดมาเอง ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรสวันพรุ่งนี้ฉันจะพาหนูไปจดทะเบียน แล้วก็จะพาไปเจอกับลูกๆของฉันที่บ้าน อ่อ หนูต้องย้ายไปอยู่กับฉันตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยนะ แต่ไหนๆเราก็จะเป็นสามีภรรยากันในอนาคตแล้ว อย่าเรียกฉันว่าลุงเลยนะ เรียกว่าคุณพี่ดีกว่านะ” อนุวัตรพูดบอกไปอย่างเป็นแบบแผนที่เขาได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว เกิดเด็กสาวเปลี่ยนใจเขาจะแย่ จดทะเบียนก่อนแล้วค่อยแต่งทีหลังก็ได้

“หนูขอเรียกลุงแบบนี้นะคะ แล้วหนูก็มีข้อแม้ด้วยค่ะ ถ้าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้วหนูขอเวลาปรับตัว จนกว่าหนูจะพร้อมใจมอบกายให้คุณลุงเองนะคะ เพราะมันเร็วเกินไปค่ะ คุยกันวันนี้แล้วแต่งวันพรุ่งนี้เลย แค่นี้หนูก็ตั้งตัวไม่ทันอยู่แล้วค่ะ เราจดทะเบียนกันอาทิตย์หน้า แล้วหนูค่อยย้ายไปอยู่บ้านของคุณลุง ถ้าคุณลุงตกลงหนูก็จะยอมแต่งค่ะ” ลลิสาพูดต่อรองออกไป อย่างน้อยก็ให้เธอได้ทำใจก่อนเถอะที่จะต้องมีผัวแก่อายุคราวพ่อแบบนี้ ขอเวลาทำใจหน่อยเถอะ

“โธ่แบบนั้นนานไป ขอเวลาอะไรกันนักหนาล่ะ ถ้ารอหนูพร้อมฉันคงรอไม่ไหว อย่าลืมนะ ฉันเป็นเจ้าหนี้ หนูต่อรองได้แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว แต่เอาเถอะ ฉันให้เวลาหนูถึงอาทิตย์หน้าก็แล้วกัน แล้วฉันจะมารับไปจดทะเบียนสมรส แล้วฉันอยากให้หนูไปอยู่ดูแลฉันในฐานะภรรยาที่บ้านของฉัน” อนุวัตรต่อรองออกไปแบบฉลาดๆ แล้วแอบพูดขู่ไป

“ก็ได้ค่ะ ตกลงตามนี้” ลลิสาพูดไปแล้วถอนหายใจออกมาแบบหนักใจ พร้อมกับสีหน้าที่กังวลอย่างเห็นได้ชัด จนอภิรดีต้องเอามือมากรอบกุมมือของลลิสาไว้

“งั้นวันที่ฉันมารับก็แต่งตัวสวยๆนะ ฉันจะมารับหนูไปจดทะเบียนสมรส พร้อมกับยกหนี้สินทั้งหมดของเราทันทีที่จดทะเบียน ส่วนค่าสินสอดผมจะให้ตอนงานแต่ง” อนุวัตรพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

“ค่ะคุณอนุวัตร” อภิรดีพูดตอบไปแล้วกลั้นใจยิ้มออกไป แต่ในใจก็ยังกังวลเรื่องความรู้สึกของหลานสาวอยู่ดี

“งั้นผมกลับก่อนละกันจะได้ให้ทนายเตรียมหนังสือสำหรับการแต่งงานครั้งนี้ด้วย” อนุวัตรพูดบอกไปก็ลุกขึ้น แล้วสองป้าหลานก็ออกมาส่งเขา ก่อนจะแยกย้ายกันไป

“น้ำผึ้ง หนูแน่ใจแล้วเหรอ ป้าไม่อยากให้หนูทำแบบนี้เลย” อภิรดีถามออกไปทันทีที่อนุวัตรออกไปแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า น้ำผึ้งอยากช่วยบ้านเรา คุณป้าไม่ต้องห่วงนะคะ น้ำผึ้งเลือกแล้ว” ลลิสาพูดบอกไปแล้วฝืนยิ้มให้ป้าของเธอไป ก่อนจะกอดกันอย่างรักใคร่

“ขอบคุณหนูมากนะลูกที่เสียสละแบบนี้ ป้ารักหนูนะลูก” อภิรดีพูดไปแล้วเอามือลูบผมของลลิสาอย่างเอ็นดู ลลิสาเองก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้แบบเข้มแข็ง ต่อไปเธอจะเริ่มชีวิตใหม่ ถึงมันจะไม่ได้เริดเลออะไรแต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่เป็นอยู่

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเ

ด้านชาลิตที่อยู่กรุงเทพมาเกือบสองอาทิตย์เขาก็ช่วยบริหารธุรกิจของที่บ้านมาตลอด จนเริ่มเบื่อหน่ายชีวิตเมืองกรุงแล้วคิดจะกลับไปอยู่เกาะตามเดิม เพราะไม่อยากจะวุ่นวายกับคนในสังคมจอมปลอมแบบนี้ อีกอย่างเขาก็ไม่อยากจะเจออดีตคนรักและน้องชายของเขาแสดงความรักใคร่ต่อกันโชว์เขาทุกๆวัน

“พ่อ วันมะรืนนี้ผมจะกลับไปเกาะแล้วนะ ต้องไปดูงานที่ทิ้งไว้อ่ะ คงอยู่กรุงเทพต่อไม่ได้แล้ว” ชาลิตพูดบอกพ่อของเขาไป เพราะเขาไม่อยากอยู่ต่อแล้ว

“ทำไมเร็วแบบนี้วะ อยู่รอดูหน้าแม่เลี้ยงแกก่อนสิวะ ตอนนี้หลานสาวคุณอรเขายอมแต่งงานกับพ่อแล้วนะโว๊ย พ่อก่ะว่าจะให้แกอยู่จนถึงงานแต่งงานของพ่อเลย แกรอก่อนสิวะ เพื่อพ่อ” อนุวัตรพูดอวดลูกชายคนโดตออกไปแบบดีใจ เพราะหลานสาวของอภิรดีคนนี้นั้นถูกใจเขามากทีเดียว

“หึๆ จะมีเมียแล้วยังมาทำให้ผมลำบากนะพ่อเนี่ย ผมจะอยู่ดูหน้าเมียใหม่พ่อพรุ่งนี้ละกัน ส่วนวันมะรืนผมจะกลับเกาะ โดยไม่มีเลื่อนกำหนดอีกแล้ว งานผมมันรอไม่ได้นะพ่อ” ชาลิตบอกไปแบบจริงจัง เพราเขาจะไม่อยู่ต่อดูพ่อเขามีความสุขกับเมียเด็กหรอก

“เออๆ พรุ่งนี้ถ้าแกเห็นแล้วแกจะตกใจ เพราะว่าที่เมียของพ่อคนนี้นะ แจ่มมาก ไปล่ะ เดี๋ยวจะไปให้น้าแกช่วยดูฤกษ์ยามงานแต่งให้ ” อนุวัตรพูดบอกไปแบบตื่นเต้น ก่อนจะเดินออกไปหาพิชามลที่อยู่บ้านอีกหลังใกล้ๆกัน

“เฮ้อ โดนเขาหลอกเอาเงินยังไม่รู้ตัวอีกนะพ่อ” ชาลิตพูดออกมาแบบหนักใจ แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเขาก็ไม่ได้อยากได้อะไรจากพ่อของเขาหรอก เพราะเท่าที่เขามีอยู่มันก็มากพอแล้ว ทั้งเกาะส่วนตัว ทั้งรีสอร์ท ไหนจะบริษัทท่องเที่ยวอีก

“พี่ใหญ่คะ พี่ใหญ่จะยอมให้คุณพ่อมีแม่เลี้ยงให้เราสองคนจริงๆเหรอคะ ผู้หญิงคนนั้นอายุเท่ากับเล็กเลยนะคะ พี่ไม่ห่วงคุณพ่อหน่อยเหรอคะ” ปณิตาเดินมาจากด้านหลังของพี่ชายแล้วถามออกไป เพราเธอก็รับรู้เรื่องที่พ่อของเธอจะแต่งงานใหม่แล้ว และท่านจะพาผู้หญิงคนนั้นมาให้รู้จักในวันพรุ่งนี้

“หึ อย่างพ่อน่ะมีอะไรให้ห่วงล่ะ พี่ว่าว่าที่แม่เลี้ยงเรามากกว่านะที่จะน่าห่วงน่ะ พ่อเจนจัดจะตายไป เฒ่าหัวงูไม่ตายเพราะสาวน้อยเอาะๆหรอกน่า” ชาลิตเอ่ยบอกไป เพราคนอย่างพ่อเขาคงจะโดนสาวๆหลอกยาก เฒ่าหัวงูขนาดนี้แล้ว

“เฮ้อ พี่ใหญ่นี่นะ พูดอะไรก็ไม่รู้ เล็กไม่คุยด้วยแล้ว ตามคุณพ่อไปหาน้ามลดีกว่า” ปณิตาพูดบอกไปแบบงอนๆพี่ชายที่พูดกวนๆใส่เธอ ก่อนจะเดินตามผู้เป็นพ่อไปตามทางไปบ้านของน้าสาว

ส่วนชาลิตก็มองตามแล้วยิ้มไป ก่อนจะไปนั่งทำงานดูแผนการก่อสร้างรีสอร์ทบนเกาะของเขา ที่เขาจะทำออกมาให้มันเข้ากับธรรมชาติมากที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป