บทที่ 8 อยากแต่งก็แต่งเอง
ด้านอภิรดีที่ได้ยินเสียงโวยวายที่หน้าบ้านก็จะออกมาดู แต่แล้วก็เจอหลานสาวเดินมากับลูกชายคนเล็กของเธอด้วยสภาพที่ไม่น่ามองเท่าใดนักเดินเข้ามาในบ้านซะก่อน แล้วก็มีลูกสาวคนโตวิ่งตามเข้ามา แล้วเมธาวีก็เล่าเหตุการณ์ที่เจอหลานสาวหน้าบ้านให้เธอฟัง จนเธอต้องหันไปมองหลานสาวแบบพิจารณา
“เราทำแบบที่ยัยเมเล่ามาจริงเหรอน้ำผึ้ง บอกความจริงป้ามานะ ห้ามโกหก” อภิรดีถามออกไปแบบจริงจัง แล้วก็เริ่มเปรียบเทียบกับสภาพของหลานสาวในตอนนี้ ที่ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สีขาวเท่านั้น
“อือๆ น้ำผึ้งขอโทษค่ะป้า น้ำผึ้งไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ เมื่อคืนน้ำผึ้งเมามากก็เลยไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป น้ำผึ้งขอโทษ อือๆ ” ลลิสาพูดออกแล้วก็ร้องไห้ออกมาแบบเสียใจที่ทำให้ผู้เป็นป้าผิดหวังในตัวของเธอ
“ไม่ได้อยากให้เป็น แต่กลับจูบกันดูดดื่มอยู่หน้าบ้านเนี่ยนะ ฉันล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่านายธันวาแฟนของเธอมันจะรู้ไหม ว่าแฟนของตัวเองน่ะสำส่อนขนาดไหน” เมธาวีต่อว่าลลิสาออกไปแบบสะใจ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็มีครั้งนี้แหละที่ลลิสามันจะทำพลาดให้เธอเล่นงานได้
“แรงไปป่ะพี่เม พี่ก็ควงคนนั้นคนนู้นทีเหมือนกันนิ พี่ก็คงสำส่อนด้วยงั้นสิ” จิรายุต่อว่าพี่สาวไปแบบปกป้องลลิสา เพราะพี่สาวเขาก็มีหนุ่มๆมาส่งไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน และอีกอย่างเขาก็ไม่เชื่อว่าพี่สาวที่แสนดีอย่างลลิสาจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นประเจิดประเจ้อกับคนที่ไม่ใช่แฟน เรื่องนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ
“ไอ้ยุ นี่ฉันเป็นพี่แกนะ แกจะเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แท้ๆของแกงั้นเหรอ” เมธาวีพูดออกมาแบบไม่พอใจ แล้วชี้หน้าน้องชายออกไป
“พอเถอะยุ อย่าทะเลาะกับพี่เม เพราะพี่เลย” ลลิสาเอามือดึงแขนน้องชายไว้ไม่ให้โต้ตอบพี่สาวที่กำลังอารมณ์ร้อนในตอนนี้ เดี๋ยวมันจะกลายเป้นเรื่องใหญ่ซะก่อน
“หึ แสนดีจริงๆยัยน้ำผึ้ง คุณแม่คะ ไหนๆยัยน้ำผึ้งมันก็เสียตัวให้ผู้ชายที่ไหนไม่รู้ไปแล้ว คุณแม่ก็เอามันจับใส่ตระกร้าล้างน้ำแต่งงานกับเจ้าหนี้ของคุณแม่เลยสิคะ เผื่อมันท้องไม่มีพ่อจะได้ไม่ต้องอายชาวบ้านเขา ให้มันได้ตอบแทนบุญคุณที่คุณแม่เลี้ยงมันมาจนโต” เมธาวีพูดไปพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วมองลูกพี่ลูกน้องสาวแบบเกลียดชัง
“หมายความว่ายังไงพี่เม คุณแม่” จิรายุถามออกมาแบบอึ้งๆกับคำพูดของพี่สาว ก่อนจะสลับมองที่แม่และพี่สาวของเขา ลลิสาก็ได้แต่ร้องไห้ฟังแบบอึ้งๆ อยู่ในอ้อมกอดของน้องชาย
“ก็ให้ยัยน้ำผึ้งแต่งงานใช้หนี้ให้บ้านเราไง เพื่อที่บ้านหลังนี้จะได้ไม่ต้องถูกยึดหรือถูกขายออกไป เขาให้ค่าสินสอดตั้งห้าล้าน ชาตินี้แกคิดว่าคนอย่างยัยน้ำผึ้งมันจะได้จากไอ้ธันวาไหมล่ะ ถ้ามันยอมแต่งงานกับเขา พวกเราทุกคนก็มีที่ซุกหัวนอนแล้วก็ใช้หนี้ทุกคนหมด แค่นี้มันทำเพื่อตอบแทนบุญคุณบ้านเราไม่ได้เหรอ” เมธาวีพูดออกไปแล้วชี้หน้าของลลิสาอย่างไม่ยอม เพราะถ้าเธอไม่ทำให้ลลิสายอมแต่งงานล่ะก็ เธอเองนั่นแหละที่จะโดน
“พอๆ จะไม่มีการบังคับใครไปแต่งงานกับใครทั้งนั้นแหละ เรื่องนี้แม่จัดการเองได้ พวกแกไม่ต้องมาเดือดร้อนกันหรอก” อภิรดีพูดออกไปอย่างตัดปัญหา เพราคนหนึ่งก็ลูก คนหนึ่งก็หลานเธอก็รักมากเท่าๆกัน จะให้บังคับไปแต่งงานกับคนแก่มันก็ยังไงอยู่ ถ้าทั้งสองไม่พร้อมใจเธอก็ไม่บังคับใครทั้งนั้นแหละ ปล่อยขายบ้านนี้ไปใช้หนี้ก็ได้
ลลิสาก็ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของจิรายุไป แล้วก็เริ่มคิดแล้วว่าเธอเป็นภาระของคนบ้านนี้ ที่มีแต่เอาปัญหามาให้ ไม่เคยช่วยเหลืออะไรได้เลย
“จัดการยังไงคะคุณแม่ เมบอกไว้เลยนะคะว่าเมจะไม่ยอมให้คุณแม่ขายบ้านหลังนี้เด็ดขาด” เมธาวีพูดออกมาแบบมาดมั่นไม่ยอมท่าเดียว
“หยุดโวยวายเถอะยัยเม แม่ขอร้องเถอะ ส่วนน้ำผึ้งก็ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวซะใหม่ไป เราก็ด้วยตายุ” อภิรดีไม่อยากให้มีเรื่องกันต่อ จึงให้ทั้งสามแยกกันไป เพราะขืนอยู่ต่อได้ทะเลาะกันยาวแน่ๆ
“ไปกันเถอะพี่น้ำผึ้ง” จิรายุพูดออกไปแล้วประคองพี่สาวออกไป ส่วนเมธาวีก็ยืนมองแบบเจ็บใจที่แม่ของเธอไม่ว่าอะไรเลย
“ยอมมันเข้าไปเถอะค่ะ มันท้องไม่มีพ่อแล้วจะรู้สึก” เมธาวีพูดออกมาแล้วเดินหนีออกไปแบบไม่สบอารมณ์ จนอภิรดีถอนหายใจยาวๆออกมาแบบเหนื่อยใจจริงกับลูกสาวคนนี้
ด้านชาลิตที่กลับบ้านมาแบบอารมณ์ดีก็มาเจอพ่อของเขากำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาก็ถูกพ่อของเขาเรียกตัวไว้ทันที
“เจ้าใหญ่ ไปไหนมาล่ะกลับบ้านมาซะเช้าเลยนะ ปกติแกไม่นอนค้างข้างนอกนิ ” อนุวัตรถามลูกชายพร้อมกับแววตากรุ่มกริ่มออกไป เพราะลูกผู้ชายมันก็ต้องรู้กันน่า
“หึ ผมก็ไปหาความสุขให้ตัวเองบ้างสิพ่อ ขนาดพ่อแก่อายุปูนนี้แล้วยังต้องมีเลย แล้วผมจะไปเหลืออะไรล่ะ” ชาลิตพูดออกไปแล้วก็นั่งลงไปที่โซฟาแบบเหนื่อยอ่อน แล้วพิงพักแบบสบายๆ จนอนุวัตรมองแล้วยิ้มมุมปาก
“ฮ่าๆ จริงเหรอวะ นี่สาวคนไหนทำให้แกนอนด้วยได้วะเนี่ย สงสัยพ่อต้องไปจ้างมาดูแลแกชั่วคราวแล้วล่ะมั้ง เผื่อแกติดใจอยู่กรุงเทพยาวๆ” อนุวัตรพูดแล้วมองสำรวจลูกชายแล้วร่องรอยรักเป็นจ้ำๆที่คอของลูกชายก็โชว์ให้เขาเห็นอยู่สองสามรอย
“โอ๊ยพ่อ คืนเดียวจบน่ะดีแล้ว ขืนมีวันต่อไปเดี๋ยวหลานพ่อได้เต็มบ้านกันพอดี เมื่อคืนก็สดๆแบบไม่มีถุงเลยด้วยเนี่ย” ชาลิตบอกไปตามตรง เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้ใช้ถุงยางแม้แต่อันเดียว
“อ่าวไอ้นี่ ไปติดโรคมาจะทำยังไงวะ ทำไมไม่รู้จักพกถุง เสียเชิงเสือหมดไอ้ลูกคนนี้” อนุวัตรพูดไปแบบห่วงลูกชายที่ไม่ป้องกันตัวเอง
“โธ่พ่อ ผมอยู่เกาะมันครึ่งปีนะไม่ได้มาสนใจจะพกถุงยางติดตัวหรอก เมื่อคืนผมไม่ได้ตั้งใจด้วย อารมณ์มันพาไป แต่คงไม่เป็นไรหรอก ผู้หญิงคนนั้นยังใหม่ๆซิงๆอยู่ปลอดภัยจากโรค แต่ไอ้ที่ไม่ปลอดภัยก็ไอ้เรื่องจะท้องนี่แหละ ผมก็เลยให้เบอร์ติดต่อเขาไป เผื่อเขาท้องลูกผมขึ้นมา” ชาลิตพูดออกไปตามตรง จนอนุวัตรที่กำลังดื่มกาแฟถึงกับสำลักทันที กำลังสิ่งที่ลูกชายพูดออกมา
“แค่กๆ เจ้าใหญ่ นี่มันไม่ใช่เล่นเกมขายของนะ ที่แกจะมาให้ใครท้องลูกของแกก็ได้น่ะ ลูกของแกคือทายาทของตระกูลเรานะ แกจะมาทำเล่นๆไม่ได้ ถ้าแกอยากมีลูก พ่อบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวพ่อหาให้ แม่พันธ์ชั้นดีทั้งนั้น” อนุวัตรพูดออกไป เพราะดูท่าทางของลูกชายดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นจะพลาดท้องขึ้นมา
“ผมบอกแล้วไง ถ้าพ่ออยากแต่ง พ่อก็แต่งไปคนเดียวเลย ไม่ต้องมาหาให้ผม ผมไม่อยากได้เมีย ” ชาลิตพูดบอกออกไปด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น จนอนุวัตรมองแล้วรู้สึกเครียดจริงๆที่ลูกชายคนเดียวจะไม่ยอมแต่งงานมีลูกไว้สืบสกุล
“เออ งั้นฉันแต่งเองก็ได้ เมียสาวๆสวยๆขาวๆเอาะๆ คงทำให้ฉันได้ลูกชายมาอีกสักคน ฉันจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครมาสืบสกุลต่อจากฉัน” อนุวัตรพูดประชดลูกชายออกไป เพราะเขาอยากได้หลานไม่ใช่อยากได้ลูกชายของตัวเองในอายุแก่ขนาดนี้
“ฮ่าๆ เอาเลยพ่อ ถ้าพ่อคิดว่าน้ำยาพ่อยังได้อ่ะนะ ผมยอมให้พ่อมีเมียเด็กเลย เอาลูกเพิ่มอีกสักสองสามคนนะพ่อ พ่อจะได้ไม่ต้องมาถามผมให้กวนใจผมเรื่องนี้อีกไง” ชาลิตพูดออกไปแบบขำๆ กับคำพูดของผู้เป็นพ่อ
“เออ แกคอยดูเถอะ แกมีน้องแน่ๆเจ้าใหญ่ รอให้คุณอรเขายอมยกลูกสาวให้พ่อก่อนเถอะ พ่อจะจัดงานแต่งให้ยิ่งใหญ่ไปเลย” อนุวัตรพูดออกมาแบบมาดมั่นพร้อมกับรอยยิ้ม
“เอาเต็มที่เลยครับพ่อ ใครจะห้ามพ่อได้ล่ะครับ แต่พ่อก็ระวังเขาจะมาหลอกเอาเงินก็แล้วกัน ดีไม่ดีจะมีของแถมมาด้วย ผมไปนอนดีกว่า เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลย” ชาลิตพูดแล้วก็ลุกขึ้น จนผู้เป็นพ่อมองแบบขัดใจที่ลูกชายจะหนีขึ้นไปนอนแล้ว
“ดูพูดเข้า แกนี่มันจริงๆเลยนะเจ้าใหญ่ ไปๆ จะไปนอนก็ไป” อนุวัตรพูดไปก็ทำมือไล่ลูกชายของตัวเองไป
“โธ่พ่อ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมทำ ก็ได้มาจากพ่อทั้งนั้นแหละ ไปนะครับ” ชาลิตพูดออกไปแบบกวนผู้เป็นพ่อ แล้วก็เดินออกไปทันที จนอนุวัตรมองแล้วทำตาถลึงใส่ตามไปอย่างอดไม่ได้
