บทที่ 3 ยามชังน้ำตาลที่ว่าหวานยังขมกว่าบอระเพ็ด
"ไหนเอิร์ธบอกกับโรสว่าเลิกกับแป๋มแล้ว โสดสนิท ทำแบบนี้โรสไม่โอเคนะคะ จะมาหลอกคบโรสแล้วกลับไปหาแป๋มไม่ได้นะคะ"
"โรสไม่ยอม"
ตอนไหนยะ...เลิกตอนไหน ปาลินกลอกตามองไปที่คนทั้งสอง ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง
พฤทธิ์ได้แต่นิ่งและตีหน้าขรึม
ถึงเขาจะนิ่งยังไงเมื่อสงครามเริ่มแล้วต้องเอาให้สุดและจบ
"พี่โรสไม่เกี่ยว มันเป็นเรื่องของแป๋มกับพี่เอิร์ธสองคน คนอื่นห้ามสอด"
เพื่อนกูเด็ด...
อาตี้ยิ้มภูมิใจกดไลค์ให้ล้านครั้งมันต้องแบบนี้สิชะนีน้อย จะมานั่งงอมืองอเท้าไม่ได้นะ
"ใช่...แป๋มพูดถูกคนอื่นอย่าสอใส่เกือกจะดีกว่า"
อาตี้ยื่นหน้าเคียงข้างเพื่อนรู้สึกหมั่นไส้รุ่นพี่เต็มประดา เป็นมือที่สามที่ไม่แคร์สังคมเลยจริงๆ
"พี่เอิร์ธบอกแป๋มมาสิคะว่าคิดกับพี่โรสแค่เพื่อน เรายังไม่ได้เลิกกัน"
ครั้งแรกเธออยากถามประโยคนี้แต่ไม่ดีกว่ารู้สึกมันโง่เกินไป คนสวยอย่างเธอต้องเป็นคนเลือกไม่ใช่ถูกเลือก หรือถูกบอกเลิกต่อสาธารณชนให้เสียลุค
เคยได้ยินมาว่าสวยแค่ไหนก็โดนทิ้งได้ เก่งแค่ไหนก็โดนทิ้งได้ เธอจะต้องไม่ใช่คนที่โดนทิ้งแน่นอน
ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ...
ปาลินนิ่งหน้าเชิด กลืนก้อนบางอย่างที่จุกในลำคอลงไปแล้วพูดว่า
"แป๋มไม่อยากเสียเวลากับพี่อีกแล้ว โลเล ไม่จริงใจ หลายใจ เชิญพี่เอิร์ธอยู่กับคนตอแหลต่อไปเถอะ เจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องทัก ต่อไปนี้พี่แค่อดีตที่ไม่น่าจดจำอีกต่อไป"
ขนาดโดนเป็นชุดยังไม่สะทกสะท้าน หน้าตาของเขาไม่บอกว่าอารมณ์ไหน ถอนหายใจหลายครั้งเหมือนมีเรื่องที่คิดไม่ตก ในที่สุดเขาก็พูดออกมาว่า
"พี่ขอโทษ"
คำขอโทษคือการยอมรับสินะ
อา...
ไอ้คนลวงโลก
เกลียด...
ธัญวดียิ้มระรื่นอย่างผู้ชนะ เธอชนะแล้ว เขย่งปลายเท้าคิสที่สันกรามของพฤทธิ์ต่อหน้าสักขีพยานนับร้อยที่พากันอึ้ง ทึ่ง ไปพร้อมๆกัน
"เอิร์ธเป็นของโรสแล้ว สอบเสร็จเราไปฉลองกันนะคะ"
ปาลินเม้มริมฝีปากแน่นเจ็บที่อกข้างซ้ายใจเหลวจนยืนแทบไม่อยู่ อกหักเป็นแบบนี้สินะทั้งที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาก่อน ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอแต่ยังไม่ใหลออกมา สติสุดท้ายดึงแหวนทองคำขาวที่เขาซื้อให้ในวันวาเลนไทน์ออกจากนิ้วนางข้างขวาปาใส่คนใจร้าย
เขามันหล่อลากดิน หล่อร้าย เขาคือไฟ หลอกลวง
"ของๆพี่แป๋มไม่อยากได้แล้ว ลาก่อน ลาขาด ชาตินี้ขออย่าจะได้เจอกันอีก สาธุ"
พูดจบปาลินถวายน้ำแดงจากโต๊ะข้างๆให้อีกแก้ว เพื่อเป็นการชดเชยกับความไว้ใจที่เคยให้
"ซ่า..."
น้ำแดงกระเซ็นเปียกชุ่มโชกทั้งคู่ จากเสื้อขาวกลายเป็นเสื้อแดงด่างๆดูมีศิลปะ ปาลินยิ้มสะใจกับผลงานของตนเองจิตกรวาดภาพยังสู้เธอไม่ได้
"เยส..."
"กรี๊ดๆๆๆ"
เสียงกรี๊ดของพี่โรสดังไปถึงเจ็ดชั้นฟ้าสะท้านไปทั้งคณะ เต้นเร่าอย่างกับใครเอารังมดมาโยนใส่
สะใจฉิบผาย...
ให้มันไปนั่งสอบแบบนี้แหละ ดีไม่ดีโดนหักคะแนนอีกสะใจจริงๆ
"ว๊าย...เสื้อพี่เขาเลอะหมดเลยอะแป๋มจะเข้าห้องสอบยังไง"
น้ำหวานกระตุกแขนเพื่อนจะห้ามก็ห้ามไม่ทัน ไม่คิดเลยว่าเห็นตัวเล็กๆ น่ารักๆจะใจร้อนขนาดนี้
"อยู่เฉยๆยัยหวาน มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ"
อาตี้เห็นดีเห็นงามจึงไม่อยากให้น้ำหวานทำเสียเรื่อง
"เริสสส...เพื่อนกูเริส"
อาตี้ชอบใจยืนยิ้มสะใจอยู่ข้างๆเพื่อนสาวไม่ห่าง
"อร้ายยยย..."
"อร้ายอีบ้า เอิร์ธคะเสื้อโรสเปื้อนหมดเลย ใกล้สอบแล้วด้วยกลับไปเปลี่ยนก็ไม่ทันแบบนี้โดนตัดคะแนนแน่เลยค่ะ" ธัญวดีตีโพยตีพายใหญ่โต
ปาลินยิ้มสวยรู้สึกสะใจเป็นบ้า
"แป๋มทำไมทำแบบนี้อ่ะแล้วพี่จะสอบยังไงล่ะครับ"
พฤทธิ์เองก็ไม่อยากเชื่อสายตาว่าสาวรุ่นน้องที่เห็นใสๆ น่ารักๆ เวลาโมโหจะแปลงร่างกลายเป็นแม่มดไปได้
ไม่ต้องมาสุภาพหรอกขอร้อง
ปาลินยักไหล่เบ้ปาก สิ่งที่เธอทำคิดว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับเวลาที่เสียไป
"นิดๆหน่อยๆเอง ซีเรียสไปได้"
จบเรื่องแล้วอาตี้กับน้ำหวานจึงดึงเพื่อนกลับ นึกอยู่แล้วว่าซักวันต้องมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เห็นใจเพื่อนที่หน้าเศร้า แต่ดีหน่อยที่ไม่ถึงขั้นตบตีแย่งผู้ชายให้อับอายขายหน้าประชาชี
"ไปเถอะแป๋มกลับคณะกันใกล้สอบแล้ว"
น้ำหวานรีบดึงมือปาลินกลับคณะก่อนที่อาจารย์จะมาเห็นแล้วเรียกไปเตือน ดีไม่ดีโดนหักคะแนนมันจะยุ่ง
"เชี่ย ผู้ชายอะไรแม่งโคตรเลว"
"ไอ้ผู้ชายเฮงซวย"
อาตี้ตะโกนด่าเป็นชุดด้วยความสะใจ เขาจะด่าให้สาสมที่ทำให้เพื่อนรักเสียใจ ต่อจากนี้เจอที่ไหนด่าที่นั่น ด่าจนกว่าจะไปเกิดใหม่ในโลกหน้า
"บักหลายใจ หางยาวปานจิ้งเหลน"
"เบาๆหน่อยอาตี้หวานอาย"
"จะอายทำไมยะ"
ปาลินเดินตามเพื่อนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์กลับคณะ ไม่หันกลับไปมองผู้ชายที่เคยรักหมดใจ
ยามชังน้ำตาลที่ว่าหวานยังขมกว่าบอระเพ็ด
"เดี๋ยวฉันจัดคิวเลือกผู้ให้ใหม่ สวยแบบแกหาใหม่ไม่ยากหรอก"
"หล่อแต่สี่สิบสองกับไม่หล่อแต่ห้าสิบหก แกจะเลือกอะไร"
"หล่อ...แต่ห้าสิบหกได้ป่ะอาตึ้"
"รู้จักเลือกเนอะ"
"อือ...ถ้าไม่มีก็ไม่เอา"
ทัศนคติความรักสำหรับปาลินตอนนี้คือรักแท้ไม่มีอยู่จริง พอแล้วหัวใจ ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดเขาก็ไม่มีวันกลับมา
นับจากนั้นเธอครองโสดไม่ยอมมีใครอีก ถึงแม้อาตี้จะพยายามหาผู้ชายที่คิดว่าเพอร์เฟคมาให้ก็ตาม ความเจ็บปวดจากความรักยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจเสมอมา
บริษัทวรวิชญ์คอนสตรัคชั่น
หลายปีต่อมา ปาลินจบการศึกษาด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เปลี่ยนงานมาหลายบริษัท อัพเงินเดือน อัพตำแหน่ง กระทั่งได้ร่วมงานกับบริษัทวรวิชญ์ คอนสตรัคชั่น บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย
ที่วรวิชญ์คอนสตรัคชั่น ปาลินทำงานแบบขายวิญญาณให้กับบริษัทมาตลอดหนึ่งปีเต็ม ไม่นานคุณวรวิชญ์เห็นคุณค่าในตัวเธอให้คุมการเงินของบริษัท ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงินพร้อมเงินเดือนงามๆ
สวยสมมงไม่เกินจริง ชีวิตดี๊ดี...
จากนั้นเมื่อชีวิตขาดกระเทยไม่ได้ ทันทีที่ตำแหน่งพนักงานการเงินว่างอาตี้จึงตามมาทำงานด้วยในภายหลัง
“ติ๊ง!”
เสียงไลน์กลุ่มออฟฟิศดังขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางความเงียบในที่ทำงาน ทุกคนรีบเปิดอ่านเป็นข้อความจากแผนกเอชอาร์
"แจ้งพนักงานทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม อีกสิบนาทีท่านประธานคนใหม่จะมาถึง ขอให้ทุกคนพร้อมกันที่โถงชั้นล่างเดี๋ยวนี้"
จากนั้นข้อความไลน์เสียงปิ๊งๆติ๊งๆแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นไลน์
กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่พากันตั้งขึ้นเอง ดังขึ้นต่อเนื่องเหมือนลั่นระฆัง
ปาลินไม่อยากใส่ใจแต่พนักงานลูกน้องของเธอใส่ใจ เสียงล่ำลือจากแผนกเอชอาร์แว่วมาว่าท่านประธานคนใหม่จบนอกมาหมาดๆ อายุเพียงยี่สิบเก้าปีเท่านั้น ที่สำคัญคือเขาโสดยังไม่มีลูกเมีย
จะใครก็ช่าง...ปาลินไม่อยากใส่ใจ ไม่คิดจะสน ชีวิตที่เหลือขอสาบานตนเป็นอาร์มี่ ถวายตัวให้กับหนุ่มๆแดนกิมจิขาวๆหล่อๆที่เพิ่งปลดจากกรมทหาร แว่วมาว่าจะรวมตัวกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง มือลั่นอยากกดบัตรคอนจะแย่อยู่แล้ว ต่อให้ต้องไปเกาหลีฝ่าด่านตอมอที่ไม่กินเส้นกับคนไทยก็ตาม
ส่วนผู้ชายในประเทศนี้ล้วนไม่น่าเอามาทำพันธุ์ทั้งสิ้น
"ก๊อกๆๆๆ"
เสียงเคาะประตูเรียกให้ปาลินละสายตาจากคอมพิวเตอร์ แล้วคนเคาะ ก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับยื่นหน้าใสๆของผู้มาเยือน
"เตง...ไปกันหรือยัง อัญเชิญค่ะเขาไปกันหมดแล้ว"
"อ่ะ ไปสิ"
ปาลินปิดคอมฯ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทีกระตือรือร้น หยิบสูทที่พาดไว้กับเก้าอี้มาสวมทับชุดเดรสสีแดงเลือดหมูอันเป็นสีประจำบริษัท จับผ้าพันคอผืนบางให้เข้าที่ สบตากับชายหนุ่มในชุดทำงานสีเดียวกันกับเธอ สวมเชิ้ตแขนยาวกางเกงสแลคเช่นเดียวกับหนุ่มออฟฟิศทั่วไป
และที่ทำให้อาตี้น่าดูคือผิวขาวอมชมพูออร่า และรูปร่างเพรียวบางสะโอดสะองที่ใครเห็นต้องหันกลับมามองอีกครั้ง
"ไปจ๊ะซิสชะนีพร้อมแล้ว"
ลับหลังพนักงานคนอื่นเมื่ออยู่กันสองคนปาลินมักหยอกล้อกับอาตี้แบบนี้เสมอ
"ย่ะ เร็วๆเข้าเถอะ"
ดูเหมือนปาลินกับอาตี้จะลงมาเป็นคนสุดท้าย เสียงรองเท้าปลายแหลมของปาลินกระทบพื้นกระเบื้องเสียงดัง กึก กึก ด้วยท่าทีมั่นใจ ท่ามกลางเสียงพูดคุยของสาวๆออฟฟิศที่ตั้งตารอประธานคนใหม่อย่างใจจดใจจ่อ
ปาลินมาถึงก็ตรงไปต่อแถวคณะผู้บริหารเป็นคนสุดท้าย ขณะที่เธอยืนสำรวมอยู่ดีๆ พี่เพ็ญผู้จัดการแผนกเอชอาร์ก็ยัดพานใส่มาลัยให้ถึงมือพร้อมกระซิบ
"พี่ไม่เห็นใครเหมาะสมนอกจากน้องแป๋ม ช่วยเป็นตัวแทนมอบให้ท่านประธานทีค่ะ"
เธอกำพานแน่นแม้ในใจจะบอกว่าไม่...แต่ทำไม่ได้ นอกจากรับคำสั้นๆ สวมหน้ากากอีกครั้ง ยิ้มจริงใจแล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลน่าฟังว่า
"ได้ค่ะ...เรื่องแค่นี้เอง แป๋มจะต้องไปยืนด้านหน้าใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะ ไปค่ะน้องแป๋มไปยืนข้างพี่"
เธอเป็นคนง่ายๆแบบนี้เสมอ ปาลินถือพานด้วยท่าทียิ้มแย้มยืนรอรับท่านประธานด้านหน้าสุด จุดที่ประตูกระจกอัตโนมัติของอาคารสำนักงานใหญ่ทำหน้าที่เปิดปิดประตู
ครู่ใหญ่... ปาลินกับคนอื่นยืนรอท่านประธานจนข้อเข่าเสื่อมท่านประธานก็ยังมาไม่ถึงสักที ส่วนอาตี้ที่ว่างไม่ได้เป็นต้องเม้าท์มอย นวยนาดไปรวมตัวอยู่กับพนักงานแผนกอื่น
ก่อนท่านประธานคนใหม่จะปรากฎตัว บรรยากาศในโถงชั้นล่างทวีความตื่นเต้น เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบของสาวออฟฟิศจากแผนกต่างๆ
พนักงานสาวA:
"ได้ข่าวว่าบอสจบด็อกเตอร์ด้วยอ่ะแกร"
พนักงานสาวB:
"เหรอ..."
พนักงานสาวC:
"อืม เห็นเขาว่าอย่างนั้นนะ"
พนักงานสาวD:
"เมื่อไหร่จะมาซักที ตื่นเต้นอ่ะ ตัวจริงไม่รู้จะหล่อเหมือนในรูปหรือเปล่า"
พนักงานสาวD:
"โปรไฟล์เทพมากเบ้าหน้าฟ้าประทาน ดูดี ใจละลายเลยแกรรรร..."
พนักงานสาวA:
"มีรูปด้วยเหรอ ขอฉันดูบ้างสิ"
เสียงซุบซิบประโยคสุดท้ายทำให้ต่อมเผือกของอาตี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป
อาตี้:
"ไหนยะ...โปรไฟล์ไหนส่งมาเดี๋ยวนี้"
มือหนึ่งของอาตี้ล้วงเอามือถือในกระเป๋ากางเกง อีกมือล้วงลิปมันในกระเป๋าเสื้อออกมาทำปากยื่นรอเตรียมทา
ติ๊ง! รูปส่งผ่านไลน์มาถึงทันใจอาตี้รีบเปิดดูถึงกับตกใจ
"ว้าย! แม่จ๋าบักจิ้งเหลน ไอ้พี่เอิร์ธ"
อาตี้เห็นรูปถึงกับตกใจโทรศัพท์แทบหลุดมือ เสียงดังจนหลายคนหันมามองด้วยสายตาตำหนิ
อกอีแป้นจะแตกกูโดนแหกแน่ๆงานนี้
"ซวยแล้วชะนีแป๋ม"
