บทที่ 4 วันที่พฤทธิ์กลับมา
"ว้าย! แม่จ๋าบักจิ้งเหลน ไอ้พี่เอิร์ธ"
อาตี้เห็นรูปถึงกับตกใจโทรศัพท์แทบหลุดมือ เสียงดังจนหลายคนหันมามองด้วยสายตาตำหนิ
อกอีแป้นจะแตก กูโดนแหกแน่ๆ งานนี้
"ซวยแล้วชะนีแป๋ม"
อ่า...
"เจ๊...ตกตะลึงในความหล่อของท่านประธานเหรอคะ ร้องซะดังเชียว"
"ย่ะ..."
ฉันร้องขอชีวิตต่างหากล่ะ อะไรจะซวยปานนั้น
อาตี้เอามือทาบอกใจเต้นตึกตัก ใบหน้าแบบนี้จำได้แม่น แม้ผ่านมาหลายปีก็ตาม นึกในใจว่างานนี้ตุ๊ดต้องแย่แน่ๆ ตอนนั้นด่าซะลั่นคณะ อยากคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ที่เขากลับชาติมาเกิดเป็นบอส ตอนนี้สงสัยว่าคนที่ไปเกิดโลกหน้า สงสัยจะเป็นตุ๊ดซะมากกว่า
แงง....
ขนอ่อนของอาตี้ยังไม่ทันจะลงดี เสียงประกาศของเอชอาร์ก็ดังขึ้นแทรกความวุ่นวาย
"ท่านประธานมาถึงแล้วค่ะสาวๆ เงียบกันหน่อย"
ประกาศจากแผนกเอชอาร์ทำให้เสียงซุบซิบเบาลง ทุกคนรู้หน้าที่ยืนเป็นระเบียบเรียบร้อย สายตาทุกคู่มองไปที่หน้าอาคารสำนักงานเป็นตาเดียว บางคนใช้เวลาอันน้อยนิดเติมแป้งเติมปากอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
ท่ามกลางการรอคอยของพนักงานและผู้บริหาร รถหรูวิ่งเข้ามาผ่านลานน้ำพุขนาดใหญ่ จอดหน้าอาคารสูงสี่สิบห้าชั้นรูปทรงเรขาคณิตโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัย สง่างามสมดังเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ
เมื่อรถจอดสนิทคนรถอ้อมมาที่ประตูหลัง เปิดประตูรถให้ท่านประธานด้วยท่าทีนอบน้อม
"เชิญครับคุณพฤทธิ์"
"ขอบใจ"
ประตูอาคารเปิดออกอัตโนมัติ บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามา ดวงตาคมใต้คิ้วกวาดมองพนักงานที่รอต้อนรับ เหมือนต้องการหาใครสักคน กระทั่งหยุดที่เธอ
มุมปากของท่านประธานยกยิ้มอย่างมีความหมาย
อื้ม...โตขึ้น หวังว่าคงไม่ใจร้อนเหมือนเด็กๆอีกแล้วนะ
เธอสวยขึ้นด้วยยัยเด็กบ๊องส์
ปาลินเห็นท่านประธานเต็มสองลูกตา ยืนตัวชาตั้งแต่เขาลงจากรถ จับพานแน่นก่อนที่จะหลุดมือลงไปกองกับพื้น สมองอื้ออึง หัวใจเต้นรัวเกินควบคุม เลือดลมสูบฉีดจนรู้สึกว่าร่างกายกระตุกอยู่ภายใน พยายามรักษาภาพลักษณ์เวิร์กกิ้งวูแมนเต็มความสามารถ
ตัวเขาสูงผิวขาวจั๊วะเหมือนฝรั่ง คิ้วเข้ม สันจมูกโด่ง โครงหน้ามีพัฒนาการของความดูดีที่เรียกว่าเพอร์เฟ็กต์น่าจะเหมาะกว่า
จะเป็นลม... การมาถึงของเขาแผนกเอชอาร์ปิดเงียบ แม้แต่ผู้บริหารก็ไม่ล่วงรู้มาก่อน
ถ้ารู้....เธอจะชิ่งหนีไม่รอให้เขามายืนอยู่ตรงนี้หรอกให้ตายสิ
"พี่เอิร์ธ..."
"เขาเป็นประธานบริษัทนี้ได้ยังไง คุณวรวิชญ์กับคุณพลอยพิศุทธิ์นามสกุลเหลียงวัฒนา ส่วนเขาใช้ตันสกุลทรัพย์นี่นา"
รู้สึกเหมือนโลกกำลังจะแตก คำถามมากมายเกิดขึ้นที่หัวตีกันจนวุ่น
พฤทธิ์หยุดตรงหน้าเธอ ตาคมกวาดมองทั่วใบหน้าของหญิงสาวที่สวยหวานจนไม่อาจละสายตาได้ ปาลินย่อตัวยื่นพานดอกมะลิให้เขา หลบสายตาคู่นั้นที่รู้ว่ามองเธออยู่ตลอดด้วยการก้มหน้า โฟกัสสายตาที่พื้นหินอ่อนอย่างสิ้นหวัง พูดเสียงตะกุกตะกักไร้ความมั่นใจ
"ยินดี ยินดีต้อนรับค่ะท่านประธาน"
พฤทธิ์ยื่นมือรับมาลัยกลิ่นหอมของดอกมะลิทำให้รู้สึกดีเป็นบ้า ส่วนคนให้ก็น่ามองขนาดก้มหน้ายังสวยขนาดนี้ ถ้าได้เห็นเต็มๆตาจะน่ามองขนาดไหน
เธอจะรู้ไหมว่าเขายังไม่ลืม คิดถึงทุกลมหายใจ
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนเกือบชิดใบหน้าเธอ กระซิบพอให้ได้ยินแค่สองคน
"คิดถึงไหม?"
พอได้ยินเขาพูดเท่านั้นแหละดวงตาของปาลินเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ฮะ!...เขาพูดอะไรอ่ะ
"ขอบคุณสำหรับการต้อนรับ...คุณปาลิน"
"ผ้าพันคอสวยดีนะ มันเหมาะกับบี๋มากนะรู้มั้ย"
"บี๋เหรอ บี๋ไหน"
ปาลินยกมือจับผ้าพันคอพึมพำเหมือนละเมออยู่คนเดียว ขณะที่เขาเดินผ่านหน้าเธอไปทักทายพนักงานสาวๆที่รอต้อนรับ ได้ยินเสียงกรี้ดกร๊าดไม่ขาดสาย
ฉิบหายแล้ว...
ปาลินกลุ้มอกกลุ้มใจชีวิตดี๊ดีพังทลายลงไม่เป็นท่า อุตส่าห์ไปทำพิธีตัดกรรมอธิษฐานว่าถ้าหากชาติหน้ามีจริงขอให้หากันไม่เจอจำกันไม่ได้ ขอให้ทุกกรรมจบลงในชาตินี้
สาธุๆๆ...
ผลบุญทำให้เธอสงบสุขอยู่ไม่กี่ปี ยังไม่ทันได้ไปเกิดใหม่เขาก็มาทวงเวรทวงกรรมจากเธอแล้ว
"ฮือ...แม่จ๋าช่วยแป๋มด้วย"
ก็คงมีแต่เธอเท่านั้นล่ะมั้งที่อยากไปจากตรงนี้ ส่วนสาวๆในบริษัท ก็บ้าความหล่อรวยดีกรีนักเรียนนอก หลงรูปลักษณ์ภายนอกสุดแสนจะเพอร์เฟกต์
ประธานคนใหม่เนื้อหอมถึงขั้นสาวน้อยหรือสาวเหลือน้อยในบริษัทมองกันตาปรอย
ส่วนเธอขอบาย ลาขาด ใครอยากได้ก็เชิญ
นิ้วเรียวคว้าแบบฟอร์มใบลาออก หลังจากถูกพับเก็บเมื่อครั้งที่แล้ว
ใช่...เธอเคยคิดลาออก แต่คุณวรวิชญ์ประธานคนเก่าขอร้องไว้ ตอนนั้นบริษัทมีปัญหาภายใน ส่วนเธอก็ยอมทิ้งข้อเสนอจากบริษัทคู่แข่งเพราะความใจอ่อนของตัวเองแท้ๆ
ตอนนั้นคิดได้แค่เพียงว่าทำงานไปเถอะจ๊ะแม่คนดี เธอจะอยู่คู่วรวิชญ์ คอนสตรัคชั่นจนกว่าชีวิตจะหาไม่รักบริษัทมากมาย
ถ้าไม่ใจอ่อนในวันนั้น วันนี้คงไม่ต้องมาพบมาเจอเขาอีกในวันนี้
ปาลินไตร่ตรองดีแล้วเขียนใบลาออกเสร็จในเวลาในถึงสองนาที สำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง พร้อมกับจรดปากกาเซ็นชื่อด้วยความมั่นใจ
ออก...ต้องลาออก
“ก๊อกๆๆๆ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยอาตี้ที่ผลักเข้ามาอย่างแรง ปราดเข้าไปในห้องนั่งเก้าอี้ตรงข้ามหญิงสาว
"เตง... ทำอะไรอยู่อ่ะ"
"เขียนใบลาออก"
"บ้า!!!" อาตี้ร้องเสียงหลง
"ถ้าแกออกแล้วซิสจะอยู่ยังไง ออกก็ออกพร้อมกัน ฉันขออกด้วยคนนะ"
อาตี้กระแทกก้นลงบนเก้าอี้แล้วฉกใบลาออกจากมือปาลินมาอ่าน
อ่านแล้วอยากกรี๊ดดังๆด้วยความขัดใจ
"เบาๆอิซิส เดี๋ยวคนอื่นได้ยินหมด"
ปาลินปรามเมื่อเพื่อนสาวในฐานะลูกน้องดูจะตกใจเสียงดังเกินเหตุ
"ใจเย็นก่อนให้แป๋มออกก่อน ซิสค่อยตามโอเคหรือเปล่า"
"ไม่รู้แหละ...ถ้าแกออกฉันก็ออก ขืนอยู่มีหวังไอ้บักจิ้งเหลนมันต้องแก้แค้น ที่ฉันด่ามันตอนนั้นแน่เลย"
"อาตี้ แกนี่ดื้อจริงๆ วิตกจริตเกินไปป่าว เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีป่านนี้เขาคงลืมไปหมดแล้วมั้ง"
"ไม่...ฉันจะออก ให้ตุ๊ดออกด้วยคนนะ"
"พลีสสสส"
อาตี้อ้อนวอนออกงานไปตายเอาดาบหน้า ดีกว่าต้องทำงานเป็นลูกน้องรับเงินเดือนจากอริเก่าอย่างพฤทธิ์
ขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ทำให้ทั้งสองหยุดชะงัก ปาลินเห็นว่าเบอร์โทรจากหน้าห้องท่านประธานจึงรีบรับสาย
กริ๊งๆๆๆ
"สวัสดีค่ะคุณปุ้ม"
"คุณปาลินคะ ท่านประธานเรียกประชุมผู้บริหารด่วนค่ะ ห้องประชุมAชั้นยี่สิบแปดนะคะ"
"ค่ะ...จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
ปาลินวางสาย แล้วพูดกับอาตี้เหมือนการประชุมครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากที่สุดในชีวิต
"ฉันมีประชุมแค่นี้ก่อนนะอาตี้ มีอะไรค่อยคุยกันทีหลังแล้วกันนะ"
"แล้วเรื่องลาออกล่ะแป๋ม"
"นี่ไง... ฉันเอาใบลาออกไปด้วย ประชุมเสร็จฉันจะยื่นเลย"
ก็จริง...ที่เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว แต่จะทำไงได้เธอยังเป็นพนักงานของที่นี่อยู่ แกล้งๆไปนั่งฟังเอาหูทวนลม ประชุมเสร็จแล้วก็ยื่นใบลาออกสวยๆจะได้จบ
ปาลินจัดผ้าพันคอให้เข้าที่ตบแป้งเติมลิปสติกนิดหน่อย หยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาหมุนช้าๆแล้วปาด เธอต้องสวยและเนี้ยบ ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะหยิบโน้ตบุ๊กกับสมุดบันทึกไปด้วย สำคัญที่สุดคือใบลาออกเธอสอดไว้ในสมุดกันลืม
"ไปละ ปิดไฟ ปิดแอร์ให้ด้วยนะซิส"
"โชคดีนะเตง"
ห้องประชุม
ห้องประชุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิยี่สิบสามองศาเซลเซียส ปาลินนั่งที่ประจำของเธอคือฝั่งขวาแถวกลาง ส่วนผู้จัดการท่านอื่นก็นั่งที่เดิมเช่นเดียวกัน
รอท่านประธานอยู่สักพัก ก็ได้ยินเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง กึก กึก ทำให้ทุกคนในห้องเงียบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พฤทธิ์ประธานคนใหม่ก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง รัศมีความมั่นใจแผ่ออกมาจนทุกคนสัมผัสได้ ชุดสูทสีดำตัดเย็บอย่างปราณีตทำให้เขาดูสง่าสมเป็นประธานบริษัท
"เขามาแล้ว"
ปาลินรู้ว่าเขามาแล้วแต่ไม่กล้าเงยหน้ามอง ขนาดไม่มองหน้ายังรู้สึกได้ว่าเขามองเธออยู่ตลอดเวลาที่ก้าวขาเข้ามา รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนขนลุก
จะมองอะไรนักหนา
พฤทธิ์นั่งลงที่เก้าอี้ท่านประธาน เปิดโน้ตบุ๊กของตนเองเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์ ห้องประชุมเงียบกริบรอฟังว่าท่านประธาน ว่าจะพูดเรื่องอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนพวกเขาต่างเตรียมข้อมูลของตนเองให้พร้อมที่สุด
พฤทธิ์ขยับเนคไทให้เข้าที่สีหน้าดูจริงจังน่าเกรงขามแพชชั่นสูงมาก ดูมีความเป็นมืออาชีพ ปรายตามองผู้บริหารแต่ละคนที่นั่งกันตัวเกร็งแล้วหยุดสายตาไว้ที่เธอ
"สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนเริ่มประชุมผมขอให้คุณปาลินนั่งข้างผมที่นี่ครับ"
ฮะ...เขาว่าอะไรนะ
