บทที่ 5 ประธานใจร้าย
พฤทธิ์ขยับเนคไทให้เข้าที่ สีหน้าดูจริงจังน่าเกรงขาม แพชชั่นสูงมาก ดูมีความเป็นมืออาชีพ ปรายตามองผู้บริหารที่นั่งกันตัวเกร็งแล้วหยุดสายตาไว้ที่เธอ
"สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนเริ่มประชุม ผมขอให้คุณปาลินนั่งข้างผมที่นี่ครับ"
ฮะ...เขาว่าอะไรนะ
ปาลินนั่งเงียบๆเหมือนไร้ตัวตน ใช้ร่างของผู้จัดการแผนกเซฟตี้ ที่รูปร่างสูงใหญ่เป็นเกราะกำบังไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้
แต่ยังอุตส่าห์นึกถึงอีกเนอะ
ปาลินจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา กรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ที่นั่งนิ่งคือไม่รู้จะทำหน้ายังไงแววตาสิ้นหวังมาก วางตัวไม่ถูกเมื่อต้องเจอหน้ากันอีกครั้งถึงแม้จะไม่ใช่สองต่อสองก็ตาม
"คุณวรวิชญ์ท่านจัดไว้แบบนี้นานแล้วนะคะคุณพฤทธิ์"
"นั่นมันสมัยคุณพ่อ ผมสั่งให้มาคุณก็ต้องมา จะได้อัปเดตข้อมูลการเงินกันเลยผมถนัดแบบนี้"
"จะให้ผมช่วยย้ายโน้ตบุ๊กให้ไหมครับจะได้สะดวก"
พูดแบบนี้ใครจะกล้าขัดคำสั่งท่านประธานล่ะคะ
"ทราบค่ะ..."
ปาลินกัดริมฝีปากตนเองอย่างเหลืออด ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แบบเสียมิได้ หอบหิ้วโน้ตบุ๊กไปนั่งข้างเขาในใจโมโหจนเดือด
พฤทธิ์ยิ้มร้ายที่มุมปาก ตาคมชื่นชมเจ้าของทรงผมสั้นดัดลอนคลายๆ ไม่วางตา เธอดูหวานดูแพง ปากอมชมพูช่างละมุนมีเสน่ห์ในลุคสาวเกาหลีหวานๆ ปีนี้หญิงสาวอายุยี่สิบสี่แล้ว ไม่ดูเด็กจนเกินไป เมื่ออยู่ในชุดทำงานที่เป็นทางการแบบนี้ และท่าทีเอาจริงเอาจังกับงานยิ่งทำให้เธอดูโปรมากขึ้น
ถ้าจะให้ดีเขาชอบลุคใสๆ ผมดำยาวมันขลับแบบเดิมมากกว่า
เขาผายมือให้เธอนั่งพร้อมขยับเก้าอี้ให้อย่างมีน้ำใจ
"เชิญครับคุณปาลิน"
"ขอบคุณค่ะท่านประธาน"
คนตัวเล็กนั่งลงที่เก้าอี้ที่เขาจัดไว้ให้ เธอค่อยๆ นั่งลงท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่เอาใจช่วย ดูออกว่าเธอรู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด
แกล้งกันหรือไงรู้ทั้งรู้ว่าเกลียดยังจะให้มานั่งใกล้ๆอีก
บีบหัวใจชะมัด
การประชุมผ่านไปนานนับชั่วโมง จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ขอข้อมูลการเงินเสียที ยังคงหารือกับแผนก Project Planning แผนก Survey เรื่อยไปจนถึงแผนกกฏหมาย เพราะต่อจากนี้ บริษัทจะเข้าร่วมประมูลงานราชการที่มีความแข่งขันสูงมาก จึงต้องใช้งานแผนกกฏหมายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
เธอได้แต่นั่งฟังด้วยความเบื่อหน่าย อยากให้จบเร็วๆจะได้ยื่นใบลาออกเสียที
ส่วนพฤทธิ์นั่งตัวตรง มือข้างหนึ่งควบคุมแป้นโน้ตบุ๊กอย่างเชี่ยวชาญ นิ้วใหญ่กดแป้นพิมพ์รัวเร็วจนเธอตาลาย ส่วนอีกข้างวางสบายๆบนที่พักแขน ถึงแม้เขาจะไม่โดนตัวเธอแม้ปลายเล็บปาลินก็แอบระแวงไม่ได้
คราใดที่เขาเรียกชื่อเธอหรือสบตาทีหนึ่งถึงกับสะดุ้งไปทั้งตัว จ้องทีหนึ่งถึงกับต้องจิกเล็บกับชายกระโปรงแบบไม่รู้ตัว
จะบอกว่าเกร็งก็ใช่...
ขณะที่เธอกำลังเหม่อคิดอะไรในใจ เขาก็เอ่ยถึงเธอจนได้ หันหน้าช้าๆ มาที่เธอ
"ผมอยากให้ฝ่ายการเงิน เข้าไปดูเรื่องต้นทุนวัสดุมากหน่อยนะครับ"
"ทำได้ใช่ไหมครับคุณปาลิน"
"ได้...ได้ค่ะท่านประธาน"
ปาลินมองดูเวลาที่ข้อมือตอนนี้ใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว การประชุมไม่เห็นมีทีท่าว่าจะจบลงที่ตรงไหน ส่วนเธอที่ไม่กล้าแม้จะหันไปมองเขาก็ได้แต่นั่งฟังท่านประธานแสดงความเก่งกาจต่อไป
ตอนนี้อยากตะโกนดังๆ ว่าอยากลาออก...
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น ปาลินที่พกความกล้ามาเกินร้อย รีบรั้งเขาไว้ก่อนที่จะกลับห้องทำงาน หยิบใบลาออกจากสมุดออกมาถือไว้เตรียมยื่น
"ท่านประธานคะดิฉันขอเวลาสักครู่"
"หืม..."
พฤทธิ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองไปที่ปาลิน รู้สึกได้ว่าหญิงสาวอึดอัดตลอดเวลาที่นั่งใกล้เขา และเหมือนกับว่าเธอน่าจะมีอะไรมากกว่าอึดอัดเป็นแน่
"คุณไม่เข้าใจตรงไหนเราประชุมเสร็จแล้วนะ"
"ดิฉันขอเวลาสักครู่ไม่เกินห้านาทีค่ะ"
ปาลินกวาดตามองผู้จัดการท่านอื่น ที่ยังรีรอไม่ออกจากห้องประชุมเสียที สงสัยจะรอท่านประธานนำร่องออกไปก่อน คงเกรงใจท่านประธานแหละดูออก พฤทธิ์ดูจากสายตาและกิริยาของเธอแล้ว คิดว่าน่าจะมีเหตุผลหรืออะไรที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้
"เหมือนคุณมีความลับนะ งั้นไปที่ห้องทำงานผมดีกว่า"
"เชิญครับ"
พูดจบพฤทธิ์ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินนำไปก่อน ในใจนึกสงสัยว่าเธอจะพูดเรื่องอะไรกันแน่
ใช่...เธอมีความลับ อยากคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ปาลินเดินตามท่านประธาน ที่ครั้งหนึ่งแผ่นหลังของเขาเคยเป็นที่หลบแดดหลบฝนให้เธอได้พักพิง นึกถึงตรงนี้ปาลินต้องสลัดภาพจำในอดีตออกไปให้หมด
ใกล้เขาทีไรเป็นแบบนี้ทุกทีถึงต้องลาออกอย่างไรเล่า
พฤทธิ์ผลักประตูเข้าไปในห้องทำงาน รอกระทั่งหญิงสาวเข้ามาด้านในจึงปิดประตู
"เชิญครับ"
พฤทธิ์นั่งลงที่เก้าอี้ท่านประธาน ผายมือให้เธอนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกัน ปาลินยังตะลึงไม่หายกับห้องที่ถูกตกแต่งใหม่จนไม่เหลือเค้าเดิม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเลือกใช้สีเทาควันบุหรี่ สูทสีดำที่เขาใส่ ช่างเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ แฟ้มงานกล่องเอกสารจัดวางเป็นระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว
เห็นเธอนั่งนิ่งพฤทธิ์จึงถามอีกครั้งแบบไม่อ้อมค้อม พยายามสบตากับหญิงสาวตรงหน้าที่เอาแต่หลบสายตา
"คุณมีอะไรก็ว่ามา"
ปาลินสูดลมหายใจเข้า รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี หยิบใบลาออกแล้วยื่นให้เขา
"ดิฉันขอลาออกค่ะ"
"ทำไม? เพราะอะไร? ผมเพิ่งมาวันแรกคุณก็ลาออกเลยเหรอ"
"ใช่ค่ะ เซ็นอนุมัติเลยค่ะ ดิฉันจะได้รีบกลับ ลาออกล่วงหน้าสามสิบวันตามกฏของบริษัทค่ะ"
"งั้นเหรอ ออกตามกฏก็ดีแล้วนี่"
พฤทธิ์ไล่สายตาตามตัวหนังสือ ที่เขียนในหัวข้อเหตุผลของการลาออก แล้วช้อนสายตาแบบรู้ทันไปที่เธอ
"ลาออกไปประกอบอาชีพอื่น หรือว่าไปทำงานกับนทีวิศวกรรมกันแน่"
"คุณรู้?"
ปาลินเสียงสั่นน้อยๆ ที่โดนจับได้ เรื่องที่เธอจะออกไปทำงานกับนทีวิศวกรรม เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
"พี่เอิร์ธรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแป๋มนั่นแหละ"
พฤทธิ์พยายามจะบอกว่าไม่ว่าจะนานแค่ไหน เรื่องราวของเธอเขาไม่เคยปล่อยผ่าน
ทุกเรื่อง...
เขาทำอย่างกับว่าตามติดชีวิตเธอมาตลอดอย่างนั้นแหละ และยังกล้าแทนตัวเองว่าพี่เอิร์ธ เขามันคนหน้าด้านหน้าทนเกินจะรับไหว
"ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับแป๋มแล้วพี่เอิร์ธจะไม่รู้"
น้ำเสียงทีเล่นทีจริง ดวงตาสีน้ำตาลมีแววสนุกที่ทำให้ปาลินรู้สึกไม่ชอบใจ
"หรือว่าที่รีบลาออกก็เพราะ"
"เพราะอะไรคะท่านประธาน"
"กลัวหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ เพราะยังรักพี่เอิร์ธอยู่ใช่ไหมล่ะ"
คนตัวเล็กปฏิเสธทันควัน
"ไม่จริง... อย่าหลงตัวเอง เซ็นมาค่ะจะได้จบๆ"
"ถ้าผมไม่อนุมัติล่ะ"
คิ้วเข้มของพฤทธิ์เลิกขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นช้าๆไม่พูดอะไร เพียงแค่มองใบลาออกในมือเอนหลังพิงเบาะสบายๆ สายตามองมาที่ปาลินบ่งบอกว่าเขารู้ทันเธอทุกอย่าง
ปาลินเม้มริมฝีปากแน่น บ่งบอกว่าไม่พอใจ และไม่อยากจะอยู่ที่นี่แม้เสี้ยววินาที
เจ้าอย่าอ่อนแอสู้เขา
"ถ้าคุณไม่อนุมัติ ฉันจะฟ้องกระทรวงแรงงานจริงๆด้วย"
"คุณไม่มีสิทธิ์กักพนักงานไว้ ดิฉันยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามกฎของบริษัทโดยไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย"
ประธานหนุ่มดูนลิ้นที่กระพุ้งแก้ม สายตาคมจับจ้องที่หญิงสาวตรงหน้าสายตายียวน
ไม่น่าเชื่อ...ว่าโตขึ้นเธอจะขู่เก่งขนาดนี้
"คุณคิดจริงๆ เหรอ ว่าผมจะปล่อยให้คุณไปอยู่กับนทีวิศวกรรม ช่วยมันประมูลงานแข่งกับวรวิชญ์คอนสตรัคชั่นง่ายๆ"
คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างผู้ชนะ การกระทำต่อไปนี้อาจดูใจร้ายแต่ต้องทำ
"ผมไม่อนุมัติก็คือไม่อนุมัติ"
แคว้ก...
เขาพูดว่าไม่อนุมัติพร้อมกับฉีกใบลาออกทิ้ง เขาฉีกมันต่อหน้าเธอเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่แยแสว่าเธอจะรู้สึกยังไง ย่ำแย่แค่ไหน
ใบลาออกของฉันคนใจร้าย...
"ฉันจะฟ้อง"
ปาลินได้แต่มองใบลาออกที่ถูกฉีกร่วงหล่นลงบนพื้น เธอไม่จำเป็นต้องทน พรวดพราดลุกจากเก้าอี้ โกรธเขาจนหน้าแดงปากสั่น กัดฟันกรอดด้วยความโมโห ดันเก้าอี้ไปด้านหลังเพื่อจะออกไปจากตรงนี้ ก่อนจะหมดความอดทนยกหมัดตั๊นหน้าอีกฝ่ายเข้าให้
แค่คิดก็ช้ากว่าเขาหนึ่งก้าว
"หมับ"
พฤทธิ์มือไวคว้าข้อมือเล็กไว้อย่างง่ายดาย
"แป๋มจะให้ตำรวจมาจับพี่เอิร์ธจริงๆเหรอ"
พฤทธิ์ไม่ปล่อยให้เรื่องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล ลุกจากเก้าอี้ด้วยความเร็วก้าวขายาวๆเดินอ้อมโต๊ะทำงาน ด้วยช่วงแขนที่ยาวเขาคว้าข้อมือเธอไว้กระตุกเบาๆเพียงครั้งเดียวร่างบางถลามาตามแรงดึงปะทะกับอกแกร่ง
"ว้าย!"
"ไอ้ ไอ้..."
"อุ๊บ"
