บทที่ 6 จูบของคนใจร้าย
ก่อนที่คนตัวเล็กจะทันตั้งตัวและผลักไส ร่างของเธอก็จมหายไปกับอกของเขา และริมฝีปากร้อนๆ ก็ประกบลงมาอย่างแนบแน่นและหนักหน่วง
"อ๊ะ!"
"คุณพฤทธิ์!"
เมื่อร่างแบบบางปะทะกับแผงอก ปาลินรับรู้ได้ว่าเขาช่างเป็นผู้ชาย ที่มีแรงดึงดูดทางเพศอย่างร้ายกาจ ขนาดว่าเธอใส่ความโกรธความเกลียด เพื่อไม่ให้หัวใจอ่อนแอและหวั่นไหว แต่พอโดนจู่โจมเข้าหน่อยเธอก็สั่นไปทั้งตัวจนควบคุมตัวเองไม่ได้
ไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกกับเธอได้ขนาดนี้
เขาจูบเธออย่างโหยหา จูบที่เต็มไปด้วยการเอาชนะปนคิดถึง
"อื้อ!"
ปาลินครางประท้วงในลำคอทั้งดิ้นทั้งผลักทั้งทุบ ออกแรงไปตั้งเยอะเขายังเฉยเหมือนกำแพงที่ไม่สะทกสะท้านต่อแรงใดๆ ได้ยินเพียงเสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของเขา ทำเธอสะท้านจนหัวหมุนติ้วในใจสับสนวุ่นวายไปหมด
เขาทำแบบนี้ทำไม
ยิ่งทุบเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น กอดเธอไว้ทั้งตัวบดคลึงอย่างเผ็ดร้อน จูบที่ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จูบที่ต้องการให้เธอระลึกถึงครั้งแรกของเขาและเธอในอดีต
คนตัวเล็กได้แต่คิดว่าคนร้ายกาจอย่างเขา กล้าดียังไง ใช้สิทธิ์อะไรถึงทำกับเธอแบบนี้
จูบที่ไม่มีวันได้ใจคืนมา
มาถึงตอนนี้พฤทธิ์ต้องการให้เธอยอมรับ ว่าที่ผ่านมาคนตัวเล็กที่เขาฉกจูบอย่างบ้าคลั่ง ยังรักเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
เธอจะต้องไม่มีลืมเขา ไม่มีใครแทนที่เขาได้
ปาลินไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เขาจูบเธอจนพอใจสอดปลายลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดอย่างโหยหา แต่เธอไม่ใช่คนที่ยอมอะไรง่ายๆ เขาพัวพันเธอก็ดันลิ้นหนี เขารุกเธอหนี เขาซ้ายเธอขวาจนคนตัวใหญ่ครางฮึ่มฮ่ำไม่พอใจในลำคอ
แต่ก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ซะเมื่อไหร่
ทว่าในที่สุดความเจนจัดของเขาก็ปราบเธอเสียอยู่หมัด จากจูบร้อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นวาบหวามซาบซ่านจนเธอเผลอไผลไปกับเขา
"อื้ม"
ประธานหนุ่มครางหวานในลำคอ
ปาลินอายฟ้าอายดิน เมื่อเขาถอนจูบออกปลายจมูกโด่งก็ซุกไซ้ไปกับพวงแก้มทั้งสองข้าง ซอกคอ หอมไปทุกที่ที่ต้องการและไม่ลืมฝากรอยรักจางๆไว้ให้ดูต่างหน้า
แรงจูบช่างร้ายกาจเสียจนระทดระทวย พ่ายแพ้ต่อเขาแล้วทุกประตู จากที่ทุบเอาทุบเอากลายเป็นไร้เรี่ยวแรงแขนตกลงที่ข้างตัว เรียวขาพิงอยู่กับขาแข็งแรงของเขา
พฤทธิ์เพียงแค่จูบแต่กึ่งกลางกายกลับทรมานจนสุดกลั้น ได้แต่บอกตัวเองว่ายัง... ยังไม่ใช่ตอนนี้
"ปล่อยฉันนะพอแล้วอย่าทำแบบนี้"
คนตัวเล็กปฏิเสธเสียงสั่น พยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดแต่ไม่เป็นผล เขากอดเธอไว้แน่นพร้อมกับกระซิบแผ่วที่ข้างริมหู ทำเอาขนลุกเกรียว
"ตอนจูบกันก็ไม่เห็นว่าอะไรนี่"
"หืม"
ปาลินปฏิเสธทั้งที่ไร้เรี่ยวแรง
"ไม่ มันไม่ใช่"
"ทำไมจะไม่ใช่นี่แค่เตือนความจำนะ อย่าดื้ออีกไม่อย่างนั้นเจอหนักกว่านี้"
"เกลียด"
"ตกลงจะรักพี่เอิร์ธหรือเกลียดกันแน่เอาดีๆ"
"เกลียด"
"เกลียดที่สุดในโลก"
พฤทธิ์ยิ้มออกมาเมื่อคนในอ้อมแขนเกลียดเขาเข้าไส้ คลายอ้อมกอดดันตัวเธอออก พร้อมกับจับสองไหล่ให้ประจันหน้ากับเขา คนตัวสูงมีคำถามมากมายอัดแน่นอยู่ในหัว
สายตาคู่นั้นจับอยู่ที่ใบหน้าสวยอย่างมีความหมาย ทั้งเว้าวอน ทั้งคิดถึง
"ทำไมต้องลบรูปของพี่ออกจากเอ็กซ์หมดด้วย"
"หืม"
คิดว่าการกระทำของตัวเองในวันนั้น มันน่ารักมากนักหรือไง เธอถึงต้องเก็บความทรงจำที่มีต่อเขาไว้ดูต่างหน้า
หลงตัวเองไปหรือเปล่า
"ไม่อยากเห็นไม่อยากจำ เราไม่มีอดีตที่เกี่ยวข้องกันอีกก็ลบออกง่ายนิดเดียว"
"แล้วบล็อกพี่ทำไมโทรหาก็ไม่ติด"
"ถ้าเป็นเรื่องวันนั้นพี่มีคำอธิบาย"
พฤทธิ์คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ที่จะทำความเข้าใจกับเธอ หกปีในอเมริกาถือว่าฝึกความอดทน เขาผ่านอะไรมาเยอะเจอะเจอผู้หญิงมากมาย ขณะที่ปาลินยังไม่มีใคร เขารู้สึกผิดบาปต่อเธอมากมายนัก ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะมีจิตใจเข้มแข็งกว่าผู้ชายเสียอีก
เขาเสียใจที่ดูถูกความรักของหญิงสาวตัวเล็กๆ คนนี้เหลือเกิน
"ขี้เกียจฟัง ปล่อยได้แล้วค่ะฉันจะกลับบ้าน"
"ถ้าพี่จะขอโอกาสอีกครั้งจะได้ไหม"
เจ็บแล้วจำคือคนเจ็บแล้วทนคือควาย จำไว้...
ปาลินไม่ตอบ ใบหน้าสวยสะบัดพรืด คิดแต่ว่าเธอจะทำอย่างไรดี ลาออกก็ไม่ได้ เท่ากับว่าต้องพบกันทุกวัน อย่างนี้คงได้อกแตกตายแน่ๆ
เธอไม่คิดว่าตนเองจะมีสภาพเหมือนหงส์ปีกหักร่วงหล่นลงพื้น เพียงเพราะจูบร้ายกาจของเขา
ปาลินพาร่างโซซัดโซเซกลับห้องทำงานอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่มีแก่ใจทำงานต่อ โดนแบบนี้ใครบ้างจะทำงานขายวิญญาณให้กับบริษัทได้อีก ใช้แรงอันน้อยนิดผลักประตูห้องทำงาน เมื่อประตูเปิดออกก็พบกับเพื่อนรักนั่งจ้องไอแพดอย่างใจจดใจจ่อ
"อิซิสยังอยู่อีกเหรอ ไม่คิดจะกลับบ้านหรือไง"
อาตี้เงยหน้าจากจอก็ต้องตกใจกับสภาพเพื่อนสาวที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ ริมฝีปากช้ำทั้งบนและล่าง ผ้าพันคอหลุดรุ่ยจนเห็นรอยแดงที่ซอกคอเต็มสองตา และเพิ่งออกมาจากห้องท่านประธานแบบนี้จะให้คิดดีได้อย่างไร
"ตาย ตายแล้ว"
"ว๊าย!...ชะนีน้อย นี่แกไปโดนหมาที่ไหนฟัดมายะ"
อาตี้ร้องเสียงหลงเอามือทาบอก แทบอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วงจากใจจริง ชายหนุ่มเด้งจากเก้าอี้เดินไปหาใกล้ๆ ยืนทำตาโตมองเพื่อนสาวที่หายเข้าไปในห้องท่านประธานอยู่นานสองนาน นานกระทั่งพนักงานต่างพากันกลับบ้านไปจนหมด
"ผลงานของไอ้บักจิ้งเหลนของแกนั่นแหละ ทำฉันเป็นแบบนี้"
คนตัวเล็กเบี่ยงตัวจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อน แล้วทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ใบหน้าสวยงอง้ำ ปิดคอมหยิบกระเป๋าสะพายออกจากลิ้นชักเตรียมตัวกลับบ้าน
แต่เพื่อนก็ยังไม่เลิกใส่ใจ
"ดูคอแกสิ อย่าบอกนะว่าโดนแด๊รกคูล่า ดูดเลือดหมดตัวไปแล้ว สภาพถึงเป็นแบบนี้เนี่ย"
อาตี้อุทานออกมาด้วยความตกใจ กลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ จินตนาการไปไกลแสนไกลแต่ยังมีแก่ใจถาม
"แป๋ม! นี่แกอย่าบอกนะว่าแกโดนไอ้...ไอ้พี่เอิร์ธมันทำมิดีมิร้ายมาถึงได้เยินขนาดนี้ ดูดคอด้วยใช่มั้ยทำไมมันหื่นจังวะ นอกจากคอแล้วมันดูดตรงไหนอีกบ้างอ่ะ"
"แซ่บบ่ล่ะ"
"แซ่บบ้าแซ่บบออะไร แค่หมาเลียปากเฉยๆ ช่างมันเถอะถือว่าทำทานให้หมามัน"
"แกคงได้บุญเยอะนะแป๋ม ภพหน้าสงสัยคงได้เกิดเป็นนางฟ้านางสวรรค์แน่ๆ"
ชายหนุ่มทอดถอนใจ มองสภาพเพื่อนสาวตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการถูกลากไปกระทำมิดีมิร้าย ถึงเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนความร้ายกาจของผู้ชายคนนี้ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ แต่ไม่เป็นไรมีเขาอยู่ทั้งคนไม่ว่าจะอีกกี่พี่เอิร์ธเขาก็จะปกป้องเพื่อนรักให้ถึงที่สุด
"ไม่เป็นไรนะแป๋ม กลับเหอะนังช่ารออยู่ วันนี้พอร์ตเขียวทั้งกระดานนังช่ารวยเละเลยแก"
"แล้วแกล่ะรวยหรือเปล่า"
"นิดหน่อยพอได้ค่าขนม"
ปาลินกับกลุ่มเพื่อนนอกจากทำงานประจำแล้วยังเป็นสายเทรด นักเล่นหุ้นรายวันที่ทำกำไรงามๆ มีรายได้มากกว่าเงินเดือนหลายเท่า ที่ออกมาทำงานประจำสู้รบปรบมือกับแผนกบัญชีอยู่ทุกวัน ปาลินกับเพื่อนชอบบอกกับใครๆว่าแค่มาเอาสังคมแต่งตัวสวยออกจากบ้านทุกวันก็เท่านั้น
"ไม่ไปได้ป่ะฉันเหนื่อย เพลีย"
ปาลินส่ายหน้าปฏิเสธแสดงอาการเหนื่อยหน่าย คนตัวเล็กเก็บของเสร็จแล้วก็จริงแต่ตอนนี้เธอเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ถ้าเปรียบเหมือนสนามรบเธอก็คือคนที่พ่ายแพ้หมดรูปนั่นแหละ
"ไปเหอะ ตอนนี้ฉันว่าแกต้องการความช่วยเหลือด่วนนะแป๋ม"
"ช่วยยังไง"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฟังนังช่าก่อนเผื่อมีอะไรดีๆแนะนำ"
ปาลินยอมรับว่าเสียศูนย์อย่างแรงที่ถูกเขาจูบในวันนี้ เขาทำไปเพื่ออะไร ต้องการอะไรจากเธอกันแน่ ลาออกจากที่นี่ก็ไม่ได้เท่ากับว่าเธอต้องพบเจอเขาทุกวัน ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะรับมือกับคนอย่างเขาอย่างไร ตอนนี้มึนไปหมดเหมือนนักมวยโดนน็อกแล้วล้มกลางเวทีหมดสติ
"เฮ้อ! กรรม"
คนสวยกลุ้ม...
