บทที่ 7 แก้เกม
บ้านของชาช่า
ปาลินขับรถไปบ้านของชาช่าแบบเซ็งๆ เมื่อวันก่อนแม่ไปทำบุญที่วัดแถวบ้าน หลวงลุงที่นับถือท่านทักว่าปีนี้เธอใกล้เบญจเพศแล้ว ถ้าไม่รีบแต่งงานภายในปีนี้ก็จะไม่ได้แต่งงานอีกเลย หรือที่เรียกว่าขึ้นคานนั่นแหละ
ขึ้นคานก็ขึ้นคานสิจะกลัวอะไรนักหนา ยุคนี้สมัยนี้มีผัวเหมือนมีกระดูกมาแขวนคอ จะไปไหนแต่ละทีต้องรายงาน สามวันดีสี่วันทะเลาะอย่างนังช่าเป็นต้น
เธอไม่เดือดร้อนแต่แม่เดือดร้อน
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ตัวบ้านของศศินาหรือชาช่า หนึ่งในเพื่อนสนิทของปาลินตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ชาช่าแต่งงานมีครอบครัวแล้วสามีทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หล่อและรวยมาก ดังนั้นวันๆ ศศินาจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากเทรดหุ้น ชอปปิงและทำอาหารรอสามีกลับบ้าน
ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง อาตี้เป็นคนเล่าเรื่องที่พฤทธิ์กลับจากนอก นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าหนุ่มนักเรียนนอกคนนั้นไม่ใช่ท่านประธานคนใหม่ของวรวิชญ์คอนสตรัคชั่น บริษัทที่เขากับปาลินทำงานอยู่ ศศินาจึงชวนทั้งสองมาทานข้าวที่บ้านในตอนเย็น ประเด็นหลักก็น่าจะเป็นเรื่องของปาลินล้วนๆ
"เห็นนังตี้บอกว่าพี่เอิร์ธกลับมาแล้วเหรอแป๋ม"
"อื้อ กลับมาวันนี้"
ปาลินไม่เคยมีความลับกับเพื่อนอยู่แล้ว วันที่เธออกหักเสียใจก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละที่คอยปลอบ
ชาช่าเห็นใจปาลินอย่างสุดซึ้ง ใบหน้าหวานเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบเห็นแล้วก็สงสาร ลูบหลังมือเพื่อนเป็นการปลอบ ความเป็นสาวช่างฝันคิดอะไรอยู่ในใจสักครู่ แล้วก็ทำตาโตเหมือนคิดอะไรออก
"ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ ที่เขากลับมาหาแก พี่โรสก็มีผัวไปแล้ว แสดงว่าพี่เอิร์ธของแกก็ต้องโสดน่ะสิ ใช่ป่ะ"
"พรหมลิขิตอะไรไม่มีหรอก มีแต่เวรกรรมน่ะสิไม่ว่า หกปีแล้วนะเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน"
ปาลินทอดถอนใจ วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆและเครียดมากด้วย จิตใจโหวงเหวงคิดอะไรไม่ออก
"แกคิดเหรอ ว่าไม่มีพี่โรสแล้วพี่เอิร์ธจะไม่มีคนอื่น"
"ใช่...ฉันเห็นด้วยกับแป๋มนะ คนอย่างอิพี่เอิร์ธมันไว้ใจได้ที่ไหน ชะนีฝรั่งของแซ่บๆทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าไปฟาดฝรั่งไว้เป็นร้อยแล้วล่ะมั้ง"
"ช่างเขาเถอะ จะกี่ร้อยกี่พันก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิด"
ปาลินปลงตกใช้ตะเกียบคีบหมูย่างในเตา เป่าเบาๆ พอให้คลายร้อน จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดแล้วยื่นเข้าปากเคี้ยวอย่างซังกะตาย ขัดกับรสชาติแซ่บจี๊ดโดยสิ้นเชิง
อาตี้ปรายตามองเพื่อนที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงถามในสิ่งที่อยากรู้
"สรุปว่าพี่เอิร์ธเซ็นอนุมัติแล้วใช่ป่ะ ฉันจะได้ยื่นบ้าง"
"เซ็นกับผีน่ะสิอิซิส ไม่เซ็นให้ฉันออกก็เจ็บใจพอแล้ว แถมยังมาไล่ปล้ำฉันอีกคิดแล้วก็แค้น"
"ว่า...ว่าอะไรนะแป๋ม วันนี้แกโดนพี่เอิร์ธปล้ำมาเหรอ"
"อืม..."
"แกถามฉันนี่นังช่า ตอนที่มันออกจากห้องไอ้ประธานขี้หื่นนะ สภาพมันดูได้ที่ไหน ฉันนึกว่ามันโดนหมาฟัดมามากกว่า ขนงี้ลุกเกรียวไปทั้งตัว คิดแล้วอยากสลับร่างเป็นนังแป๋มซะให้รู้แล้วรู้รอด"
ปาลินอับอายได้แต่เอามือปิดหน้า
"นังตี้เบาๆ หน่อย"
"ต๊าย!อกอีช่าจะแตก แสดงว่าเขายังอาลัยอาวรณ์แกอยู่แน่ๆเลยแป๋ม"
ดูเพื่อนแต่ละคน
"ไม่รู้...เขาแค่จูบเฉยๆ ยังไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอก"
"ต้องรอให้เขาเสียบก่อนหรือไงถึงมาหาฉันได้ เพื่อนฉันไม่น่าจะอินโนเซ้นท์ขนาดนี้นะ แค่จูบก็เกินพอแล้วใช่ป่ะนังตี้"
"เรื่องจูบเอาไว้ทีหลังเหอะนังช่า ฉันอยากรู้ว่าพี่เอิร์ธมันเข้าเครื่องไทม์แมชชีน มาโผล่ที่บริษัทได้ไงมากกว่า"
ศศินาวางตะเกียบสีหน้าจริงจัง มองเพื่อนที่ทำหน้าอมทุกข์
"ฉันถามจริงๆเหอะ แกสองคนไม่รู้จริงๆเหรอว่าคุณวรวิชญ์เป็นพ่อเลี้ยงพี่เอิร์ธเขาน่ะ"
ปาลินกับอาตี้แทบจะปาตะเกียบทิ้ง มองหน้ากันเหมือนจะร้องไห้แล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า
"ไม่รู้"
"ไม่รู้... ถ้ารู้แล้วฉันจะไปทำงานบริษัทนี้เหรอ แสดงว่าแกรู้ใช่ป่ะ นานหรือยัง แล้วทำไมไม่บอกปากอมอะไรอยู่"
อาตี้แทบจะกรี๊ดออกมาดังๆ เมื่อรู้ความจริง แอบโกรธชาช่าที่ไม่เตือน
"ใจเย็นๆอิซิสอย่าเพิ่งด่าได้ป่ะ ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ได้ยินพี่คิวพูดเมื่อวันก่อนว่าพี่เอิร์ธจะกลับมาช่วยคุณวรวิชญ์ทำงาน"
"แล้วไงนังช่าเหลามาซะดีๆ หลัวหล่อนกับไอ้บักจิ้งเหลนเป็นเพื่อนกันนี่ ที่จริงแกน่าจะรู้อะไรดีๆ มากกว่าฉันสองคนอีกนะ"
ศศินาเห็นสายตาที่มีแต่คำถามของอาตี้ก็รีบอธิบาย
"คุณวรวิชญ์น่ะภรรยาเขาเสียไปตั้งนานแล้ว แต่งงานใหม่เงียบๆ กับคุณพลอยพิศุทธิ์แม่ของพี่เอิร์ธ คุณวรวิชญ์มีลูกติดหนึ่งคนเป็นผู้หญิงเห็นว่าเรียนอยู่เมืองนอก ส่วนคุณพลอยพิศุทธิ์นามสกุลเดิมคือตันสกุลทรัพย์ ตอนนี้ใช้เหลียงวัฒนา นามสกุลของคุณวรวิชญ์ มีลูกติดจากสามีเก่าคือพี่เอิร์ธ คราวนี้แกสองคนเก็ทหรือยัง"
"แล้วทำไมแกเพิ่งมาบอก"
ปาลินเองแทบอยากจะแหกอกชาช่าเหมือนกับอาตี้ไม่ผิดเพี้ยน เรื่องราวครอบครัวของอดีตคนรักเก่า คงมีแต่คนคุ้นเคยเท่านั้นที่ล่วงรู้
"ก็...ฉันยุ่งทำลูกอยู่แกสองคนก็รู้"
"แล้วทีนี้จะทำยังไงต่อล่ะแป๋ม อิซิส แกสองคนจะเอายังไง"
"ฉันคงต้องทำงานต่อ หรือไม่ก็แกล้งทำงานผิดพลาด จนเขาตะเพิดเชิญออกจากบริษัทดีไหมชาช่า อาตี้"
"ซิสว่านะที่อิพี่เอิร์ธไม่เซ็นใบลาออกให้ เขาอาจอยากรื้อฟื้นความหลังกับแกก็ได้นะแป๋ม"
"บ้า! ฉันไม่เอาด้วยหรอก"
การพยายามลืมใครบางคนมันยากมากนะเพื่อน
สามคนนั่งอยู่ในความเงียบพักใหญ่ ปาลินยังหาทางออกไม่เจอ แค่คิดว่าต้องทำงานร่วมกันพบหน้ากันทุกวัน ยิ่งเป็นผู้บริหารยิ่งต้องใกล้ชิดเขามากกว่าพนักงานทั่วไปยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม
"เฮ้อ!..."
"หรือว่าอิพี่เอิร์ธมันยังแค้นฉันวะ ที่ไปด่ามันตอนนั้น"
ชาช่ายกแก้วน้ำขึ้นจิบ ขณะที่สมองกำลังคิดหาวิธีแก้เกมช่วยเพื่อน
"แต่ฉันว่าผู้ชายอย่างพี่เอิร์ธ ไม่น่าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้นมั้งอาตี้"
"เอาอย่างนี้นะ ในเมื่อเขาอ่อยแกขนาดนี้ แถมยังจูบแกตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จากประสบการณ์ของฉัน ฉันว่าเขายังรักแกอยู่ว่ะพันเปอร์เซ็นต์"
"แต่ฉันเกลียดเขานะช่า แกอย่าลืม"
อาตี้ที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อนัยน์ตาลุกวาว เริ่มเห็นด้วยกับความคิดของศศินา
"แล้วไงต่อล่ะนังช่า"
"แป๋ม...ฉันถามคำเดียว แกอยากแก้แค้นไหมที่เขาทำกับแกแบบนั้นน่ะ ฉันยังจำได้ตอนที่เขาทิ้งแกไปมีคนอื่นได้แกเสียหน้าใช่ไหม"
"อื้อ..."
"อายใช่ไหม"
"อื้อ..."
"เจ็บใจใช่ไหม"
"อื้อ..."
"คนอย่างเขาต้องโดนแกปาดคืนให้จุกถึงจะสาสม ไม่ต้องรัก ไม่ต้องแคร์ เอานมฟาดหน้าให้คลานเป็นหมาโบ้ไปเลยดีไหม ที่สำคัญแกต้องเป็นคนคุมเกม ยั่วให้ตายแล้วตีจาก"
นี่มันโปรเจคยักษ์เลยนะเพื่อน
ขณะที่ปาลินคิดหนักว่าจะเอาอย่างไรดี ชาช่ากับอาตี้กลับหัวเราะคิกคัก แปะมือกันสายตาวิบวับมีความสุข
"ดิว"
อาตี้กับชาช่าแปะมือกัน เห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ขึ้นมาทันใด
"เริสว่ะ แกนี่หัวแหลมจริงๆนังช่า ตุ๊ดยอมแล้ว"
"เอาสิยะนังแป๋ม เป็นชะนีอย่าปอด"
ปาลินส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
"มันจะดีเหรอช่า ฉันไม่เอาหรอก ดีไม่ดีโดนเขาฟัดมาอีกใครจะรับผิดชอบ"
"แล้วแต่แกนะฉันไม่ได้บังคับ ที่สำคัญอย่าไปเผลอรักเขาอีกครั้งก็แล้วกัน"
