บทที่ 8 เดินเกมยั่ว
เช้าวันศุกร์ อันเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เช้านี้มีฝนปรอยลงมาบางๆ ไม่ถึงกับตกหนัก จนทำให้การจราจรเกิดปัญหามากกว่าทุกวัน ปาลินขับรถออกจากบ้านพักย่านตลิ่งชัน ปลายทางบริษัทวรวิชญ์คอนสตรัคชั่นดังเช่นทุกวัน
ร่างระหงสวยทุกองศาในชุดเดรสเข้ารูป ยูนิฟอร์มของบริษัท เดินสับรองเท้าส้นเข็มด้วยความมั่นใจ ขาดไม่ได้คือมัจฉะเย็นติดมือมาด้วย มุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร เธอเข้าไปก่อนและมั่นใจว่าไม่มีใครนอกจากเธอจึงกดปุ่ม "ปิด" ตามความเคยชิน
"รอก่อนครับอย่าเพิ่งไป"
ปาลินได้ยินเสียงรองเท้าหนังดังกระทบพื้นถี่สะท้อนทั้งห้องโถง แล้วฝ่ามือหนายื่นมือกั้นประตูลิฟต์ที่กำลังปิด ทำให้ประตูเด้งออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ยืนอย่างมั่นคง ใบหน้าเคร่งขรึมผ่อนลมหายใจหนักๆออกมา แม้ดวงตาเรียวคมจะดูผ่อนคลาย แต่มีบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้รู้สึก ถึงอำนาจบางอย่างที่ทำให้ดูน่าเกรงขาม
"เชิญค่ะท่านประธานดิฉันไม่ทันเห็น"
ปาลินเงยหน้ามองเขาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น พูดเสียงเรียบแต่สั่นในอกจนต้องหลบตา แล้วขยับให้ร่างใหญ่ก้าวเข้ามาแล้วกดปิดลิฟต์อีกครั้ง
"ขอบคุณครับนึกว่าจะไม่รอผมซะแล้ว"
"ต้องรอซิคะท่านประธาน"
วันนี้พฤทธิ์สวมเชิ๊ดแขนยาว สีประจำบริษัทกับกางเกงสแลคสีน้ำเข้ม ผูกเนคไทสีเข้ากันกับเชิ๊ตรองเท้าหนังขัดมันเงาวับ ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาประเมินว่าราคาคงพอๆ กับเงินเดือนเธอทั้งเดือนไม่เกินจริง หรืออาจจะมากกว่านั้น
ประตูลิฟต์ปิดเข้าหากันช้าๆ และเคลื่อนตัวขึ้นทีละชั้น ทีละชั้น เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในกล่องแคบๆแบบนี้ เสียงลมหายใจของเขาฟังชัดในความเงียบ รู้สึกเหมือนเขากำลังจ้องเธออยู่ตลอดเวลา จนเกิดอาการประหม่าวางตัวไม่ถูก สาบานได้ว่าเธอไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน
เพียงแค่เขาขยับตัวนิดเดียวใจดวงน้อยๆ ของเธอหล่นวูบจนเกือบหยุดหายใจ หน้าเห่อร้อนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ เมื่อวานอย่างช่วยไม่ได้ คิดแล้วก็เจ็บใจทำให้คิดถึงคำแนะนำ ของชาช่าเพื่อนเลิฟขึ้นมาทันทีทันใด คิ้วเรียวขมวดมุ่นขบคิดและทบทวนอยู่นานว่าจะเอายังไงดี
เอาไงดีล่ะแป๋ม เอาไง...
ท่ามกลางความเงียบ และเสียงลมหายใจของเขา และไม่รู้อะไรดลจิตดลใจ ในที่สุดเธอเลือกที่จะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ไปที่คนตัวใหญ่จนผู้รับชะงัก
"ท่านประธานมาแต่เช้าเลยนะคะ"
คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ ในท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตัวเล็ก คิดในใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเนี่ยอยู่ดีๆ ก็ยิ้มให้แต่เช้า ตอนแรกนึกว่าจะโดนสวบซะอีก
"ครับ คุณก็มาแต่เช้าเหมือนกันนะ"
"หนีรถติดค่ะท่านประธาน"
เสียงหวานของคนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยน่ารัก ฟังแล้วชวนให้ลุ่มหลง
"ผมนึกว่าคุณจะขยันมาทำงานแต่เช้าเสียอีก"
"นิดหน่อยค่ะ"
ปาลินกำลังคิดอะไรคนเดียวเพลินๆโดยไม่ระวัง คนตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกัน ขณะที่สายตาคมลอบมองเจ้าของทรงผมสั้นดัดลอนอย่างเผลอไผล วันนี้เธอดูหวาน ดูแพง ละมุน แต่ที่ขัดใจ คงเป็นแผ่นหลังนวลเนียนไร้สูทปกปิดล่อสายตาเจ้าชู้ของผู้ชายนี่แหละ
ยกเว้นเขาหนึ่งคนเพราะเขาเป็นคนดีเป็นสุภาพบุรุษ
วันนี้ปาลินใจกล้าใส่ชุดเปิดหลังเนียนๆ เพื่ออ่อยเขาโดยเฉพาะตามแผน ดูจากสายตาของเขาแล้วแสดงให้เห็นว่าได้ผลเกินคาด
แต่...
เขาจะมองอีกนานไหม แล้วจะทำยังไงต่อดีล่ะ
"เห็นคุณไม่ใส่สูท แอร์ที่ห้องทำงานไม่เย็นเหรอครับ ถ้าเสียผมจะได้ให้ช่างเข้าไปดู"
"ไม่เสียค่ะ วันนี้รู้สึกว่าอากาศร้อนอบอ้าวแต่เช้าจึงหยิบชุดนี้มาใส่ ที่จริงชุดนี้ก็ไม่โป๊นะคะใครๆเขาก็ใส่กัน"
"แต่ผมว่าคุณควรมีสูทสวมทับอีกตัวจะดีกว่านะ ผมให้ยืม"
"ขอบคุณค่ะท่านประธาน"
ปาลินหันมาสนใจผู้ชายตัวโต ที่เอาแต่มองแผ่นหลังของเธอไม่วางตา เธอไม่ตอบแต่เลือกที่จะยื่นแก้วมัจฉะให้เขาถือ ส่วนเธอสบตากับเขาแต่พองามแล้วยื่นมือนุ่มจับเนคไทที่มันดูไม่เป็นระเบียบให้เข้าที่เข้าทางอย่างมีน้ำใจ
"ขออนุญาตนะคะ เนคไทท่านประธานไม่โอเคเลยค่ะ อย่าลืมนะคะว่าท่านประธานเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท ดิฉันขยับให้ใหม่นะคะที่บ้านไม่ดูแลเลยนะคะเนี่ย"
คนตัวเล็กอยากเอาไม้มาตีตัวเองนัก ที่ใจกล้าบ้าบิ่นทำอะไรแบบนี้ ถ้านังตี้กับนังช่ารู้เข้ามีหวังโดนสองคนนั้นแซวไม่เลิกแน่ๆ
พฤทธิ์รับแก้วมัจฉะมาถือไว้ สายตาคมมองตามมือนุ่มที่สาละวนอยู่กับเนคไทของเขา และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากสีชมพูพีชอย่างหลงใหล
"ผมอนุญาต คุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ผมยอมทุกอย่าง"
ดวงตากลมหวานช้อนสายตามองเขา ก่อนจะหลุบตาอยู่ที่อกกว้างและลำคอหนาของเขา ส่วนเจ้าของเนคไทไม่คิดจะปฏิเสธ ขณะเดียวกันก็ชื่นชมใบหน้าหวานไม่วางตา
ให้ตายเถอะอยากจูบเธอชะมัด คนอะไรน่ารักเป็นบ้า
"ผมไม่มีใคร...ถ้าไม่เชื่อไปดูที่คอนโดได้ ห้องเดิมไม่เคยเปลี่ยน"
เสียงทุ้มพูดช้าๆ ขณะที่สายตาจับอยู่ที่แผงขนตายาวงอน ภายใต้เปลือกตาคู่นั้นไม่วางตา ทุกคำพูดล้วนออกมาจากใจรวมทั้งเรื่องที่เขายังไม่มีใครอีกด้วย
คำพูดของผู้ชายลวงโลก ใครจะเชื่อก็เชื่อ แต่เธอไม่เชื่อหรอก ให้หมาออกลูกเป็นลิงให้ได้ก่อนเถอะ
คนตัวเล็กนอกจากจะบังคับไม่ให้มือสั่นแล้ว ยังต้องห้ามใจไม่ให้สั่นอีกด้วย
แป๋มเอ๊ย ไหวป่าวเนี่ย...
มือบางยังคงทำหน้าที่ขยับเนคไทให้เขาต่อไป แต่ต้องสะดุ้งเมื่อมือหนาอีกข้างเลื่อนโอบแผ่นหลัง แล้วดันให้ชิดกับเขาทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ช้อนสายตาสบตากับใบหน้าหล่ออัตโนมัติ
"เสร็จ...เสร็จแล้วค่ะท่านประธาน ปล่อยดิฉันได้แล้วค่ะ"
"ผมไม่ปล่อย"
เมื่อลิฟท์หยุดที่ชั้นผู้บริหาร มือหนาเลือกที่จะกดปุ่มโฮลค้างไว้ คนตัวเล็กจึงเอ่ยเตือน
"ถึงแล้วค่ะท่านประธาน ไม่ออกไปเหรอคะ"
"ไม่ออก อยากอยู่ในนี้กับคุณนานๆ"
คำตอบของเขาทำให้ปาลินรู้ว่าเขาจงใจไม่ให้ลิฟต์เปิดออก คำตอบสั้นๆไม่มีคำอธิบายอะไร ครั้งแรกคิดจะยั่วจะอ่อยแล้วตีจาก ตามแผนที่วางไว้สวยๆ แต่พอเขาเอาจริงเธอก็ตัวสั่นอย่างกับลูกนก ได้แต่ใช้มือน้อยๆดันอกเขาไว้ ขืนตัวห่างจากเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความสูงที่เขามากกว่าเธอ ปาลินจำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นอ้อนวอนให้เขาปล่อยเธอเสียที
"ทะ...ท่านประธานคะ จะสายแล้วนะคะ เดี๋ยวพนักงานก็มาแล้วค่ะ ลิฟต์หยุดค้างนานๆไม่ดีนะคะ"
"ช่างมัน ใครสงสัยปากมากผมจะไล่ออกให้หมด"
"ปล่อย ปล่อยเถอะค่ะ"
"ก็คิดถึง ขอกอดหน่อยได้ไหม ไม่เจอกันตั้งหลายปี ไม่คิดจะพูดดีๆกับพี่เอิร์ธบ้างหรือไง"
คนอะไรใจง่ายจริงๆแค่อ่อยนิดอ่อยหน่อยก็ติดกับแล้ว ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ ฉันเก่งไหมล่ะนังช่า คนตัวเล็กคิดในใจทั้งที่ใจเต้นโครมคราม
"คบกันไหม คราวนี้รับรองว่าพี่เอิร์ธจะทำให้ดีกว่าเดิมแน่ สัญญา"
นี่เขากำลังคิดจะรีเทิร์นใช่ไหม ไม่มีอ้อมค้อม และมันก็อธิบายได้เป็นอย่างดี ว่าที่เขากอดเธออยู่ตอนนี้คืออะไรและต้องการอะไร
"คิดถึงกันบ้างไหม"
เสียงแหบพร่าถามกระเส่าที่ริมหู
"ตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ไม่รู้จะคิดถึงไปทำไม"
ปาลินอยากให้เขาระลึกได้ว่า เขาต่างหากที่นอกใจมีคนอื่น แล้วเธอก็มูฟออนแล้วด้วย
"พี่เอิร์ธอยากอธิบาย"
"มันสายไปแล้วค่ะ ฉันลืมไปหมดแล้ว"
"ให้ตายเถอะแป๋ม คุณจะเอายังไงกันแน่"
พฤทธิ์คำรามในลำคอพร้อมกับดันร่างบางให้แนบไปกับผนังลิฟต์ แล้วดันร่างแข็งแรงแนบชิดกับร่างบางของเธอตลอดทั้งตัว
"อะ..."
ปาลินพยายามต่อต้าน แต่ยิ่งดิ้นร่างกายของเธอก็ยิ่งแนบสนิทกับร่างแข็งแกร่งของเขา เธอทุบกำปั้นเข้ากับอกนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่เขากลับใช้มือเพียงหนึ่งข้างที่เหลือคว้าข้อมือเธอไว้อย่างง่ายดาย
"อย่าดื้อได้ไหม ตอนแรกคุณยั่วผมไม่ใช่เหรอ"
"ไม่ใช่... ไม่ใช่นะคะ ใครจะกล้ายั่วท่านประธานล่ะคะ"
ท่าทีเดี๋ยวยั่วเดี๋ยวผลักไสของเธอ ทำให้เขาหงุดหงิด ยิ่งคนตัวเล็กทำแบบนี้มีหรือว่าเขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ
"ให้ตายเถอะแป๋ม คุณกำลังทำให้ผมบ้านะรู้มั้ย"
ผนังลิฟต์เย็นเฉียบจนปาลินขนลุกซู่ ขณะกำลังต่อต้านเขาก็แทรกต้นขาแข็งแกร่งเข้ามาระหว่างเรียวขาของเธอ ชุดเดรสพอดีตัวทำให้เขาสัมผัสกับส่วนแบบบางได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทำให้ปาลินที่รู้สึกถึงการแข็งตัวของเขาถึงกับสะดุ้งหายใจไม่ทั่วท้อง
เธอยั่วเขาแล้วมันก็ได้ผลเกินคาด
"อื้อ"
คนตัวใหญ่ไม่พูดอะไรต่อให้ยืดยาว ใบหน้าหล่อก้มลงมาแล้วแนบริมฝีปากหยักกับริมฝีปากเล็กแนบสนิท จูบรุกเร้าและเร่าร้อนบดคลึงริมฝีปากเล็กหนักหน่วง ขณะที่ปาลินครางประท้วงให้เขาหยุด เท่ากับเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดได้อย่างลึกซึ้ง
จูบเชี่ยวชาญเต็มไปด้วยเสน่หาทำเอาปาลินแทบทรงตัวไม่อยู่ โหวงเหวงในอก ไร้เรี่ยวแรงจะผลักไสปล่อยให้เขากอดเอาไว้ทั้งตัว ตราบเมื่อเขาละเลียดจูบจนพอใจแล้วถอนริมฝีปากออกเธอจึงเป็นอิสระจากการคุกคามในครั้งนี้ ปลายจมูกโด่งกดลงที่ซอกคอสูดดมความหอมของกลิ่นสาว แล้วแตะที่หน้าผากมนเป็นการส่งท้าย
"วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะบี๋"
"จะให้พี่เอิร์ธทำยังไงถึงจะหายโกรธ หืม"
ปาลินประเมินเขาต่ำไป ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ว่าจะปั่นหัวได้ง่ายๆ ขณะที่ปาลินไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อแก้เกม เสียงจากเจ้าหน้าที่ก็ดังเข้ามาในลิฟต์
"ขอโทษนะครับ ลิฟต์มีปัญหาอะไรให้ช่วยเหลือหรือเปล่าครับ"
พฤทธิ์ยืดตัวตรงกรอกเสียงลงไป
"ผมเองพฤทธิ์ ตอนนี้โอเคแล้ว"
จากนั้นพฤทธิ์จึงกดปุ่มเปิดลิฟต์ โดยที่มือหนาคว้าข้อมือบางที่ทำท่าจะถลันตัวออกโดยไม่รอ
"รอด้วยสิบี๋ จูบก็จูบด้วยกันจะมาทิ้งกันได้ไง"
