บทที่ 1 1
เสียงเข็มนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้องโถงดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์หลังงาม เข็มสั้นชี้บอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาหลายชั่วโมงแล้ว ทว่าไฟในห้องนั่งเล่นยังคงสว่างไสว เผยให้เห็นร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาบุหนังสีเข้ม สายตาของเธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ถูกหยาดฝนสาดกระเซ็นใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า
มนต์มีนาถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ความเหนื่อยล้าเกาะกินไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่าความเจ็บปวดในหัวใจกลับมีมากกว่านัก หญิงสาวกระชับเสื้อคลุมไหมพรมสีอ่อนที่สวมทับชุดนอนผ้าซาตินสีเรียบให้แน่นขึ้นเพื่อคลายความหนาวเหน็บ แม้เครื่องปรับอากาศภายในห้องจะถูกตั้งอุณหภูมิไว้พอเหมาะ แต่ความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้ามากระทบผิวกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของเธอ
สามเดือนแล้ว สามเดือนเต็มที่เธอแต่งงานเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของ อติภพ ภูริพงษ์พัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้กุมบังเหียนบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ชายผู้เป็นที่หมายปองของหญิงสาวค่อนเมือง ทว่าสำหรับมนต์มีนาแล้ว ตำแหน่งภรรยาที่ใครต่อใครต่างอิจฉานั้น ไม่ต่างอะไรกับกรงขังที่มองไม่เห็น กรงขังที่สร้างขึ้นจากความเกลียดชังและความเย็นชาของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ
เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ ฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก มนต์มีนาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นยืน จัดเผ้าผมและเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปไปกับความดีใจที่ลึกๆ แล้วเธอยังคงเฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาทุกค่ำคืน
ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของแม่บ้านที่งัวเงียตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ ร่างสูงสง่าของอติภพก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมออกอย่างลวกๆ เนกไทถูกดึงให้หลวมรุ่ย ชายเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยปะทะจมูกทันทีที่เขาก้าวเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามา
"คุณภพ กลับมาแล้วหรือคะ" มนต์มีนาเอ่ยถามเสียงแผ่ว ร่างบอบบางก้าวเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ สองมือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะช่วยรับเสื้อสูทที่เขาพาดไว้บนบ่าเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ
ทว่าอติภพกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเย็นชาแสนสาหัส นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความชิงชังที่ปิดไม่มิด
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยรอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็ง
มนต์มีนาชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตาเห็น หญิงสาวค่อยๆ ลดมือลงแนบลำตัว พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก
"มีนเห็นว่าดึกแล้ว แล้วข้างนอกฝนก็ตกหนัก มีนเลยรอน่ะค่ะ คุณภพหิวไหมคะ มีนอุ่นซุปไว้ให้"
"ใครสั่งให้เธอรอ" อติภพตวาดลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ร่างสูงก้าวประชิดร่างบางอย่างคุกคาม กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำหอมบุรุษราคาแพงยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูอันตรายและน่าอึดอัด "ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมมนต์มีนา ว่าอย่ามาทำตัวแสนดีน่ารำคาญแถวนี้ หน้าที่ของเธอคืออยู่เงียบๆ ในที่ของเธอ อย่ามาทำตัวเป็นภรรยาแสนดีรอผัวกลับบ้าน เพราะมันดูเสแสร้งจนฉันสะอิดสะเอียน"
คำพูดที่ราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจทำให้มนต์มีนาต้องหลุบตาลงต่ำเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมา เธอกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้เขาเห็น
"มีนไม่ได้เสแสร้งนะคะ มีนแค่เป็นห่วงคุณภพ" หญิงสาวพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ห่วง" อติภพแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาช่างเย้ยหยันและบาดลึก "เธอห่วงฉัน หรือห่วงกระเป๋าเงินของฉันกันแน่ฮะ ห่วงว่าถ้าฉันเป็นอะไรไป ครอบครัวปลิงของเธอจะไม่มีที่ให้เกาะสูบเลือดสูบเนื้อต่อไปใช่ไหม"
"คุณภพ! ทำไมคุณถึงพูดจาแบบนี้คะ ครอบครัวของมีนไม่ได้เป็นปลิง เราแค่ประสบปัญหาทางธุรกิจ แล้วคุณลุงก็มีเมตตายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"
"เมตตา" อติภพสวนกลับทันควัน มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา "อย่ามาใช้คำสวยหรูบังหน้าความหน้าด้านของพวกเธอหน่อยเลย พ่อฉันอาจจะโง่ที่เห็นใจครอบครัวที่กำลังจะล้มละลายของเธอ แต่ฉันไม่ได้โง่! ห้าร้อยล้านบาท แลกกับการเอาลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำมาประเคนให้ถึงเตียง นี่มันไม่ใช่ความเมตตา แต่มันคือการขายตัวทอดตลาดต่างหาก"
เพียะ!
มนต์มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายจะขาดผึง มือบางตวัดตบหน้าชายหนุ่มอย่างแรงจนหน้าหัน เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าคร้ามคมดังก้องไปทั่วบริเวณ หญิงสาวหอบหายใจแรง ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธและความเสียใจที่เอ่อล้นจนไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป
อติภพค่อยๆ หันหน้ากลับมา รอยริ้วแดงปรากฏชัดเจนบนแก้มสาก ทว่าสายตาของเขากลับยิ่งน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้ด้วยการลงไม้ลงมือ แต่เขาใช้วิธีที่เจ็บปวดกว่านั้นมาก
"ตบฉันเพื่อเรียกร้องความสนใจงั้นหรือ หรือว่ารับความจริงไม่ได้ที่ถูกตีแผ่สันดานที่แท้จริงออกมา" อติภพเหยียดยิ้มร้ายกาจ มือหนายกขึ้นเช็ดมุมปากตัวเองลวกๆ "เธอคิดว่าการทำตัวหยิ่งยโสแบบนี้จะทำให้ฉันมองเธอเปลี่ยนไปงั้นหรือ ฝันไปเถอะมนต์มีนา ผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินอย่างเธอ ไม่มีค่าพอให้ฉันชายตามองด้วยซ้ำ"
"ถ้ามีนมันไม่มีค่าขนาดนั้น แล้วคุณยอมแต่งงานกับมีนทำไมคะ ทำไมคุณไม่ปฏิเสธคุณลุงไปตั้งแต่แรก!" มนต์มีนาตะโกนถามทั้งน้ำตา น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะทน
"เพราะมันคือคำสั่งเสียสุดท้ายของพ่อฉันไงล่ะ!" อติภพตะเบ็งเสียงตอบกลับ ดวงตาของเขาแดงก่ำ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง ภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง แม่แท้ๆ ของเขา ที่ทิ้งพ่อและเขาไปเสวยสุขกับเศรษฐีหน้าใหม่ ปล่อยให้พ่อของเขาต้องตรอมใจตายเพราะความรักที่ถูกทรยศ ความเกลียดชังต่อผู้หญิงหน้าเงินฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของเขา และมนต์มีนาก็คือตัวแทนของผู้หญิงประเภทนั้นในสายตาของเขา
