บทที่ 12 12

สายฝนที่เคยตกกระหน่ำในค่ำคืนอันโหดร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของหยาดน้ำบนพื้นถนนและซากรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้เกรียม ข่าวอุบัติเหตุสะเทือนขวัญถูกรายงานผ่านสื่อทุกแขนง ระบุชัดเจนว่ารถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนแบริเออร์ข้างทางและเกิดเพลิงลุกไหม้ ทิ้งร่างที่ไหม้เกรียมจนจำเค้าเดิมไม่ได้ไว้ในซากรถ พร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่ยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตคือ มนต์มีนา ภูริพงษ์พัฒน์

​            ภายในคฤหาสน์ภูริพงษ์พัฒน์ อติภพนั่งนิ่งงันอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวบัดนี้กลับแดงก่ำและว่างเปล่า ในมือหนากำผลชันสูตรพลิกศพและรายงานจากโรงพยาบาลที่คนสนิทเพิ่งนำมาให้ไว้แน่นจนกระดาษยับยู่ยี่

​            รายงานฉบับนั้นระบุชัดเจนว่า ร่างที่เสียชีวิตในกองเพลิงนั้นตั้งครรภ์แฝดได้ราวสองเดือน และผลการตรวจดีเอ็นเอจากเศษซากเนื้อเยื่อที่หลงเหลือก็ตรงกับดีเอ็นเอของเขาอย่างไม่มีข้อกังขา

​โลกทั้งใบของอติภพคล้ายจะพังทลายลงตรงหน้า ความจริงที่กระแทกเข้าใส่รุนแรงเสียจนเขาสลัดความรู้สึกผิดออกไปไม่ได้ เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า เขาได้ลงมือขับไล่ภรรยาและลูกแท้ๆ ของตนเองออกไปเผชิญหน้ากับความตายอย่างเลือดเย็นที่สุด เขาตาบอดหูหนวกเพราะความโกรธแค้นและปมในอดีตจนไม่ยอมรับฟังความจริงที่หญิงสาวพยายามบอก

​            เสียงสะอื้นไห้ของมนต์มีนาดังก้องอยู่ในโสตประสาท ภาพที่เธอพยายามคลานเข้ามาเกาะขาเขาเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตา ภาพที่เธอถูกเขาผลักไสให้ล้มลงกลางสายฝน มันตามหลอกหลอนเขาจนแทบเสียสติ เขาตราหน้าว่าเธอเป็นฆาตกรที่ฆ่าลูกของเขา แต่แท้จริงแล้ว เขาต่างหากคือฆาตกรตัวจริง ฆาตกรที่ฆ่าภรรยาและลูกแฝดของตัวเองด้วยคำพูดและการกระทำอันโหดร้าย

​            ประตูห้องทำงานถูกผลักให้เปิดออก รดาเดินเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรยและโศกเศร้า หญิงสาวตรงเข้ามาสวมกอดอติภพจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง แสร้งบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

​"ภพคะ อย่าเสียใจไปเลยนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกค่ะ" รดาเอ่ยปลอบประโลม ทว่าในใจกลับลิงโลดที่เสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ถูกกำจัดไปพ้นทางอย่างง่ายดาย

​อติภพเบี่ยงตัวหลบสัมผัสนั้นอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองรดา ทว่าความรู้สึกผิดบาปในใจมันหนักอึ้งเกินกว่าที่เขาจะรับการปลอบประโลมจากใครได้ "ออกไปก่อนรดา ฉันอยากอยู่คนเดียว"

​"แต่ภพคะ"

​            "ฉันบอกให้ออกไปไง!" ชายหนุ่มตวาดลั่นจนรดาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวเม้มริมฝีปากด้วยความขัดใจ แต่ก็จำต้องเดินออกจากห้องไปแต่โดยดี เพราะไม่อยากยั่วโมโหชายหนุ่มในเวลานี้

​เมื่ออยู่เพียงลำพัง อติภพทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น สองมือยกขึ้นกุมขมับอย่างคนสิ้นหวัง หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินลงมาเงียบๆ เขาอยากจะย้อนเวลากลับไป อยากจะดึงร่างบอบบางนั้นเข้ามากอดและกล่าวคำขอโทษ ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว ความตายได้พรากเธอไปจากเขาอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงตราบาปที่จะติดตัวเขาไปจนวันตาย

​            สี่ปีผ่านไป

​            กาลเวลาหมุนเปลี่ยน ทว่าความรู้สึกในใจของอติภพกลับหยุดนิ่งอยู่ ณ ค่ำคืนอันเลวร้ายนั้น คฤหาสน์ภูริพงษ์พัฒน์ที่เคยหรูหราโอ่อ่ากลับดูเงียบเหงาและอ้างว้างราวกับสุสาน อติภพใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานเพียงอย่างเดียว เขาโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่เคยออกไปสังสรรค์หรือพบปะใคร หากไม่ใช่งานที่จำเป็นจริงๆ

​            ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรดานั้น ก็ไม่ได้พัฒนาไปไกลกว่าคำว่าผู้ร่วมอาศัย อติภพรับผิดชอบดูแลรดาอย่างดีตามที่เคยลั่นวาจาไว้ ทว่าเขาไม่เคยมอบความรักหรือสถานะนายหญิงของบ้านให้หล่อนอย่างที่หล่อนหวัง รดายังคงเป็นเพียงแขกที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ แม้จะพยายามออดอ้อนหรือใช้มารยาเพียงใด อติภพก็เพียงแค่นิ่งเฉยและรักษาระยะห่าง

​            ที่สำคัญกว่านั้น การตั้งครรภ์ของรดาที่หล่อนเคยกล่าวอ้างก็จบลงด้วยข้ออ้างเรื่องการแท้งบุตรในเวลาต่อมา ซึ่งอติภพก็ไม่ได้ติดใจสงสัยหรือเสียใจมากนัก เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่ได้ผูกพันหรือต้องการลูก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป