บทที่ 2 2
"ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อฉันขอร้องไว้ก่อนตาย ฉันคงไม่มีวันลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับผู้หญิงอย่างเธอให้เป็นเสนียดชีวิตหรอก จำเอาไว้มนต์มีนา ว่าเธอเป็นได้แค่ตัวขัดดอก เป็นแค่ของเล่นที่ฉันซื้อมาด้วยเงินห้าร้อยล้าน เมื่อไหร่ที่ฉันเบื่อ เมื่อไหร่ที่ครอบครัวเธอใช้หนี้หมด ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากบ้านหลังนี้ทันที!"
พูดจบ อติภพก็สะบัดตัวหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้มนต์มีนายืนนิ่งงันอยู่กลางห้องโถงกว้างใหญ่ หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมอย่างหมดเรี่ยวแรง สองมือยกขึ้นปิดหน้า ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น ความรักที่เธอเพาะบ่มมานานนับปี ความรักที่เธอแอบซ่อนไว้ในใจตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ความรักที่เธอยอมเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลกเพื่อหวังจะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของเขา บัดนี้มันถูกเขาเหยียบย่ำจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เธอคิดผิดมาตลอด คิดว่าความดีและความอดทนจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจของเขาได้ ทว่าอติภพไม่ได้มีเพียงกำแพงน้ำแข็งที่เย็นเยียบ แต่เขามีหัวใจที่ตายด้านและเต็มไปด้วยหนามแหลมคม ยิ่งเธอพยายามเข้าใกล้ ยิ่งเธอพยายามมอบความรักให้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งถูกหนามแหลมนั้นทิ่มแทงจนเลือดอาบมากเท่านั้น
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องมาจากภายนอก แข่งกับเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวที่ดังสะท้อนก้องไปในความมืดมิดของคฤหาสน์หลังใหญ่ คฤหาสน์ที่หรูหราโอ่อ่า ทว่ากลับเป็นดั่งนรกบนดินสำหรับมนต์มีนา นรกที่เธอต้องทนชดใช้กรรมด้วยความรักที่ไร้ค่า และความหวังที่ริบหรี่ลงทุกขณะจิต
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานชั้นสอง อติภพทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ มือหนายกขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ ด้วยความเครียดจัด ภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของมนต์มีนายังคงฉายชัดอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบไหวขึ้นในอก ทว่าเพียงเสี้ยววินาที เขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี
"ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด หน้าเงิน เสแสร้ง และหลอกลวง" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงเหี้ยม นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เขาจะไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่อของผู้หญิงคนไหนอีกเป็นอันขาด โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อมนต์มีนา
ค่ำคืนอันยาวนานและเหน็บหนาวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับบททดสอบหัวใจที่แสนสาหัส ซึ่งมนต์มีนายังไม่รู้เลยว่า นรกที่แท้จริงกำลังรอคอยเธออยู่เบื้องหน้า นรกที่อติภพเป็นคนสร้างขึ้นด้วยมือของเขาเอง เพื่อลงทัณฑ์ผู้หญิงที่เขามองว่าไร้ค่าที่สุดในชีวิต
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบรุ่งสาง มนต์มีนาพยุงร่างที่อ่อนล้าของตนเองกลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ห้องที่ควรจะเป็นรังรักของเธอกับเขา แต่กลับกลายเป็นเพียงห้องกว้างที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า อติภพไม่เคยเข้ามานอนในห้องนี้เลยนับตั้งแต่วันแต่งงาน เขาเลือกที่จะหมกตัวอยู่ในห้องทำงาน หรือไม่ก็ออกไปค้างอ้างแรมข้างนอก ปล่อยให้เธอนอนกอดความเปล่าเปลี่ยวอยู่เพียงลำพัง
หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง นัยน์ตากลมโตเหม่อมองเพดานห้องอย่างเลื่อนลอย น้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วกลับไหลรินลงมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงคำพูดถากถางของเขา 'ของเล่น' 'ตัวขัดดอก' คำพวกนี้ดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันนะ มนต์มีนาถามตัวเองในใจ ทนอยู่กับผู้ชายที่เกลียดชังเธอ ทนอยู่กับครอบครัวที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือในการกอบกู้ธุรกิจ ทนอยู่กับความรักที่ไม่มีวันสมหวัง
มือบางเลื่อนลงมากุมหน้าท้องของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวูบโหวงในช่องท้องทำให้เธอต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ช่วงนี้เธอรู้สึกอ่อนเพลียและหน้ามืดบ่อยครั้ง คงเป็นเพราะความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ มนต์มีนาบอกตัวเองเช่นนั้น พยายามปัดเป่าความกังวลทิ้งไป เพราะตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องเผชิญคือสงครามประสาทกับอติภพ สงครามที่เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้มาตั้งแต่ต้น
รุ่งเช้าของวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความมืดครึ้มของท้องฟ้า มนต์มีนาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่อิดโรย ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน หญิงสาวจัดการธุระส่วนตัวและลงมาที่ห้องอาหารด้านล่าง หวังว่าจะได้พบหน้าชายหนุ่ม ทว่าสิ่งที่เธอพบมีเพียงความว่างเปล่า
"คุณภพออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้วค่ะคุณมีน" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยบอกด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของหญิงสาว
"ขอบคุณค่ะป้าสาย" มนต์มีนายิ้มรับฝืนๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหาร มองดูอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย
ชีวิตหลังแต่งงานของเธอช่างต่างจากที่เคยวาดฝันไว้เหลือเกิน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีอ้อมกอด ไม่มีความรัก มีเพียงความเย็นชาและความห่างเหินที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน มนต์มีนาตักข้าวต้มเข้าปากอย่างแกนๆ พยายามกล้ำกลืนอาหารลงคอเพื่อประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปอีกวัน
ในขณะที่มนต์มีนากำลังจมอยู่กับความเศร้า อติภพกลับกำลังหมกมุ่นอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะทำงานที่บริษัท ชายหนุ่มพยายามใช้การทำงานเพื่อลบเลือนภาพของหญิงสาวออกจากหัว ทว่ามันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิด ภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เลิกรา
"โธ่เว้ย!" อติภพสบถออกมาอย่างหัวเสีย มือหนากวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น ทำเอาเลขาหน้าห้องที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับสะดุ้งสุดตัว
"ท่านประธาน มีเรื่องอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือเปล่าคะ" เลขาสาวเอ่ยถามเสียงสั่น
"ไม่มี ออกไป!" อติภพตวาดไล่เสียงแข็ง เลขาสาวรีบก้มหน้าก้มตาเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ชายหนุ่มจมอยู่กับความอารมณ์เสียของตัวเองเพียงลำพัง
อติภพเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ว่าทำไมถึงต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของมนต์มีนา เขาควรจะสะใจสิที่ได้เห็นผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอเจ็บปวด เขาควรจะสะใจที่ได้แก้แค้นแทนพ่อ แต่ทำไม ทำไมลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน
หรือว่า… เขาจะเริ่มหวั่นไหวกับความดีเสแสร้งของเธอเสียแล้ว
ไม่มีทาง! อติภพลืมตาขึ้นทันที นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะไม่มีวันตกหลุมพรางของผู้หญิงอย่างมนต์มีนาเป็นอันขาด เธอเป็นแค่ตัวขัดดอก เป็นแค่ของเล่นที่เขาซื้อมาด้วยเงิน และเขาจะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงสถานะของตัวเองให้จงได้
