บทที่ 4 4
มนต์มีนาชะงักไปเล็กน้อย ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าเกาะกุมหัวใจ เมื่อคืนเขาไม่ได้ไปไหนไกล แต่เขาไปรับผู้หญิงคนนี้งั้นหรือไปรับคนที่เขามีใจให้ ทิ้งให้เธอนั่งรออย่างคนโง่เขลาท่ามกลางสายฝนและคำด่าทอ
"งั้นหรือคะ แล้วเช้านี้รดามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมาหาตั้งแต่เช้า" หญิงสาวพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"อ้อ พอดีฉันแวะมาเอาของที่ฝากภพไว้น่ะจ้ะ แล้วก็ตั้งใจจะมาทักทายเธอด้วย ในฐานะภรรยาของภพ" รดาเน้นย้ำคำว่าภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้ "ได้ข่าวว่าภพไม่ค่อยกลับบ้าน คงจะงานยุ่งมากเลยสิเนอะ น่าสงสารเธอจริงๆ ที่ต้องนอนเฝ้าบ้านคนเดียว"
"คุณภพงานยุ่งจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้บริษัทกำลังมีโปรเจกต์ใหม่" มนต์มีนาตอบเรียบๆ พยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็น
รดาหัวเราะร่วน สายตาจิกกัดมองมนต์มีนาตั้งแต่หัวจรดเท้า "งานยุ่ง หรือว่าไม่อยากกลับบ้านกันแน่จ๊ะ มีน เธอก็น่าจะรู้ตัวดีนี่นา ว่าภพเขาไม่ได้รักเธอ ที่เขายอมแต่งงานด้วยก็เพราะคำสั่งเสียของคุณลุงเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย"
คำพูดของรดาราวกับเข็มแหลมที่ทิ่มแทงลงกลางใจ มนต์มีนากำมือแน่นใต้โต๊ะ พยายามข่มความโกรธและความเสียใจเอาไว้ "เรื่องความรู้สึกของคุณภพ มีนรู้ดีที่สุดค่ะ รดาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ"
"ฉันก็แค่เตือนด้วยความหวังดีน่ะจ้ะ ไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้" รดาลุกขึ้นยืน ก้าวเดินเข้าไปใกล้มนต์มีนาจนประชิด ร่างระหงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "เพราะที่ตรงนี้ ตำแหน่งนายหญิงของภูริพงษ์พัฒน์ มันควรจะเป็นของฉันมาตั้งแต่แรก และฉันก็กลับมาทวงคืนแล้ว"
มนต์มีนาเบิกตากว้าง หันไปสบตากับรดาอย่างตกตะลึง ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะถอยห่างออกไป
"ป้าสายคะ รบกวนไปบอกภพทีนะคะ ว่ารดามารอรับแล้ว" รดาหันไปสั่งแม่บ้านเสียงแข็ง ราวกับตัวเองเป็นเจ้านายของบ้านหลังนี้
ป้าสายทำหน้าเลิ่กลั่ก หันมามองมนต์มีนาอย่างขอความเห็น เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าให้บางๆ ป้าสายจึงรีบเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก อติภพก็เดินลงมาจากชั้นสอง ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูททำงานเต็มยศ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของรดา แววตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"รดา มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่โทรบอกก่อน" น้ำเสียงของอติภพที่ใช้กับรดานั้น แตกต่างจากที่ใช้กับมนต์มีนาราวฟ้ากับเหว มันทั้งนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความห่วงใย
มนต์มีนาที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความแตกต่างในการปฏิบัติที่เขาแสดงออกทำให้เธอตระหนักได้ดีว่า เธอเป็นเพียงคนนอกที่ไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของเขา
"รดาเพิ่งมาถึงเมื่อกี้เองค่ะภพ รบกวนเวลาหรือเปล่าคะ" รดาเดินเข้าไปเกาะแขนชายหนุ่มอย่างออดอ้อน ส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขาอย่างเปิดเผย
"ไม่รบกวนหรอก แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยัง" อติภพถามพลางปรายตามองไปที่โต๊ะอาหารซึ่งมีมนต์มีนานั่งอยู่ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชามข้าวต้มที่พร่องไปเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉย
"ยังเลยค่ะ รดาตั้งใจจะมาชวนภพไปทานมื้อเช้าด้วยกัน ภพไปกับรดานะคะ" รดาอ้อนเสียงหวาน
อติภพพยักหน้ารับ "ได้สิ เดี๋ยวฉันไปหยิบกุญแจรถก่อนนะ"
ชายหนุ่มหันหลังเตรียมจะเดินกลับขึ้นไปชั้นบน ทว่าเสียงของมนต์มีนาก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
"คุณภพคะ วันนี้คุณลุงหมอนัดตรวจสุขภาพประจำปีนะคะ คุณภพจะ"
"ฉันจำได้ ไม่ต้องมายุ่ง" อติภพหันมาตวาดเสียงกร้าว ตัดบทหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าขึ้นบันไดไป ปล่อยให้มนต์มีนานั่งหน้าชาอยู่ตรงนั้น
รดาหันมามองมนต์มีนาด้วยสายตาเยาะเย้ย ริมฝีปากสีสดเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ "เห็นไหมจ๊ะ มีน ว่าใครกันแน่ที่สำคัญสำหรับภพ เธอมันก็แค่ตัวเกะกะ น่ารำคาญเท่านั้นแหละ"
พูดจบ รดาก็เดินสะบัดหน้าตามอติภพออกไป ทิ้งให้มนต์มีนานั่งจมอยู่กับความอัปยศอดสูและน้ำตาที่รินไหลลงมาเงียบๆ
หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ ความอ่อนแอที่แสดงออกมาให้ศัตรูเห็นเป็นสิ่งที่เธอกระทำผิดพลาดที่สุด เธอจะไม่ยอมอ่อนแออีกต่อไป เธอจะต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องตัวเองและ... บางสิ่งที่อาจจะกำลังก่อตัวขึ้นในร่างกายของเธอ
