บทที่ 1 1

แชนเดอเลียร์คริสตัลเจียระไนหลายร้อยชิ้นห้อยระย้าลงมาจากเพดานโดมสูงเสียดฟ้า ส่องประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงไฟสีทองนวลตาที่อาบไล้ทั่วห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมแกรนด์วรินทร์ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางมหานคร ดอกกุหลาบขาวสายพันธุ์ฮอลแลนด์นับหมื่นดอกถูกเนรมิตเป็นซุ้มโค้งและสวนดอกไม้ขนาดย่อม ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลคลอเคล้าไปกับเสียงไวโอลินและเชลโลจากวงออร์เคสตราที่บรรเลงบทเพลงคลาสสิกอย่างวิจิตรบรรจง แขกเหรื่อระดับวีไอพี รัฐมนตรี และนักธุรกิจชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทยต่างสวมใส่ชุดราตรีหรูหราและสูทสั่งตัดราคาแพง ยืนจับกลุ่มสนทนาพร้อมแก้วแชมเปญสีอำพันในมือ

ทุกองค์ประกอบในค่ำคืนนี้ดูสมบูรณ์แบบและเลอค่า ราวกับงานวิวาห์ในเทพนิยายที่หญิงสาวค่อนประเทศต่างใฝ่ฝันอยากจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้สักครั้งในชีวิต

ทว่าความงดงามตระการตาเหล่านั้นกลับไม่ต่างอะไรจากกองเพลิงที่กำลังแผดเผาปาณิสรา รัตนเดชากุล ให้มอดไหม้ทั้งเป็น

หญิงสาวในชุดเจ้าสาวทรงเมอร์เมดสีขาวสะอาดตาซึ่งเป็นชุดวิวาห์มรดกตกทอดของคุณหญิงพิมลวรรณผู้เป็นมารดาผู้ล่วงลับ ยืนตัวตรงสง่างามอยู่หน้าซุ้มถ่ายภาพ ผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทอมือเนื้อละเอียดที่ได้รับการปรับแก้สัดส่วนอย่างประณีตโอบรัดเรือนร่างโค้งเว้าได้รูป ลากชายกระโปรงยาวกรุยกรายประดับคริสตัลสวารอฟสกี้เม็ดเล็กๆ ที่ส่องแสงวิบวับทุกครั้งยามขยับกาย แขนเสื้อลูกไม้ซีทรูยาวจรดข้อมือช่วยปกปิดรอยแผลเป็นนูนรูปเสี้ยวพระจันทร์บริเวณหัวไหล่ซ้ายของเธอเอาไว้ได้อย่างมิดชิด ใบหน้าเรียวสวยที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีดูเรียบตึง นัยน์ตากลมโตสีนิลที่เคยทอประกายสดใสเหมือนดวงดาวในยามค่ำคืน บัดนี้กลับฉายแววว่างเปล่าและซ่อนเร้นความร้าวรานเอาไว้ในส่วนลึก ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชขยับยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย กลายเป็นรอยยิ้มจอมปลอมที่แสนจะฝืนทนที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา

“ยินดีด้วยนะฮะคุณธร น้องปาน เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกเลยจริงๆ เห็นมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อ ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายสองตระกูลจะได้มาเกี่ยวดองกันสมความตั้งใจของท่านเจ้าสัววรเดช”

เสียงทักทายอย่างอารีของอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มชื่นชมยามมองดูคู่บ่าวสาวตรงหน้า

“ขอบคุณมากครับคุณลุง ผมเองก็ดีใจที่คุณลุงให้เกียรติมาร่วมงานในคืนนี้ครับ”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเจ้าบ่าวที่ยืนเคียงข้างตอบรับอย่างนุ่มนวล วรินธร อัศวเหมสกุล คือประธานบริหารหนุ่มวัยสามสิบปีผู้กุมบังเหียนอาณาจักรวรินทร์ กรุ๊ป ที่มีมูลค่าทรัพย์สินนับหมื่นล้านบาท เรือนกายสูงใหญ่กำยำสมส่วนอยู่ในชุดทักซิโดสีดำสนิทสั่งตัดพิเศษ ขับเน้นบุคลิกพญาอินทรีผู้สง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเทพบุตรกรีกประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ดูอบอุ่นและสุภาพไร้ที่ติ

แต่ทันทีที่แขกผู้ใหญ่ท่านนั้นเดินคล้อยหลังผ่านเข้าสู่ประตูห้องจัดเลี้ยง รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าคมคายก็เหือดหายไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความเยือกเย็นและแววตาคมกริบที่ตวัดมองคนข้างกายราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ

“ยิ้มให้มันกว้างกว่านี้หน่อยปาณิสรา อย่าทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปงานศพในงานแต่งงานที่ฉันต้องควักเงินจ่ายไปตั้งหลายสิบล้าน” วรินธรกระซิบลอดไรฟันโดยไม่ขยับริมฝีปากมากนักเพื่อให้ภาพลักษณ์หน้ากล้องของช่างภาพยังคงดูเหมือนคู่รักที่กำลังหยอกเย้ากัน น้ำเสียงของเขากระด้างและเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน

ปาณิสราสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ขอบตาของเธอร้อนผ่าวแต่หญิงสาวก็เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาท่าที

“ปานก็ยิ้มอยู่นี่ไงคะ หรือเฮียธรอยากให้ปานฉีกยิ้มจนถึงรูหู แขกเหรื่อในงานจะได้รู้กันทั่วว่าเรามีความสุขกับงานแต่งงานครั้งนี้มากแค่ไหน”

“หึ ความสุขงั้นเหรอ” วรินธรแค่นหัวเราะในลำคอ ท่อนแขนแกร่งเลื่อนมาโอบรอบเอวคอดกิ่วของเจ้าสาวเพื่อโพสท่าให้ช่างภาพ ทว่ามันไม่ใช่การโอบกอดด้วยความทะนุถนอม ปลายนิ้วแข็งแกร่งจิกบีบลงบนเนื้ออ่อนบริเวณสีข้างของเธอผ่านเนื้อผ้าลูกไม้จนปาณิสราต้องเม้มปากกลั้นความเจ็บ “ผู้หญิงอย่างเธอสะกดคำว่าความสุขของคนอื่นเป็นด้วยหรือไง ในเมื่อสิ่งที่เธอและครอบครัวจอมปลิ้นปล้อนของเธอทำ มีแต่การสูบเลือดสูบเนื้อและสร้างความฉิบหายให้คนรอบข้าง”

“เฮียธรคะ!” ปาณิสราหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าคมสัน ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อเขาล่วงเกินบิดาของเธอ “กรุณาให้เกียรติคุณพ่อของปานด้วยค่ะ ปานอธิบายให้เฮียฟังไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าเรื่องหนี้สินและงบการเงินที่รั่วไหล คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจจะโกงใคร ท่านถูกหุ้นส่วนที่ไว้ใจหักหลังยักยอกเงินโครงการไปจนท่านต้องช็อกเข้าโรงพยาบาล”

“เก็บคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ของเธอเอาไว้หลอกตัวเองเถอะปาณิสรา”

เขาขัดขึ้นด้วยสุ้มเสียงห้วนจัด นัยน์ตาสีดาร์กช็อกโกแลตจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างไม่ลดละ แววตาคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยไฟโทสะและความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่คิดจะปิดบัง

“หลักฐานการโอนเงินออกจากบริษัทมีลายเซ็นรับรองจากคนในบ้านเธอชัดเจนขนาดนั้น ยังจะกล้าตีหน้าซื่อโยนความผิดให้คนอื่นอีกงั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้สัญญาบ้าบอนั่นที่ปู่ฉันทำไว้กับพ่อเธอ คิดหรือว่าคนอย่างฉันจะยอมลดตัวลงมาจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงกะเลวกะราดและหิวเงินอย่างเธอ!”

บทถัดไป