บทที่ 3 3
เมื่อช่วงเวลาของการถ่ายภาพหน้าซุ้มสิ้นสุดลง คู่บ่าวสาวก็ก้าวเดินเคียงคู่กันเข้าสู่โถงจัดเลี้ยงด้านในเพื่อทักทายแขกตามโต๊ะต่างๆ มือบางของปาณิสราที่คล้องอยู่กับท่อนแขนแกร่งของวรินธรเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านพรมสีขาวโรยกลีบกุหลาบ หญิงสาวต้องคอยรับฟังเสียงซุบซิบนินทาของเหล่าคุณหญิงคุณนายในแวดวงสังคมชั้นสูง อาทิ คุณหญิงวิภา คุณหญิงดวงแข และคุณนายวิไลรัตน์ ที่ดังแว่วลอดผ่านเสียงดนตรีมาให้ได้ยินเป็นระยะ
“ดูเจ้าสาวสิเธอ หน้าตาก็สวยคมอยู่หรอกนะ แต่เชิดหยิ่งชะมัด เห็นว่าที่จริงบ้านฝ่ายหญิงกำลังจะล้มละลายโดนยึดทรัพย์อยู่รอมร่อ เลยต้องรีบเอาลูกสาวมาขัดดอกใช้หนี้คุณธรเขาน่ะ”
“ตายจริง นี่มันหนูตกถังข้าวสารชัดๆ เลยนะเนี่ย แต่ฉันได้ยินวงในเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่าคุณธรน่ะไม่ได้รักได้ชอบอะไรเจ้าสาวคนนี้เลยสักนิด คนที่คุณธรเขารักและดูแลมาตั้งนานคือน้องสาวต่างแม่ของเจ้าสาวต่างหาก ชื่อหนูสาวิกาหรือหนูส้มอะไรนี่แหละ คนนั้นน่ะทั้งอ่อนหวาน เรียบร้อย น่าเอ็นดูราวกับผ้าพับไว้”
“อ้าว แล้วทำไมคุณธรเขาถึงไม่แต่งงานกับน้องสาวที่ตัวเองรักล่ะคะคุณพี่”
“ก็พินัยกรรมของท่านเจ้าสัววรเดชน่ะสิยะ ท่านระบุเงื่อนไขผูกมัดไว้ชัดเจนว่าถ้าจะใช้เงินกองทุนตระกูลไถ่ถอนหนี้ให้บ้านคุณทรงพล ต้องแต่งงานกับลูกสาวคนโตที่เกิดจากเมียแต่งเท่านั้น ยัยปาณิสราคนนี้ก็เลยส้มหล่นทับ ได้ชุบตัวเป็นคุณผู้หญิงแห่งวรินทร์ กรุ๊ป ไปครอง แต่ก็นั่นแหละนะ ได้แค่ทะเบียนสมรสกับตัวผู้ชายที่เขาไม่ได้รัก ฉันว่าคุณธรแกคงแค้นฝังหุ่นน่าดูที่ถูกบีบให้ทิ้งคนรักมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองเกลียดแบบนี้”
ทุกถ้อยคำเสียดสีแทงทะลุโสตประสาทของปาณิสราอย่างจัง หญิงสาวบีบก้านแก้วแชมเปญในมือจนข้อนิ้วขาวซีด เธอรู้ดีว่าวรินธรที่เดินอยู่ข้างกายได้ยินคำนินทาเหล่านั้นทุกประโยค แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปากปกป้องเกียรติของภรรยาตามกฎหมายเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของเขากลับยกยิ้มเยาะราวกับสะใจที่เห็นเธอถูกสังคมตราหน้าประจาน
“พี่ปานขา... พี่ธรขา”
เสียงหวานใสที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นเบื้องหน้า ทำให้ฝีเท้าของคู่บ่าวสาวต้องหยุดชะงัก
ร่างบอบบางในชุดราตรีผ้าชีฟองสีชมพูพาสเทลก้าวเดินเข้ามาหาพร้อมกับหญิงวัยกลางคนในชุดลูกไม้สีทองอร่ามที่ประดับเพชรนิลจินดาเต็มตัว สาวิกาส่งยิ้มหวานเศร้ามาให้คนทั้งคู่ ดวงตากลมที่แต่งแต้มอายแชโดว์สีอ่อนมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสาร จนใครที่เดินผ่านไปมาเห็นเข้าก็ต้องรู้สึกเห็นอกเห็นใจน้องสาวเจ้าสาวเป็นแถว
“สาวิ...”
น้ำเสียงของวรินธรที่เอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้าอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยและรู้สึกผิดอย่างปิดไม่มิด การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนั้นทำเอาปาณิสรารู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางงานแต่งงานของตัวเอง
“ส้มกับคุณแม่ตั้งใจเดินมาแสดงความยินดีกับพี่ปานและพี่ธรค่ะ” สาวิกาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นซับหางตาเบาๆ อย่างมีจริตจะก้าน “วันนี้พี่ปานใส่ชุดเจ้าสาวสวยมากเลยนะคะ ส้มดีใจจริงๆ ค่ะที่พี่ปานได้แต่งงานกับผู้ชายที่พี่ปานหมายปองมาตลอดสักที... ขอให้พี่ปานกับพี่ธรมีความสุขมากๆ นะคะ ส่วนเรื่องคุณพ่อที่โรงพยาบาล พี่ปานไม่ต้องห่วงเลยนะคะ ส้มกับคุณแม่จะช่วยดูแลท่านเอง”
“ใช่จ้ะหนูปาน” กานดาผู้เป็นแม่เลี้ยงรีบเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ พลางยกมือขึ้นลูบหลังลูกสาวตัวเองเป็นการปลอบโยน “ถึงยัยส้มของน้าจะเสียใจแค่ไหน แต่เพื่อเห็นแก่หน้าตาของตระกูลและหนี้สินของบริษัทคุณพ่อ ยัยส้มก็พร้อมจะเสียสละถอยออกมาให้พี่สาวคนโตอย่างหนูปานได้สมหวัง ยังไงคุณธรก็ช่วยเมตตาพี่สาวของน้องส้มด้วยนะคะ อย่าถือสาหาความที่หนูปานเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจตัวเองเลยนะคะ”
คำพูดที่เหมือนจะฝากฝังแต่แท้จริงแล้วคือการตอกย้ำว่าปาณิสราเป็นคนแย่งคนรักของน้องสาวและเป็นคนร้ายกาจ ทำให้ปาณิสราต้องสูดลมหายใจลึก สายตาของเจ้าสาวกวาดมองเครื่องเพชรชุดใหม่บนคอของกานดาและกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันในมือของสาวิกาอย่างพิจารณา
ทั้งที่บริษัทของคุณพ่อเพิ่งจะล้มละลายและคุณพ่อก็นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู แต่สองแม่ลูกคู่นี้กลับมีเงินซื้อเครื่องประดับราคาหลายล้านมาใส่เดินเฉิดฉายในงาน แถมเมื่อครู่ปาณิสรายังทันสังเกตเห็นว่ากานดาลอบส่งซิกสายตาให้กับภีมวัจน์ อดีตหุ้นส่วนที่เพิ่งถอนหุ้นหนีไปก่อนบริษัทคุณพ่อจะล้มละลาย ซึ่งยืนถือแก้วไวน์อยู่มุมห้องจัดเลี้ยงอีกด้วย
ความแคลงใจบางอย่างก่อตัวขึ้นในความคิดของปาณิสรา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยตอบโต้อะไร วรินธรก็ก้าวขึ้นมาขวางหน้าระหว่างเธอกับสาวิการาวกับกลัวว่าปาณิสราจะพุ่งเข้าไปทำร้ายน้องสาวผู้แสนบอบบาง
“สาวิไม่จำเป็นต้องพูดจายกย่องคนที่ไม่รู้จักยางอายหรอกครับ” วรินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลยามมองสาวิกา ก่อนจะปรายตามองปาณิสราด้วยความขยะแขยง “พี่รู้ดีว่าใครคือคนที่เสียสละและมีบุญคุณต่อชีวิตพี่จริงๆ ตำแหน่งในกระดาษแผ่นเดียวไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับพี่เลยแม้แต่นิดเดียว”
สาวิกาลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะในจังหวะที่ก้มหน้าหลบสายตาวรินธร เธอช้อนตามองปาณิสราแวบหนึ่งด้วยแววตาเยาะเย้ยถากถาง ก่อนจะแสร้งทำเป็นซวนเซคล้ายจะเป็นลมจนกานดาต้องรีบเข้ามาประคองพาเดินเลี่ยงออกไป
คล้อยหลังสองแม่ลูกได้เพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดในชุดสูทสีเทาเข้มก็เดินถือแก้วแชมเปญตรงเข้ามาทักทาย ภีมวัจน์คืออดีตหุ้นส่วนคนสำคัญของคุณทรงพลและยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจในกลุ่มพัฒนาที่ดินของวรินธร ดวงตาเรียวรีเจ้าเล่ห์ของภีมวัจน์กวาดมองเรือนร่างอรชรของปาณิสราในชุดเจ้าสาวรัดรูปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาโลมเลียอย่างไม่เกรงใจใคร
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณวรินธร และโดยเฉพาะเจ้าสาวคนสวย... น้องปาน” ภีมวัจน์ยกแก้วแชมเปญขึ้นทำท่าชนในอากาศพร้อมรอยยิ้มกะล่อน “น่าเสียดายจริงๆ ที่อาทรงพลล้มป่วยกะทันหันเลยไม่ได้มาร่วมงานคืนนี้ ถ้ามีอะไรที่พี่พอจะช่วยเหลือเรื่องเอกสารเก่าๆ ของอาทรงพลได้ น้องปานติดต่อพี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะครับ”
