บทที่ 5 5

วรินธรคำรามก้อง เขากระชากร่างบางให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่งจนศีรษะของเธอเกือบกระแทกกับคางของเขา มือหนาข้างหนึ่งละจากต้นแขนเลื่อนขึ้นมาบีบจับที่ปลายคางมน บังคับให้ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นรับความเกรี้ยวกราดของเขาในระยะประชิด

“ปากเก่งนักนะ! เพราะเธอและพ่อของเธอมันทะนงตัวและโลภมากไม่รู้จักพอแบบนี้ไงล่ะ บริษัทถึงได้ล่มจมเป็นหนี้ท่วมหัวจนต้องเอาลูกสาวตัวเองมาเร่ขายให้ฉันถึงที่!” เขาตะคอกใส่หน้าเธอ ลมหายใจร้อนระอุรินรดพวงแก้มเนียนใส “คิดว่าการที่เธอใช้เงื่อนไขสายเลือดหลักในพินัยกรรมมาบีบให้ฉันจดทะเบียนสมรสด้วย แล้วเธอจะได้ชุบตัวเป็นคุณผู้หญิง นั่งเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองของวรินทร์ กรุ๊ป อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!”

“ปานไม่เคยพิสมัยเงินของเฮียแม้แต่บาทเดียว!” ปาณิสราตะเบ็งเสียงโต้กลับ หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นมาตลอดทั้งคืนเริ่มเอ่อคลอเต็มสองเบ้าตา “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพ่อถูกคนชั่วโกงจนต้องนอนอยู่ในห้องไอซียู ปานก็ไม่มีวันยอมลดตัวลงมาแต่งงานกับผู้ชายใจร้ายที่ทั้งหูหนวกและตาบอดแบบเฮียหรอกค่ะ!”

“หูหนวกตาบอดงั้นเหรอ” วรินธรหรี่ตาลงแคบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากเรือนกายสูงใหญ่จนอากาศรอบตัวเย็นยะเยือก “ใช่! เมื่อก่อนฉันมันเคยโง่งมและมืดบอดที่มองว่าตระกูลของเธอเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างเห็นธาตุแท้ความละโมบของพวกเธอทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว!”

สิ้นคำพูด ชายหนุ่มก็สะบัดมือผลักร่างบางออกไปจนปาณิสราเสียหลัก ถลาล้มลงไปกองอยู่บนพื้นพรม กระโปรงชุดเจ้าสาวทรงเมอร์เมดที่ค่อนข้างแคบและยาวพันกันยุ่งเหยิงจนเธอขยับตัวลำบาก หญิงสาวรู้สึกจุกเสียดที่หน้าอกจนพูดไม่ออก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะใช้ฝ่ามือยันพื้นพยุงตัวลุกขึ้น วรินธรก็ก้าวตามมาคุกเข่าคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ ท่อนขาแกร่งกดทับชายกระโปรงลูกไม้ไม่ให้เธอถดตัวหนีไปไหนได้

“เฮียธร! จะทำอะไรคะ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” ปาณิสราเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สองมือบางรีบยกขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่โน้มต่ำลงมาคุกคาม

“ทำหน้าที่เจ้าบ่าวในคืนเข้าหอไงล่ะปาณิสรา ในเมื่อเธอลงทุนวางแผนทุกอย่างเพราะอยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่น ฉันก็จะสงเคราะห์ให้เดี๋ยวนี้เลย!”

วรินธรแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปกดตรึงไว้กับพื้นพรมเหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมมากระชากสาบเสื้อลูกไม้ฝรั่งเศสบริเวณหน้าอกของชุดเจ้าสาวราคาแพงอย่างป่าเถื่อนไร้ความปรานี

แคว่ก!

เสียงเนื้อผ้าลูกไม้ชั้นดีฉีกขาดออกจากกันดังสนั่นห้อง พร้อมกับเม็ดคริสตัลและไข่มุกเม็ดเล็กๆ ที่ขาดกระเด็นร่วงกราวไปทั่วพื้นห้องหอ ปาณิสราสะดุ้งเฮือก ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความตกใจและโกรธแค้นสุดขีด ความอดทนอดกลั้นที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดค่ำคืนขาดผึงลงในเสี้ยววินาทีนั้น

“ผู้ชายสารเลว! ปล่อยฉันนะ!”

ปาณิสรารวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี บิดข้อมือสะบัดหลุดจากการเกาะกุมของเขาในจังหวะที่ชายหนุ่มเผลอ แล้วตวัดฝ่ามือเรียวฟาดลงบนซีกแก้มของวรินธรอย่างสุดแรงเกิด!

เพียะ!!!

เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเพนต์เฮาส์ที่เงียบสงัด ใบหน้าหล่อเหลาของวรินธรหันไปตามแรงตบในทันที รอยนิ้วมือสีแดงเข้มปรากฏชัดเจนขึ้นบนแก้มซ้าย พร้อมกับหยดเลือดสีสดที่ซึมออกมาบริเวณมุมปากหยักลึก

ทุกสรรพสิ่งภายในห้องราวกับถูกหยุดเวลาและแช่แข็งไว้ชั่วขณะ

ปาณิสราหอบหายใจสะท้าน ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ฝ่ามือข้างที่เพิ่งตบหน้าเขายังคงชาหนึบและสั่นระริก หญิงสาวจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำและคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ

“อย่ามาทำตัวต่ำช้าเหมือนสัตว์ป่ากับปานนะเฮียธร!” เธอตวาดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ต่อให้ครอบครัวของปานจะต้องเป็นหนี้เฮียอีกกี่ร้อยล้านหรือพันล้าน ปานก็ยังมีหัวใจและมีศักดิ์ศรีความเป็นคน เฮียไม่มีสิทธิ์มาฉีกทึ้งย่ำยีร่างกายและจิตใจของปานแบบนี้!”

วรินธรค่อยๆ หันใบหน้ากลับมาอย่างเชื่องช้า แววตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว บัดนี้กลับดำมืดและเยือกเย็นดุจห้วงเหวลึกไร้ก้นบึ้ง มุมปากที่มีเลือดซึมหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ปาณิสราถึงกับขนลุกชันไปทั้งร่าง

ชายหนุ่มยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปากออกช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองผู้หญิงใต้ร่างด้วยสายตาที่พร้อมจะบดขยี้เธอให้แหลกสลายคามือ

“ศักดิ์ศรีความเป็นคนงั้นเหรอ” วรินธรกดเสียงต่ำลึกในลำคอ พลางหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาทอดสายตามองต่ำลงมาที่ปาณิสราซึ่งยังคงนั่งอยู่บนพื้นพรมด้วยแววตาสมเพชเวทนา

ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว วรินธรก็ก้มลงคว้าคอเสื้อชุดเจ้าสาวที่ขาดวิ่นของเธอแล้วออกแรงกระชากดึงเพียงครั้งเดียว ร่างบางของปาณิสราก็ถลาลอยขึ้นมายืนประจันหน้ากับเขา หญิงสาวร้องอุทานด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากต่อว่า มือหนาทั้งสองข้างของเขาก็จับสาบเสื้อและซิปด้านหลังของชุดเจ้าสาวแสนสวย แล้วออกแรงฉีกกระชากมันออกจากเรือนร่างของเธออย่างโหดเหี้ยม!

“กรี๊ดดด! เฮียธร หยุดนะ! นั่นชุดเจ้าสาวของคุณแม่ปานนะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป