บทที่ 7 7
ยิ่งสมองของเขาย้อนนึกไปถึงสายตาโลมเลียของภีมวัจน์ที่จ้องมองเรือนร่างของปาณิสราในงานเลี้ยงเมื่อตอนหัวค่ำ และนึกถึงคำพูดประชดประชันของเธอที่กล้าเอ่ยถึงน้องสาวผู้แสนดีอย่างสาวิกา ความหึงหวงอันมืดบอดที่ชายหนุ่มหลอกตัวเองว่าเป็นเพียงความแค้นเคืองก็ยิ่งแผดเผาวิจารณญาณของเขาจนมอดไหม้
เขาเสียเงินไปตั้งสามร้อยล้านบาทเพื่อไถ่ถอนหนี้เน่าๆ ให้ตระกูลของเธอ ต้องสูญเสียอิสรภาพและทำให้สาวิกาต้องร้องไห้เสียใจ แล้วทำไมเขาจะต้องปล่อยให้ผู้หญิงเจ้ามารยาคนนี้นอนเสวยสุขอยู่ในห้องหออย่างสบายใจด้วยเล่า!
วรินธรค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนในห้องอีกครั้ง
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจัดที่เคยฉายแววรังเกียจเมื่อครู่ บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาอันดำมืดและสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษเพศที่ไม่อาจกดข่มไว้ได้อีกต่อไป สายตาคมกริบกวาดมองร่างบางระหงที่ยืนกอดตัวเองสั่นระริกอยู่กลางห้อง ทรวดทรงองค์เอวที่คอดกิ่วรับกับสะโพกผายและหน้าอกอวบอิ่มที่ดันทรงบราเซียลูกไม้สีขาวออกมานั้น กระตุ้นความกระหายอยากในส่วนลึกของวรินธรให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง
“คิดว่าฉันจะยอมเดินออกไปจากห้องนี้แล้วปล่อยให้เธอนอนหลับสบายอยู่คนเดียวอย่างนั้นเหรอปาณิสรา”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมาเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความคุกคามจนคนฟังรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
ปาณิสราเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้สองเท้าเปลือยเปล่าก้าวถอยหลังหนีทีละก้าว เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของสามีตามกฎหมายกำลังสาวเท้าก้าวเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าแต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือของชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เหลือออกทีละเม็ดจนสาบเสื้อแยกออกจากกัน เผยให้เห็นแผงอกกำยำและมัดกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยภายใต้แสงสลัว
“เฮียธร... จะทำอะไรคะ ไหนเฮียบอกว่ารังเกียจปานไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“ออกไปงั้นเหรอ หึ” วรินธรแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกที่มีรอยเลือดซึมเหยียดยิ้มร้ายกาจ “นี่มันเพนต์เฮาส์ของฉัน ห้องหอของฉัน และตัวเธอก็คือสินค้าที่พ่อของเธอเซ็นสัญญายกมาขัดดอกเพื่อแลกกับเงินสามร้อยล้านของวรินทร์ กรุ๊ป การที่เจ้าหนี้อย่างฉันจะแกะสินค้าออกมาใช้งานให้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป มันผิดตรงไหนไม่ทราบ”
“ปานไม่ใช่สินค้า! ปานเป็นมนุษย์ มีหัวใจและมีความรู้สึก!”
หญิงสาวตวาดกลับเสียงสั่น ขณะก้าวถอยหลังหนีจนน่องเรียวชนเข้ากับขอบเตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าไหมสีขาวและโรยทับด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสดจนไร้หนทางถอยหนีอีกต่อไป
“อย่าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียวนะคะเฮียธร ถ้าเฮียกล้าข่มเหงน้ำใจปาน ปานจะเกลียดเฮียไปจนวันตาย!”
“เกลียดสิ! เชิญเกลียดฉันให้สุดหัวใจของเธอเลยปาณิสรา เพราะความเกลียดชังของผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอมันไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาฉันเลยแม้แต่นิดเดียว!”
สิ้นเสียงคำราม วรินธรก็พุ่งตัวเข้าประชิดร่างบางด้วยความรวดเร็ว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวแล้วออกแรงเหวี่ยงร่างอรชรลงไปบนเตียงคิงไซส์ทันที
“โอ๊ย!”
ปาณิสราร้องอุทานด้วยความจุกเมื่อแผ่นหลังตกกระแทกลงบนฟูกหนานุ่มจนกลีบกุหลาบสีแดงสดปลิวว่อนกระจายไปทั่วเตียง ในเสี้ยววินาทีนั้นเธอนึกห่วงรอยแผลเป็นบนไหล่ซ้าย จึงรีบพลิกตัวตะแคงซุกหัวไหล่ด้านซ้ายลงกับหมอนใบโตและใช้เส้นผมดำขลับที่หลุดลุ่ยลงมาจากมวยผมเจ้าสาวช่วยปรกคลุมลาดไหล่เอาไว้
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตะเกียกตะกายถดตัวหนีไปอีกฝั่งของเตียง ร่างสูงใหญ่ของวรินธรก็กระโจนตามขึ้นมาทาบทับตรึงร่างของเธอเอาไว้ทุกทิศทาง เข่าแกร่งดันแทรกเข้ากลางหว่างขาเรียวสวยเพื่อแยกออกและกักขังการเคลื่อนไหวของเธอได้อย่างเบ็ดเสร็จ
“เมื่อกี้ยังอวดเก่งตบหน้าฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” วรินธรก้มหน้าลงมาคำรามชิดใบหูเล็ก กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนววูดดี้ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากงานเลี้ยงรินรดผิวแก้มของปาณิสราจนเธอรู้สึกมึนงง “ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าอยู่ใต้ร่างฉันแบบนี้ ปากดีๆ ของเธอมันจะยังเก่งไปได้สักกี่น้ำ!”
“คนใจร้าย! ปล่อยปานนะ!”
ปาณิสราดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต สองมือบางระดมทุบตีและข่วนลงบนแผงอกเปลือยเปล่ากับลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างไม่คิดชีวิต เล็บเรียวสวยจิกครูดไปตามผิวเนื้อแกร่งจนเกิดเป็นรอยขีดข่วนสีแดง ทว่าความแสบสันเหล่านั้นกลับไม่ต่างอะไรจากการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง มันยิ่งปลุกเร้าความดุร้ายและความต้องการเอาชนะในตัววรินธรให้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
วรินธรรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปกดตรึงไว้กับฟูกที่นอนเหนือศีรษะด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว ส่วนมือหนาอีกข้างก็เลื่อนลงมาบีบประคองสันกรามเรียว บังคับให้ใบหน้าหวานที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“เก็บเรี่ยวแรงของเธอเอาไว้ครางชื่อฉันดีกว่าปาณิสรา”
สิ้นคำสั่งการของซาตานร้าย ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวก็พุ่งลงมาบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างดุดัน
มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนโยนของคู่บ่าวสาวในคืนวิวาห์ แต่คือจุมพิตแห่งการลงทัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยไฟโทสะ ความแค้น และแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน วรินธรบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ ขบเม้มกลีบปากล่างของปาณิสราจนเธอร้องอื้ออึงในลำคอด้วยความเจ็บ และในจังหวะที่หญิงสาวเผลอเผยอริมฝีปากออกเพื่อสูดอากาศหายใจ เรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาก็ฉวยโอกาสแทรกสอดรุกล้ำเข้าไปภายในโพรงปากหวานทันที
“อื้อ!...”
