บทที่ 5 สุดยอดการแสดง

"อาการหนักแล้ว ปฐมพยาบาลตรงนี้ไม่ทันแน่ ต้องพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" เข้มหันไปตวาดเรียกสติผู้จัดการส่วนตัวที่ยังคงยืนกระโดดเหยงๆ "เจ๊ เอ้ย พี่เมษา เอากุญแจรถมานี่ ผมขับเอง ส่วนคุณชีวามาช่วยผมประคองคุณย่า"

พูดจบชายหนุ่มก็ช้อนร่างผ่ายผอมของหญิงชราขึ้นอุ้มแนบอกอย่างทะนุถนอมแต่แฝงความมั่นคง เขาออกวิ่งนำหน้าไปยังลานจอดรถโดยไม่สนใจความมืดหรือทางเดินกรวดขรุขระ

รถตู้คันใหญ่แล่นฝ่าความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวด้วยความเร็วสูงสุด เข้มเหยียบคันเร่งด้วยความมั่นคง สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นทางเบื้องหน้า ขณะที่หูคอยฟังเสียงสะอื้นของชีวาและเสียงลมหายใจของย่าชื่นจากเบาะหลัง

เมื่อถึงหน้าตึกฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แล้วกระชากประตูรถเปิดออก เขาช้อนร่างของคุณย่าขึ้นอุ้มอีกครั้ง วิ่งตรงเข้าไปในห้องฉุกเฉินตะโกนเรียกหมอเสียงดังก้อง

ชีวาวิ่งตามเข้าไปด้วยใบหน้าอาบน้ำตา เธอมองตามเตียงเข็นที่บุรุษพยาบาลรีบรับช่วงต่อพาคุณย่าหายเข้าไปหลังประตูบานพับ ขาทั้งสองข้างของหญิงสาวอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น ทว่ามือหนาของชายหนุ่มผิวคล้ำกลับเอื้อมมาคว้าต้นแขนของเธอเอาไว้ ช่วยพยุงให้ทรงตัวอยู่ได้

ท่ามกลางความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต แววตาเด็ดเดี่ยวและสติอันมั่นคงของผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ กลับกลายเป็นหลักยึดเหนี่ยวเดียวที่ช่วยประคองหัวใจของเธอเอาไว้ไม่ให้แตกสลาย

แสงไฟสีแดงหน้าห้องฉุกเฉินดับลง บานประตูถูกผลักออกพร้อมกับร่างของนายแพทย์วัยกลางคนที่ก้าวพ้นขอบประตูออกมา ชีวารีบผุดลุกจากเก้าอี้พักคอย ถลาเข้าไปหาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว โดยมีเข้มที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกลขยับตัวตามมาติดๆ ส่วนเมษาที่เพิ่งสงบสติอารมณ์ตื่นตระหนกได้ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาสมทบ

"คุณหมอคะ ย่าชื่นเป็นยังไงบ้างคะ" ชีวาเอ่ยถามเสียงสั่น

"คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ โชคดีที่พามาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา" คำตอบของแพทย์ทำเอาหญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ช่วงนี้ต้องระวังอย่าให้คนไข้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจหรือเครียดเด็ดขาด ร่างกายแกอ่อนแอมาก หมอจะให้แอดมิตดูอาการสักคืน พรุ่งนี้เช้าถ้าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ครับ"

เมื่อแพทย์เดินจากไป ชีวาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านง่ามนิ้วด้วยความโล่งใจ เข้มทอดสายตามองแผ่นหลังเล็กที่กำลังสั่นเทานั้นนิ่งนาน ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักตีตื้นขึ้นมาในอก มันคือความเห็นใจและอยากปกป้อง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ซูเปอร์สตาร์ผู้เย่อหยิ่งไม่ค่อยจะได้มอบให้ใครบ่อยนัก

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล

กลิ่นยาหอมและสมุนไพรลอยอบอวลผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ย่าชื่นนอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกเริ่มสม่ำเสมอและสงบลง ทว่าความสงบสุขนั้นกลับถูกทำลายด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของผู้มาเยือน

"แม่ชื่นจ๊ะ แม่ชื่น ดูสิว่าฉันเอาอะไรมาฝาก"

ป้าสร้อย แม่สื่อขาประจำหมู่บ้านเดินกรีดกรายเข้ามาในห้องพักฟื้นพร้อมกระเช้าผลไม้ใบโต ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีจัดจ้านขยับยิ้มกว้างจนเห็นฟันเลี่ยมทอง ชีวาซึ่งกำลังเช็ดตัวให้คุณย่าอยู่ถึงกับต้องลอบถอนหายใจ แววตาเด็ดเดี่ยวฉายความเหนื่อยหน่ายอย่างปิดไม่มิด

"อ้าว แม่สร้อยเองหรือ มาแต่เช้าเชียว รู้ได้ยังไงว่าฉันเข้าโรงพยาบาล" ย่าชื่นเอ่ยถามเสียงแหบพร่า พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงโดยมีหลานสาวคอยประคอง

"โธ่ ข่าวออกจะดังไปทั้งหมู่บ้านสิจ๊ะแม่ชื่น" ป้าสร้อยวางกระเช้าลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียง "พอคุณก้องภพ ลูกชายท่านนักการเมืองรู้ข่าว เขาก็รีบฝากกระเช้านี้มาเยี่ยมแม่ชื่นเลยนะจ๊ะ แถมยังฝากมาถามด้วยว่าเมื่อไหร่หนูชีวาจะใจอ่อนยอมไปทานข้าวด้วยสักที พ่อก้องภพเขารักจริงหวังแต่งเลยนะแม่ชื่น โปรไฟล์ก็ดี การศึกษาก็เริ่ด แถมยังใจบุญชอบช่วยเหลือชาวบ้าน หาผู้ชายเพียบพร้อมขนาดนี้ไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะจ๊ะ"

ชีวาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หญิงสาวรู้ดีแก่ใจว่าภาพลักษณ์ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ก้องภพสร้างขึ้นมานั้นเป็นเพียงเปลือกจอมปลอม ชาวบ้านในตลาดและคนงานในรีสอร์ตต่างรู้ธาตุแท้ของลูกชายนักการเมืองคนนี้ดี ว่าเป็นพวกชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ ทรงอิทธิพล และใช้เงินฟาดหัวคนอื่นเป็นว่าเล่น ทว่าก้องภพมักจะมาทำดีบริจาคของให้คนเฒ่าคนแก่เสมอ ทำให้ย่าชื่นที่แทบไม่ได้ออกไปไหน หลงเชื่อภาพลักษณ์หลอกตาเหล่านั้นอย่างสนิทใจ

"พ่อก้องภพเขาเป็นคนดีนะลูก" ย่าชื่นหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้หลานสาว แววตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความคาดหวัง "ย่ารู้สังขารตัวเองดี ความตายมันห้ามกันไม่ได้หรอกลูก ยิ่งเมื่อคืนย่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด ย่าก็ยิ่งห่วง สิ่งเดียวที่กวนใจย่า คือย่ากลัวชีวาจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ย่าอยากเห็นหลานมีครอบครัวที่มั่นคง มีคนคอยดูแลปกป้องก่อนที่ย่าจะหมดลมหายใจ"

"ย่าอย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิจ๊ะ ย่าไม่ได้เป็นภาระเลยนะ" ชีวาฝืนยิ้ม พยายามเบี่ยงเบนประเด็น "เรื่องคู่ครอง ชีวายังไม่อยากคิดตอนนี้หรอกจ้ะ รีสอร์ตเราก็กำลังวุ่นวาย"

"มัวแต่รอก็ขึ้นคานกันพอดีสิหนูชีวา" ป้าสร้อยแทรกขึ้นมาทันควัน "คุณก้องภพเขาบอกว่าถ้าหนูชีวาตกลงแต่งงานด้วย เขาจะช่วยปลดหนี้ของรีสอร์ตให้ทั้งหมดเลยนะจ๊ะ แม่ชื่นก็จะได้ไปอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ มีคนคอยปรนนิบัติพัดวี สบายไปทั้งชาติ"

"ฉันบอกแล้วไงจ๊ะป้าสร้อย ว่าฉันไม่แต่ง และฉันก็ดูแลย่าของฉันเองได้ ไม่ต้องพึ่งเงินของใคร" ชีวาตอกกลับเสียงแข็ง นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด

"ถ้าชีวาไม่ชอบพ่อก้องภพ ย่าก็ไม่บังคับ" ย่าชื่นเอื้อมมือมาแตะแขนหลานสาวเบาๆ "แต่ชีวาต้องหาใครสักคนมาดูแลชีวิตตัวเองให้ย่าหมดห่วง อย่างน้อยก็เป็นคนดีๆ แบบพ่อเข้มเพื่อนของตาเมษาก็ได้ ถึงเขาจะดูมอมแมมไปบ้าง แต่ตอนย่าหายใจไม่ออก เขามีสติและพึ่งพาได้มาก ย่ามองคนไม่ผิดหรอกลูก"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป