บทที่ 7 เปิดตัวคนรักกำมะลอ

คำท้าทายจี้จุดคนมีความมั่นใจสูงเข้าอย่างจัง ริวเงียบไปอึดใจหนึ่ง พลางนึกถึงใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นอย่างถือดี นัยน์ตากลมโตที่จ้องมองเขาด้วยความรำคาญใจอยู่เสมอ การได้เข้าไปป่วนประสาทและเห็นเจ้าของรีสอร์ตจอมหยิ่งต้องมาคอยปั้นหน้าเป็นแฟนกับเขา มันคงเป็นความบันเทิงเดียวที่ช่วยแก้เบื่อระหว่างกบดานอยู่ที่นี่ได้

"ก็ได้ ผมตกลง" ริวยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมปลาบฉายประกายความสนุกสนาน "เจ๊รีบกลับไปเคลียร์ข่าวให้จบก็แล้วกัน ส่วนเรื่องทางนี้ เตรียมตัวดูสุดยอดการแสดงของนายเข้มคนนี้ไว้ให้ดีเถอะ รับรองว่าสมจริงจนหลานเจ๊ต้องหวั่นไหวแน่นอน"

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องกระทบผืนน้ำหน้าบ้านพัก เปล่งประกายระยิบระยับรับเสียงนกที่ดังแว่วมาแต่ไกล บรรยากาศของบ้านสวนชีวาควรจะสดชื่นและเงียบสงบเหมือนทุกวัน ทว่าสำหรับเจ้าของรีสอร์ตสาว เช้านี้กลับเป็นเช้าที่ชวนปวดหัวที่สุดในชีวิต

ชีวายืนกอดอกมองหน้าผู้เป็นลุงสลับกับชายหนุ่มผิวคล้ำผมหยิกฟูที่ยืนอยู่เคียงข้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกนอกเบ้า

"ลุงเมษาล้อชีวาเล่นใช่ไหมจ๊ะ" หญิงสาวเค้นเสียงถาม พยายามระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดปุด "นี่น่ะหรือ ผู้ชายที่บอกว่าไว้ใจได้และเหมาะสมที่สุดที่จะมาแกล้งเป็นแฟนชีวา นายเข้มเนี่ยนะ"

"ก็เออสิวะ" เมษาตีหน้าขรึม พยายามกดเสียงให้ห้าวที่สุด "เอ็งลองคิดดูให้ดีนะชีวา ย่าชื่นถูกใจไอ้เข้มมันตั้งแต่แรกเห็น แถมเมื่อคืนมันยังอุ้มย่าไปส่งโรงพยาบาลจนรอดมาได้ ย่าเอ็งยิ่งปลื้มมันเข้าไปใหญ่ ถ้าบอกว่าเอ็งสองคนแอบคบหากันอยู่ ย่าก็ไม่มีทางสงสัย แถมยังเชื่อสนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์"

"แต่ว่าลุงจ๋า หมอนี่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ นิสัยใจคอก็กวนประสาท ชีวาจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนแปลกหน้าได้ยังไง" ชีวาชี้หน้าเข้มอย่างลืมตัว

คนถูกชี้หน้าไม่ได้สะทกสะท้าน เข้มในคราบผู้บ่าวไทบ้านที่ชโลมครีมรองพื้นสีเข้มและสวมวิกผมหยิกเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มยียวน

"คุณก็ไม่ได้เสี่ยงอะไรนี่คุณชีวา ผมต่างหากที่ต้องยอมลดตัว เอ้ย ยอมสละเวลาพักผ่อนมาช่วยเล่นละครตบตาคุณย่าให้คุณ" เข้มแกล้งกระแอมแก้เก้อเมื่อเกือบหลุดความเย่อหยิ่ง "ผมรับปากลุงเมษาแล้วว่าจะช่วยเป็นไม้กันหมาให้คุณพ้นจากลูกชายนายกเทศมนตรีอะไรนั่น แลกกับการที่คุณต้องย้ายผมไปอยู่บ้านพักหลังใหญ่ที่เงียบสงบที่สุด พร้อมอาหารสามมื้อ"

"นี่คุณฉวยโอกาสขูดรีดฉันตอนกำลังลำบากงั้นสิ"

"เรียกว่าข้อตกลงทางธุรกิจดีกว่า" เข้มยักคิ้วให้หนึ่งที "ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็แค่กลับไปนอนตีพุงที่บ้านพักหลังเดิม ส่วนคุณก็เตรียมตัวรอรับขบวนขันหมากของนายก้องภพได้เลย"

ชีวากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด คำขู่ของเขาแทงใจดำเข้าอย่างจัง เธอไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ในเมื่อลุงเมษากำลังจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับกรุงเทพมหานครในเช้าวันนี้เพื่อไปทำธุระสำคัญ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง

"ตกลง" หญิงสาวกระแทกเสียงตอบอย่างจำใจ "แต่ฉันมีกฎ คุณต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง ห้ามฉวยโอกาส ห้ามแตะเนื้อต้องตัวฉันเกินความจำเป็น และเมื่ออยู่ลับหลังย่าชื่นหรือคนอื่นๆ เราคือคนแปลกหน้ากัน เข้าใจไหม"

"ได้เลยครับคุณภรรยา" ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่าย ทว่านัยน์ตาคมปลาบกลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสามคนก็เดินเข้ามาในห้องพักของคุณย่าชื่นที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลและกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงไม้ โดยมีป้าผ่องและลุงบุญคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู เข้มก็สูดลมหายใจเข้าลึก สวมวิญญาณนักแสดงเจ้าบทบาททันที

ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาชีวา เอื้อมมือหนาไปคว้าฝ่ามือบางมากุมไว้แน่น ชีวาสะดุ้งสุดตัว พยายามขืนมือออกตามสัญชาตญาณ ทว่าแรงบีบกระชับที่ส่งมาพร้อมกับสายตาดุๆ ปรามให้เธอเล่นตามน้ำ ทำให้ต้องยอมยืนตัวแข็งทื่ออยู่เคียงข้างเขา

"ย่าชื่นครับ ผมกับชีวามาเยี่ยมครับ" เข้มดัดเสียงให้ทุ้มต่ำและอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด

ย่าชื่นค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนยืนจับมืออยู่กับชายหนุ่มที่เพิ่งช่วยชีวิตตนไว้ แววตาฝ้าฟางก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ประกายความยินดีพาดผ่านใบหน้าซูบซีด

"นี่มัน... หมายความว่ายังไงกันลูก"

ชีวาอ้าปากเตรียมจะอธิบายตามบทที่ตกลงกันไว้ ทว่าเข้มกลับชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

"ผมขอโทษที่ต้องปิดบังคุณย่ามาตลอดครับ ความจริงแล้ว ผมกับชีวาเรา... เราแอบคบดูใจกันมาได้สักพักแล้วครับ" เข้มบีบมือหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเธอด้วยแววตาหวานหยดย้อย "ตอนแรกชีวาเขาไม่อยากให้ใครรู้ เพราะกลัวว่าคุณย่าจะมองว่าผมเป็นแค่คนงานก่อสร้าง ไม่คู่ควรกับเจ้าของรีสอร์ต แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ผมทนเห็นชีวาร้องไห้เสียใจไม่ได้อีกแล้ว ผมเลยขออนุญาตพี่เมษาว่าจะขอดูแลชีวาและคุณย่าอย่างเปิดเผยครับ"

ถ้อยคำสารภาพรักที่ไหลลื่นเป็นธรรมชาติราวกับสายน้ำทำเอาชีวาถึงกับยืนอึ้ง สมองขาวโพลนไปหมด ผู้ชายคนนี้สวมบทบาทผู้บ่าวไทบ้านคลั่งรักได้อย่างแนบเนียนจนน่าขนลุก แววตาที่เขาทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอมเสียจนหัวใจของเธอเผลอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

ป้าผ่องกับลุงบุญที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับยกมือขึ้นทาบอก ลอบยิ้มให้กันด้วยความตื่นตระหนกแกมยินดี ในขณะที่เมษาต้องแอบหันหน้าหนีไปกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งระดับประเทศมาเล่นบทหนุ่มบ้านนาสารภาพรัก ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง

"จริงหรือลูกชีวา หลานคบกับพ่อเข้มอยู่จริงๆ หรือ" ย่าชื่นถามย้ำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความดีใจ

ชีวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอฝืนยิ้มกว้าง หันไปพยักหน้าให้คุณย่า "จ้ะย่า เข้มเขา... เขาดีกับชีวามากจ้ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป