บทที่ 1 ชีวิตอาภัพ!
Fonrin part
ชีวิตการแต่งงาน อาจเป็นความฝันของของผู้หญิงหลาย ๆ คน ได้ใส่ชุดสีขาวกระโปรงฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงในนิยาย ได้ยืนอยู่เคียงคู่กับคนรักต่อหน้าแขกที่มาเป็นสักขีพยานทั้งหลาย ได้สวมแหวนที่เป็นสิ่งแทนความรักที่จะผูกมัดคนสองคน
และใช่...ฉันกำลังจะได้สัมผัสมัน
ได้ยืนข้างกายกับคนที่แอบชอบมานานหลายปี เหมือนฝันที่กลายเป็นจริงก็ไม่เชิง
เว้นเสียแต่...
"คุณกับผมเราไม่มีความรักมาเกี่ยวข้อง เพราะงั้นอย่าลืมทำตามกฎนะครับ" ร่างสูงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ต่างจากใบหน้า
นี่เป็นการเตือนสติฉันว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร
1 เดือนก่อน
@เรือนขนมไทยผีสาว
Fonrin part
ฉันมองชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัย จู่ ๆ เขาก็เข้ามาในร้านแล้วสั่งขนม และขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัว
มันไม่ส่วนตัวหรอก...เพราะเจ๊กับกลุ่มฟ้ามันเนียนแอบฟังอยู่เงียบ ๆ ไง เจ๊ลี่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ส่วนกลุ่มฟ้าก็แสร้งทำเป็นปัดโต๊ะในร้านซ้ำ ๆ
"หนูชื่อฝนรินใช่ไหม?" ชายคนตรงหน้าถามพร้อมกับระบายยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน
หน้าคุ้นจัง...เหมือนเคยเจอกันมาก่อนเลย
"ใช่ค่ะ คุณมีอะไรจะคุยกับหนูหรือคะ"
"จำลุงได้หรือเปล่า?"
"...จำไม่ได้ค่ะ ขอโทษนะคะ" ฉันปฏิเสธแทบจะทันที ถึงจะคุ้น ๆ แต่ก็ไม่กล้าฟันธง
"น่าเสียใจ ลุงคือคนที่หนูเจอวันที่เจ้าลูนมีเรื่องไง"
"คะ!?" ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับนึกย้อนไปถึงตอนนั้น
'หนูจะเอาไปให้ลูนเหรอ?'
'เอ่อ...ใช่ค่ะ คุณลุงรู้จักพี่ลูนด้วยเหรอคะ'
'ใช่ ลุงคุ้นหน้าหนู เหมือนเคยเห็นหนูมาบ้านกับณัฐและดนตรี ฝากของให้ตอนมันพักฟื้นตัว'
'ใช่ค่ะ! คุณลุงรู้ด้วยเหรอคะ'
'ชอบลูนเหรอ?'
'แหะ ๆ ใช่ค่ะคุณลุง'
'เอาไปให้ซะสิ'
'หนู...ไม่กล้าหรอกค่ะ ตรงนั้น...ไม่มีที่ให้หนูเข้าไปได้เลย พี่ลูนมีแฟนแล้ว หนูไม่อยาก...ไปทำลายบรรยากาศค่ะ อีกอย่างตอนนี้พี่ลูนก็มีคนดูแลแล้ว หนูไม่อยากไปแทรกกลางหรอกค่ะ '
'ฮะ? เจ้าลูนมีแฟนแล้ว'
'เอ่อ...คือ...หนูเพิ่งจะเห็น พี่ลูนขอผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟน เมื่อไม่นานมานี้น่ะค่ะ ขอจังหวะที่หนู กลับไปเอาของที่หอกลับมาพอดี แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...อกหัก เดี๋ยวก็หาย'
"หนูจำได้แล้วค่ะ! ว่าแต่คุณลุงมาหาหนูเรื่องอะไรเหรอคะ " ฉันนึกออกทันที คุณลุงตรงหน้าคือคนเดียวกับลุงที่ฉันช่วยตอนท่านเป็นลมไปต่อหน้าในวันที่พี่ลูนมีปัญหากับคนในมหาวิทยาลัยเมื่อหลายปีก่อน หลังจากวันนั้นพี่ลูนก็ลาออกและฉันก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย
"ลุงชื่อวศินนะ ลุงตามหาหนูมานานอยากจะช่วยเหลือตอบแทนเรื่องตอนนั้นมาก ๆ เลย ถ้าลุงไม่ได้หนู อาการของลุงคงแย่จนกลายเป็นอมพาต"คุณลุงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและแววตาที่ซาบซึ้ง จนฉันรู้สึกเกรงใจไปเลย
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูยินดี " ท่านน่าจะมีโรคประจำตัว ตอนนั้นเกิดไทยมุงขึ้นมา มีเพียงฉันที่พยายามแก้สถานการณ์และโทรเรียกรถพยาบาลทันที
และท่านก็ยังรู้อีกว่าฉันชอบพี่ลูน แต่ก็นะจังหวะจะรักมันไม่เกิด
"ลุงถามได้ไหม ว่าหนูมีแฟนหรือยัง"
"เอ๊ะ...ยังค่ะ" ฉันเริ่มแปลกใจที่คุณลุงเริ่มถามลึกขึ้น จู่ ๆ จะมาถามเรื่องส่วนตัวแบบนี้ก็มีงงกันบ้าง
"ลุงไปรู้มาว่าร้านหนูกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ลุงก็เลยอยากช่วยเหลือ ตอบแทนที่วันนั้นลุงเป็นลมแล้วหนูช่วยเอาไว้"
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องมันก็นานแล้ว หนูยินดีนะคะ" ฉันยินดีช่วยเหลือทุกคน และก็ไม่ค่อยกล้ารับการช่วยเหลือเพราะเกรงใจ การช่วยเหลือวันนั้นมันคือสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำอะไร
อีกอย่างเรื่องนั้นมันผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่อยากถือว่าเป็นบุญคุณ มันคือการช่วยเหลืออย่างเต็มใจไม่ใช่หวังผลตอบแทน จะให้มองคนตายต่อหน้าไปมันก็ไม่ใช่ ถึงตอนนี้ร้านของฉันจอยู่ในขั้นวิกฤตเกินจะเยียวยาแต่ฉันไม่อยากใช้ประโยชน์จากใคร
"ลุงจะช่วยร้านของหนูให้พ้นวิกฤต ทั้งทำโฆษณา และให้พื้นที่ในห้างRk ในการขายขนมโดยไม่เก็บค่าเช่า และจะช่วยอุดหนุนขนมของหนูไปแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ และช่วยสนับสนุนเวลาที่บริษัทมีจัดงาน"
"...จริงเหรอคะ" ฉันตาลุกวาว แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริง ที่มีคนใจดียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแบบนี้ ตอนแรกความเกรงใจเหลือล้น แต่เพื่อความอยู่รอดก็ต้องรีบคว้าข้อเสนอดี ๆ นี่ไว้! ตอนนี้ร้านนี้ไม่ใช่แค่ความหวังของฉัน แต่มันยังคนข้างหลังที่เฝ้ารออยู่
อย่างกับละครคุณธรรมแหนะ
พื้นที่ห้างRkเลยนะ!ห้างสรรพสินค้าที่โด่งดังเป็นที่รู้จักและมีสาขาเยอะที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังขยายไปถึงต่างประเทศอีกต่างหาก! แถมยังมีกิจการหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทั้งโรงแรม รีสอร์ต ภัตตาคารอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ เรียกว่าเป็นนายทุนใหญ่เลยก็ว่าได้ นี่บุญหล่นทับกันชัด ๆ
"ใช่...แต่ลุงขอ ค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ไหม?"
"ได้สิคะ!หนูยินดีค่ะเพราะการช่วนเหลือครั้งนี้มันสำคัญต่อหนูมาก ๆ ...แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีหนูขอปฏิเสธเลยนะคะ หนูทำไม่ลงค่ะ" ฉันรับคำอย่างไม่รีรอ ตอนนี้มีโอกาสดี ๆ มากองอยู่ตรงหน้าฉันต้องรีบคว้าเพื่อรักษาร้านเอาไว้ ความเกรงใจที่มีอยู่แทบจะหายไปในทันควัน
"ลุงไม่แน่ใจว่าหนูจะโอเคไหม"
"ยังไงเหรอคะ?"
"แต่งงานกับลูกชายของลุงได้ไหม"
"คะ!?/ฮะ!?" ไม่เพียงแต่ฉันที่อุทานออกมา แม้แต่เจ๊ลี่กับกลุ่มฟ้าที่แอบฟังอยู่ยังเผลอหลุดปาก
เรื่องแบบนี้มันขอกันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ
นี่มัน...ชักจะละครคุณธรรมมากเกินไปแล้ว!
