บทที่ 2 พิธีวิวาห์จอมปลอม

"หนูขออีกทีค่ะ เมื่อกี้คุณลุงว่าอะไรนะคะ" นอกจากสายตาจะสั้น หูยังจะไม่ดีอีกเหรอฝันริน ตายแล้ว หูเพี้ยนจนได้ยินผิดแน่เลย ใครจะมาชวนให้ไปแต่งงานง่าย ๆ นี่ไม่ใช่การเล่นขายของสักหน่อย

"ช่วยแต่งงานกับลูกชายลุงได้ไหม"

อือหือ!ชัดเจน ฉันไม่ได้หูฝาด หูเพี้ยน

"คือ เอางี้ค่ะ หนูไม่เอาตัวเข้าแลกกับใครดังนั้นถ้าจะเป็นแบบในละครหนูก็อาจจะยังเลยค่ะ ขอโทษนะคะ" ฉันรีบปฏิเสธทันที พ่อแม่รู้ทีมีโดนตีตายอย่างแน่นอน เผลอ ๆ อาจจะเป็นแบบในนิยายหรือละคร ให้แต่งงานเพราะไม่ชอบแฟนลูกชายเลยต้องการผลักไส ประเด็นคือลุงพูดถึงแต่พี่ลูน แล้วลูกชายลุงคือใคร

"ลูกชายของลุงชื่อ ศศิน หรือลูนนั่นแหละ" ราวกับได้ยินคำถามในสมองฉัน แต่คำตอบของท่านทำเอาฉันสมองโล่ง หูดับไปชั่วขณะ

พี่ลูน...ศศิน รุ่งอรุณภาคิณ คนนั้นน่ะนะ?!

"คะ?!" ทั้งฉันและเพื่อนต่างอุทานลั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ นี่มันเรื่องช็อกรายวันชัด ๆ

"หนูอาจจะช็อกและตกใจ พอดีลุงมีประชุมต่อ นี่นามบัตร อยากฝากข้อเสนอให้หนูได้พิจารณา ร้านของหนูกำลังวิกฤต ถึงหนูจะเคยช่วยชีวิตลุง แต่ลุงคงไม่ยกผลประโยชน์มากมายให้กับความดีเพียงครั้งเดียว "

"..."

"พิจารณาดูดี ๆ ว่าจะยอมให้คนที่ตัวเองรักหลุดมือไปอีกครั้งเหรอ จะยอมให้ร้านนี้พังลงเหมือนกับความรักที่พยายามให้ลูนหรือเปล่า " แม้บนใบหน้าจะมีรอยยิ้มที่อบอุ่นทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนใจของฉันไม่ยั้งจนปริเป็นแผล

ฉันหันไปมองเพื่อน ๆ ที่ยืนอยู่ด้วยความชั่งใจ สลับกับมองนามบัตรถูกยื่นไว้ตรงหน้า ความถูกต้องมันก็ต้องมี แต่ความอยู่รอดมันก็ต้องคู่กัน ตอนนี้ทุกอย่างเร็วไปฟมด ฉันสับสนว่าควรทำอย่างไร

"ทำไมถึงเป็นหนูเหรอคะ"

"แล้วทำไมหนูถึงไม่เลิกชอบลูนล่ะ"

ถามมาถามกลับไม่โกรงเหรอเนี่ย ฉันโดนคนในชีวิตถามสิ่งนี้มานับร้อยครั้ง แต่ฉันไม่เคยตอบใครไป ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเพราะอะไรจึงทำให้ฉันยืนอยู่จุดเดิมในอดีต และยังชอบเขาไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหนแม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันนานมากแล้วก็ตาม

"เหตุผลของลุง คือ เหตุผลที่ตัวหนูเองรู้ดีอยู่แก่ใจ "

"...."

" หวังว่าจะติดต่อกลับมาในเร็ววัน" ท่านทิ้งท้าย และลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปโดยมีผู้ชายร่างสูงในชุทสูทดำ ถือถุงขนมตามไปอย่างคล่องแคล่ว

ความอยู่รอด....กับความถูกต้อง

เงิน...กับความรัก

ฉันเลือก.....

ปัจจุบัน

ฉันก็เลือกแต่งงานนั่นแหละ โอกาสมาถึงขนาดนี้มีแต่ฉันที่ได้กับได้! ฉันไม่ได้โง่ปล่อยทองราคาหลายหมื่นล้านหลุดมือหรอก จะคิดมากทำไมให้มากความ

ถึงจะไม่ใช่งานแต่งที่ใหญ่โตมากเหมือนในละครโทรทัศน์ที่นางเอกสาวยากจนมาแต่งงานกับทายาทหมื่นล้าน แขกเหรื่อที่เชิญมามีเพียงคนในครอบครัวกับเพื่อน ๆ ของเจ้าสาว เจ้าบ่าว และนักข่าวบางสำนักเท่านั้น

พิธีช่วงเช้าคือตักบาตร

เพราะไม่ได้จัดใหญ่โตมากจึงไม่ได้แห่ขันหมากอะไร พิธีการค่อนข้างจะรวบรัดเพราะถึงยังไงก็แค่แต่งเฉย ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือใบทะเบียนสมรสต่างหาก

และใช่ ชีวิตคอมพลีทของจริงคือการได้ใช้นามสกุลของคนที่แอบชอบมาตลอด จากที่เคยต้องมโนอย่างเดียว

นางสาววันพบตะวัน นิรันดร์ฟ้า

สู่

นางวันพบตะวัน รุ่งอรุณภาคิณ

กรี๊ดออกมาค่าาา

ตักบาตรเสร็จก็สวมแหวนและผูกข้อมือ พิธีการสุดท้ายคือการรดน้ำสังข์ พิธีรวบรัดเพราะยังไงก็จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว พี่ลูนทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด เขาไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ใบหน้าอย่าว่าแต่ยิ้มแย้ม พูดแต่คำว่า กฎการแต่งงาน ราวกับท่องจำให้ฉันหลอนหู ความรู้สึกของฉันเหมือนกราฟหุ้ง ที่เดี๋ยวดิ่งเดี๋ยวขึ้นสูงจนแทบเป็นไบโพล่า

"ขอให้รักกันนาน ๆ นะ"คุณลุงอวยพรด้วยรอยยิ้ม แล้วรดน้ำสังข์ให้เราสองคน

หนูน่ะรักพี่เขามานานแล้ว...ส่วนพี่ลูนจะรักหนูตอนไหนให้มาดูหลังแต่งแล้วกันค่ะ

"อย่าดื้อกับพี่เขานะลูก เชื่อฟังพี่ลูนเขา ไม่ทำให้เขาลำบากใจ มีปัญหาอะไรก็พูดคุยกันดี ๆ จับมือกันไว้ให้แน่นนะลูก" และก็เป็นแม่ของฉันที่กล่าวอวยพรเสียงสะอื้น

งานแต่งครั้งแรกในชีวิต...ฉันจะจดภาพวันนี้ให้ดี

เพราะมันคงมีแค่ครั้งเดียว

ต่อให้เจ้าบ่าวไม่ได้รักก็ไม่เป็นไร เขาไม่เกลียดก็พอแล้วนี่ ส่วนรักไม่รักหลังแต่งยังมีเวลาให้จีบตั้งหนึ่งปี

หลังจากได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วจนครบตามกำหนด ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ฉันจะเป็นคนเซ็นใบหย่าแล้วหายออกไปจากชีวิตเขาเหมือนคนไม่มีตัวตน

ฝนรินทำได้แค่นี้แหละ เป็นดวงตะวันอยู่ตอนเช้า...จะได้อยู่กับเคียงข้างพระจันทร์หรือเปล่าก็ไม่รู้

"พี่ลูนคะยิ้มหน่อยค่ะ พี่แสดงเป็นธรรมชาติเกินค่ะ"

ผมยังไม่ทันทำอะไรคุณก็บอกว่าแสดงดี"

"หนูหมายถึงพี่จะแสดงเหมือนหินค่ะ" ฉันตอบกลับอย่างปลงตก เอาเถอะ ต่อให้พี่แสดงว่ารักหนูแข็วเป็นหินเป็นอิญ เป็นปูน แต่หนูก็ดีใจที่ได้อยู่ใกล้พี่ค่ะ

ท่องไว้ฝนริน น้ำหยดลงหินทุกวันยังกร่อน!ด้านได้อายอด! ถึงเวลาของแกแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป