บทที่ 6 อดีตที่ไม่เริ่ด
"ขอโทษนะเจ๊คนรู้น้อยก็ยิ่งดีต่อตัวพวกเรา ต่อจากนี้อาจจะเหนื่อยเพิ่มหน่อยเพราะเหมือนการเริ่มใหม่ แต่ฝนจะพยายามให้ทุกคนเหนื่อยน้อย ๆ นะ "
"แกเหนื่อยมาเยอะแล้วนะฝน ก่อนหน้านี้วิ่งเต้นหาเงินมาอุดหนี้ร้าน ประคองร้านตลอด"
"ใช่ แกจะแบกคนเดียวทำไมอีกยะ คุณลุงวศินพร้อมช่วยขนาดนี้"
"เราได้มามากพอแล้ว จริง ๆ แค่ฝนได้แต่งงานกับพี่ลูนก็ยิ่งกว่าฝันแล้วเจ๊" ฉันไม่ใช่พวกโลภเอาแต่ได้ ความเกรงใจมีอยู่เต็มอกอยู่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างระหว่างฉันกับพี่ลูนและคุณลุงคือผลประโยชน์ร่วมกันทั้งนั้น ใช่ว่าท่านจะชอบพอเอ็นดูเสียเมื่อไหร่
"แต่แกมีความสุขใช่ไหมฝน" กลุ่มฟ้าเอ่ยถาม แววตาที่แสดงความเป็นห่วงนั้นเผยออกมาให้ได้รับรู้
จะว่ามีไหมก็ไม่เชิง จริง ๆ เหมือนฉันเอาตัวเองเข้ามาใส่โซ่ตรวนที่เท้า มันอึดอัด แต่ก็ไม่ได้แย่ ถ้าเกิดฉันรู้เหตุผลเบื้องลึกมากกว่านี้ โซ่ตรวนที่ขานั้นคงเบาลงบ้าง
"ก็มี แกไม่ต้องห่วง นี่แค่วันแรกเอง อย่างน้อยชีวิตรักก็ไม่อาภัพเหมือนเรื่องงานนะ"
"แกแน่ใจว่าไม่อาภัพ"ดูเจ๊ถามย้ำสิ เจ็บใจนะ!
"ความรักอาภัพสุดชีวิตเลยล่ะ คิดแล้วก็...เสียใจเนอะ"
"..."
"เสียใจที่ถูกทำแบบนั้น" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง การพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันเหนื่อยมาก ๆ เลยล่ะ แม้จะยิ่งชิดใกล้ทว่าใจมันก็ไกลกัน
รู้ไหมอะไรเจ็บกว่าอกหัก...
เจ็บกว่าอกหักคือการที่เราโดนทรยศต่างหาก
"อีชะนีผีนั่นไปมีผัวรวย ๆ แล้วค่า"
"มันเลิกกับผัวแล้วไม่ใช่เหรอเจ๊" กลุ่มฟ้าทักท้วงตามประสาคนตามเผือก
"อ่าวเหรอ ไม่รู้ ไม่แคร์ คนแบบนี้ฉันล่ะไม่น่านับเพื่อนกับมันเลย กล้าทำกับยัยฝนได้ลงคอ"
"พอ ๆ ทั้งสองคน เขาจบกันไปแล้วจะรื้อฟื้นทำไมล่ะ "ฉันรีบยกมือปรามทั้งคู่
"ยัยก้อนกรวดนั่นไม่มีอะไรดีนอกจากฐานะรวย ๆ แล้วจ้ะ ที่เหลือนรกส่งมาเกิด"
"เจ๊เบาได้เบา"ฉันรีบห้ามยัยเจ๊ปากดีก่อนที่จะปากแจ๋วไปมากกว่านี้ เดี๋ยวหมายศาลจะปลิวเข้าหน้าบ้านเอา
"พี่เพชรเขาก็แปลก ทำเป็นตีสนิทกับไอฝน ทำเป็นช่วยจีบ ที่แท้ก็เอาหน้า ฉวยโอกาสคบซะเอง" กลุ่มฟ้าก็อีกคน สองคนนี้เหมือนน้ำมันกับไฟถ้าได้นินทาใครก็สนุกปากใหญ่เลย
"เขาสวย เขารวย เรียนเผ่ง จอนนั้นฝนยังเป็นเด็กอ้วน ๆ ใส่แว่นหนา ๆ อยู่เลย ไม่แปลกหรอกที่พี่ลูนจะไม่ชอบ ไม่สนใจ"
"แล้วจะมาด้อยค่าอะไรตัวเองคะ งง หล่อนน่ะโคตรจะน่ารัก นังนั่นมันบอกลูนหรือเปล่าเถอะว่าแกเป็นคนฝากไปให้ ไม่ใช่ว่าเคลมผลงานกันหน้าด้าน ๆ หรอกเหรอ?" ทฤษฎีนี้เจ๊เมลี่พูด้ป็นร้อยครั้งฉันก็ไม่ปักใจเชื่อเลยสักครั้ง หลักฐานมันก็มีให้เห็น จากกลุ่มคนมากมายที่มองว่าทั้งคู่เหมาะสมกัน
สมัยมหาลัยที่พี่ลูนยังเรียนอยู่ฉันก็ขยันทำนู่นนี่ให้เขา โดยที่เขาไม่รู้ ปรึกษาบ่อยสุดก็พี่เพชร เพราะเห็นว่าเรียนคณะเดียวกันแถมยังทำงานกับพี่ลูนบ่อย ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่ฉันเห็นเป็นพี่สาว จะเอาคนที่ฉันชอบมามำพี่เขยให้ สุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกกันไปเงียบ ๆ
"อดีตที่ไม่เริ่ดแบบนี้ฝนขอไม่จำนะคะเหล่าผีสาวทั้งหลาย เอาล่ะ ๆ เปิดร้าน ๆ ทำการบ้านสำหรับการเปลี่ยนเรือนไทยค่า" ฉันเงยหน้าขึ้นมา ปรบมือเรียกสติทุกคนรวมถึงตัวเอง นี่ไม่ใช่เวลามารำลึกความหลัง นี่เป็นเวลากอบโกยเงินทองต่างหาก!
End Fonrin part
Lune part
เป็นอีกวันที่ผมมาบริษัทได้อย่างปกติสุข รันเองก็คงจะสงสัยว่าทำไมวันนี้ผมถึงให้มารับ เพราะผมทำตามคำแนะนำของฝนริน ยอมรับว่าเมื่อเช้าเกิดความหวั่นใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมาถึงบริษัทแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมก็วางใจได้นิดหน่อย
ผมไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเธอสักเท่าไหร่ ว่าทำไมผมถึงต้องกินข้าวอาหารฝีมือเธอทั้งสามมื้อ ราวกับคนมีแผนการอะไรซ่อนอยู่เสมอ
"ท่านรองสวัสดีค่ะ"ผมยกมือรับไหว้พนักงานทุกคน
แม้ไม่ได้ยิ้มแย้ม แต่ก็ไม่ทำตัวไม่ให้ให้เกียรติใคร
'ท่านรองแต่งงานแล้วเป็นเรื่องเหรอวะแก แหวนที่นิ้วนางชัดแจ๋วเลย ทำใจไม่ได้!'
'ใครกันที่ได้ใจท่านรองไป หล่อแต่หน้าบูดทุกวัน ไม่อึดอัดตายเลยเหรอ'
'เคยมีภาพหลุดแฟนท่านรองนะ ก็งั้น ๆ อะ'
และดูเหมือนว่าข่าวการแต่งงานของผมจะเป็นที่น่าสนใจของพนักงานในวันนี้
"คุณรัน วันนี้งานไหนแทรกเข้ามาไหม"
"มีนัดคุยกับลูกค้ารายใหญ่ตอนสิบโมงครับ"
"ครับ " ห้างสรรพสินค้า Rk เป็นกิจการใหญ่ของตระกูลเรา ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานคือพ่อของผมที่กำลังป่วยอยู่ตอนนี้
ส่วนอีกกิจการที่ใหญ่พอ ๆ กันคือกิจการรีสอร์ตที่ภูเก็ต
คุณปู่ยังคงถืออำนาจทุกอย่างในมือแม้จะเริ่มปล่อยให้ลูกหลานเข้ามาทำงาน
ห้องทำงานยังคงเหมือนในทุกวัน บนโต๊ะมีกองเอกสารกองโตที่รอให้ผมจัดการ ผมไม่เคยรู้สึกว่างเปล่า สีสันชีวิตถูกเติมเต็มด้วยงานเสมอมา
Rrrrr
ก่อนจะลงมือเปิดเอกสาร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พบว่าปลายสายคือณัฐ ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่ามันโทรเพื่ออะไร
"ฮัลโหล"
"ว่างปะ กูมีเรื่องจอยากจะซักมึงให้สะอาดเลย จู่ ๆ ไปแต่งงานกับรุ่นน้องกูได้ไง!"
"เรื่องส่วนตัว"
"ฝนมันเป็นรุ่นน้องกูตั้งแต่สมัยเรียน กูถามใครก็ไม่มีใครรู้ ลูนมึงเล่นอะไรอยู่เนี่ย การแต่งงานมันไม่ใช่เล่นขายของนะเว้ย!"
"ก็บอกว่าเรื่องส่วนตัว ถ้าอยากรู้ก็รอกูหย่า
"อย่าบอกนะว่ามึงสองคนแต่งงานกันหลอกๆเหมือนในละคร"
"ก็บอกว่าเรื่องส่วนตัว รู้ไปหุ้นในบริษัทมึงก็ไม่สูงทะลุกราฟหรอก"
"ยังไงก็ตามแต่ ห้ามทำน้องกูเสียใจ กูยังช็อกไม่หายเลยเมื่อวาน ไปงานก็ทำได้แค่หน้าเอ๋อ ๆ พูดคำว่ายินดีด้วย ถ้ามึงว่าเมื่อไหร่มาเจอกูเลยระ กูจะมึงให้สะอาดกว่าเครื่องซักผ้าเลย!"
"เรื่องส่วนตัว แค่นี้นะ" ผมขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับมันจึงกดวางสายไปให้จบ ๆ
มีแต่คนห่วงเธอเต็มไปหมด ไม่ห่วงว่าผมจะหูดับก่อนหย่ากับเธอบ้างหรือไง ผู้หญิงอะไรพูดตลอดเวลาเหมือนหายใจทางเหงือก
