บทที่ 2 ว่าที่พ่อตา

ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเท้าไปตามโถงทางเดินของอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ เขาเดินด้วยจังหวะสบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แว่นกันแดดสีดำสนิทปิดบังดวงตาคู่คมไว้ ยิ่งทำให้เขาดูลึกลับจนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง

“ฟาเดีย แกเห็นผู้ชายคนเมื่อกี้ไหม โคตะระหล่อเลย โอ๊ย ใจบางไปหมดแล้ว” เมเปิ้ล เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยมต้นของฟาเดีย โผเข้ามากอดแขนเธอ ถามด้วยความตื่นเต้น ใบหน้ากระดี๊กระด๊าราวกับเจอพระเอกซีรีส์ในดวงใจ

“เห็น” ฟาเดียยิ้มขำ ๆ ให้กับท่าทางของเพื่อน

“หล่อมากเลยเนอะแก ต้องหลุดออกมาจากซีรีส์แน่ ๆ ออร่าแบบนี้ไม่มีในชีวิตจริง บอกทีว่าแกรู้จัก แกรู้จักเขาใช่ไหมฟาเดีย”

ฟาเดียกะพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันตอบอะไร เมเปิ้ลก็รัวต่อทันที

“อย่าบอกนะว่าเป็นรุ่นพี่คณะเรา! หรืออาจารย์ใหม่? หรือ...หรือเป็นเทพบุตรลงมาจุติ”

“โอ๊ย หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วเมเปิ้ล”

เมเปิ้ลหันไปเห็นดอกไม้ช่อโตที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เพื่อน “เอ๊ะ! แล้วนี่ดอกไม้ใคร ช่อใหญ่อลังการมาก ของแกเหรอฟาเดีย”

“มันวางอยู่ข้างฉัน ก็ต้องเป็นของฉันสิ”

“ใครให้แกมา นี่แกแอบมีแฟนไม่บอกเพื่อนเหรอ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครให้แกมา”

“ก็คนหล่อที่แกกำลังคลั่งอยู่นี่ไง”

“ฟาเดีย นี่แกแอบไปมีแฟนหล่อขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอกฉัน” เมเปิ้ลออกอาการกระดี๊กระด๊ายิ่งกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าพ่อเทพบุตรคนนั้นเป็นเจ้าของช่อดอกไม้อลังการนี้

“แฟนเฟินอะไรกันเล่า แกก็รู้ว่าฉันมีแฟนได้ที่ไหน” แม้ต่างฝ่ายต่างรู้ใจตัวเอง แต่ฟาเดียกับม่านเมฆก็ยังไม่ได้มีสถานะที่ชัดเจน น้องจากเขาคือพี่ชายฝาแฝดของพี่เขยเธอ เพราะตอนนี้พี่สาวอย่างช่อแก้ว ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของพ่อกับแม่เธอ ได้แต่งงานกับม่านหมอก และทั้งคู่ก็มีลูกสาวที่น่ารักอย่างน้องข้าวหอมด้วยกันแล้ว

“ก็จริง ป๊าแกหวงแกยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ฉันยังจำตอนที่โมทย์มันจีบแกได้อยู่เลย เกือบได้กินลูกซองป๊าแก”

“ป๊าก็แค่ขู่ไปงั้นแหละ ใครจะไปยิงจริง ๆ”

“แต่ก็ไม่ควรเสี่ยงชีวิตไหมล่ะ ฉันยังจำหน้าป๊าแกตอนนั้นได้อยู่เลย อย่างกับพวกบอดี้การ์ดสายโหด”

“ป๊าฉันก็เคยเป็นบอดี้การ์ดจริง ๆ นั่นแหละ”

“เออใช่ ฉันก็ลืมว่าป๊าแกเคยเป็นบอดี้การ์ดมาก่อน แล้วสรุปว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

“คนที่ป๊าฉันเคยเป็นบอดี้การ์ดให้น่ะ”

“เดี๋ยวนะ ป๊าแกไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้จักเสี่ยฟลอยด์กับซ้อปุ้ย เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ”

“ก็ไม่ได้บอกว่ายังเป็นซะหน่อย ฉันหมายถึงเมื่อก่อนนู้นต่างหาก แกจำเฮียเมฆไม่ได้เหรอ”

“เฮียเมฆ? เฮียเมฆไหน”

“เฮียเมฆที่หล่อ ๆ ที่เป็นนักบินไง” เสียงยืดยานคาง พร้อมร่างอ่อนระโหยโรยแรงที่ทิ้งตัวนั่งฟุบหน้ากับโต๊ะ ราวกับอดหลับอดนอนมาสามวันสามคืน

“พะแพง ทำไมแกรู้จักล่ะ” เมเปิ้ลเขย่าตัวเพื่อนที่จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่

พะแพงถอนหายใจเบา ๆ แล้วเท้าคางกับโต๊ะ ทั้งที่แววตาของเธอก็ยังมีร่องรอยของความงัวเงียอยู่เล็กน้อย แล้วทบทวนความทรงจำให้กับเพื่อนขี้ลืม “แกจำตอนที่เราไปหาน้องข้าวหอมที่บ้านฟาเดียไม่ได้เหรอ เราเจอเฮียเมฆคนแรกเลย”

“อ้าว ฉันนึกว่านั่นเฮียหมอก”

“แกนี่นะ แค่นี้ก็แยกไม่ออก”

“ฉันเป็นคนบอกแกไม่ใช่เหรอว่าคนที่เจอคือเฮียเมฆ” ฟาเดียก็จำได้ว่าพะแพงก็คิดว่าชายหนุ่มร่างสูงคนแรกที่เจอคือม่านหมอก น้องชายฝาแฝดของม่านเมฆ ส่วนเมเปิ้ลยังไม่ทันได้ฟังอะไร ทักทายเสร็จก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ

“ที่แท้แกก็แยกไม่ออกเหมือนกันแหละ ไม่เจอไม่กี่ปี ทำไมออร่าความหล่อสาดกระจายขนาดนี้ล่ะ”

“น่าจะเพราะตัดผมใหม่ไหม” ฟาเดียหาเหตุผล เธอก็คิดว่าเฮียเมฆของเธอหล่อขึ้นมากจริง ๆ ตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของสายการบิน คลาวด์แอร์ไลน์ หล่อจนใจสั่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้

“ว่าแต่ แกมาสายอีกแล้วนะพะแพง สายตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลย กว่าจะลุกจากที่นอนได้ หึ! เมื่อเช้าฉันกับฟาเดียโทรไปปลุกตั้งกี่รอบก็ไม่ยอมตื่น เป็นยัยคุณนายตื่นสายตั้งแต่ ม.ต้น จนเข้ามหาลัย ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ” เมเปิ้ลบ่นพร้อมส่ายหน้าด้วยท่าทางเอือมระอาอย่างไม่จริงจังนัก

“เมื่อคืนเผลอดูซีรีส์เกาหลีจนดึกน่ะสิ ฉากจูบมันฟินเกินจนหยุดไม่ได้เลย ฮ้าววว~” พะแพงยกมือขึ้นมาปิดปากหาว ก่อนจะฟุบหน้าไปกับโต๊ะอีกครั้ง เพื่อนทั้งสองส่ายหน้าเอือมระอา และไม่นานอาจารย์ที่ปรึกษาก็เข้ามา

จังหวัดสกลนคร

“นั่นพี่ฟลอยด์จะไปไหน อย่าบอกนะว่าจะไปหาฟาเดีย” เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคน เจ้าของเส้นผมสีบรอนซ์ที่กำลังย่องก้าวพ้นประตูบ้านชะงัก มือที่ถือกุญแจรถอยู่รีบเอาไพล่หลังไว้

“วันนี้ฟาเดียเปิดเทอมวันแรก” เสียงอ้อมแอ้มเมื่อถูกจับได้

“ฟาเดียโตแล้วนะพี่ฟลอยด์”

“ถึงฟาเดียจะเข้ามหาลัยแล้ว แต่ก็ยังเป็นเด็กในสายตาของเรานะ”

“ที่อยากไปหาลูก เพราะพี่ฟลอยด์คิดว่าเมฆจะมาหาฟาเดียใช่ไหม”

“มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว” เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นเบาจนคนเป็นภรรยาไม่ได้ยิน และคำประกาศของอดีตเจ้านายตัวน้อยยังคงดังก้องกังวานในหัวของเขา

‘ฟาเดียจะเข้ามหาลัยแล้ว เมฆจะจีบฟาเดียแล้วนะครับ ป๊าฟลอยด์’ ม่านเมฆเดินเข้ามาบอกว่าที่พ่อตาในวันที่ฟาเดียเรียนจบระดับชั้นมัธยม

“แม่ครับ เห็นเข็มขัดนักเรียนเฟรมไหมครับ” เสียงตะโกนจากชั้นสองของบ้าน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกชายคนเล็กของเธอ เฟรม เมธวิน

“ก็อยู่ในลิ้นชักที่เดิมนั่นแหละ” ปุ๋ยตอบกลับไป สายตายังคงจับจ้องคนเป็นสามี

“เฟรมหาไม่เจอครับ” เสียงตะโกนจากชั้นบนตอบกลับมา

“เดี๋ยวแม่ไปหาให้ พี่ฟลอยด์เลิกล้มความคิดจะไปหาฟาเดียเลยนะ” ปุ้ยบอกอย่างเด็ดขาด แม้จะไม่ค่อยไว้ใจว่าสามีจะเชื่อในสิ่งที่เธอพูด แต่ก็ต้องไปจัดการปัญหาให้ลูกชายก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไปโรงเรียนสายได้

“พี่รู้แล้ว”

ฟลอยด์ตอบออกไปอย่างเสียมิได้ แต่เพียงแค่ปุ้ยคล้อยหลัง เขาก็รีบวิ่งไปที่รถทันที

“พี่ฟลอยด์!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป