บทที่ 1 บทนำ
“แกว่าไงนะไอ้ธาร!!” เสียงโหวกเหวกของขวัญจิราดังสวนขึ้นมาหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวบ้าๆ ที่หลุดออกมาจากปากเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายด้วยใบหน้าตื่นตะลึง
คนตัวเล็กรูปร่างผอมเพรียว ผิวขาวราวกระดาษกำลังโกรธจนควันออกหู เมื่อธารธาราบอกกล่าวหน้าตาเฉยว่าจะให้เธอช่วยไปสวมรอยเป็นเมียรักของพี่ชาย เพื่อเลี่ยงการแต่งงานที่ถูกโมเมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน
“แกจะตะโกนทำไม ฉันก็แค่สั่งงานเองนะ” ธารธารากะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนด้วยท่าทางสงบนิ่ง เตรียมใจไว้แล้วว่าเจ้าตัวจะต้องโวยแบบนี้
“สั่งงานบ้าอะไร ให้ฉันไปสวมรอยเป็นเมียพี่ชายแกเนี่ยนะ!”
“หยุดตะโกนก่อนได้มั้ย เดี๋ยวคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างนอกก็ได้ยินหมดหรอก ถ้าแผนแตกแล้วมีใครไปบอกคุณยายเนี่ย ฉันไล่แกออกนะ”
ธารธารามองเพื่อนที่คบมาตั้งแต่สมัยมัธยมด้วยรอยยิ้ม คำว่าไล่ออกไม่มีผลต่อคนฟัง ข้อนี้เธอรู้ดีเพราะไม่มีทางที่ขวัญจิราจะลาออกง่ายๆ แน่ เพราะหากเอาเข้าจริงถ้าเจ้าตัวคิดลาออกขึ้นมาตามคำขู่นั้น เธอและพี่ชายก็คงไม่เซ็นให้ง่ายๆ อยู่ดี
“แกจะมาไล่ฉันออกด้วยเรื่องอะไรมิทราบ!” หญิงสาวตวาดกลับเสียงดังโดยไม่ลดเสียงลงแม้แต่น้อย อารมณ์คุกรุ่นในใจไม่จางหายหลังจากได้ฟังเรื่องราวบ้าๆ นั่น
“ก็เรื่องที่แกไม่ช่วยพี่ชายฉันไง”
ขวัญจิราอยากกรี้ดออกมาดังๆ กับประโยคนั้นของเพื่อน มองธารธาราด้วยสายตาขุ่นเคืองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พร้อมกับเดินมาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ยกมือขึ้นมากอดอกแล้วจ้องหน้ากลับอย่างเอาเรื่อง
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบหน้าเขา!”
“เหตุผลล่ะ?” หญิงสาวถามกลับ ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะ
“พี่ชายแกน่ะขี้เก๊ก พูดไม่เพราะ ชอบพูดจากวนโมโหอยู่เรื่อย!”
ขวัญจิราพรั่งพรูทุกความรู้สึกออกมา นึกไปถึงใบหน้ากวนประสาทของของนายธาดาแล้วยิ่งหงุดหงิด เจอหน้ากันทีไรก็ไม่นึกอยากเข้าใกล้ เพราะคำพูดไร้มารยาทของเขาและการกระทำดิบๆ ที่ชอบทำใส่เธอนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้เธอไม่ชอบเขา กลับกัน...หากวันนี้คนที่เธอต้องไปช่วยเหลือเป็นเฮียธี พี่ชายคนโตของธารธารา เธอจะตอบตกลงรับข้อเสนอนี้โดยไว ไม่มีเกี่ยงงอนเลยแม้แต่คำเดียวด้วยซ้ำ!
“ตายละ...นี่เฮียธามเลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่ยักรู้มาก่อน” หญิงสาวไหวไหล่ไปมาเล็กน้อยราวกับไม่รู้สิ่งใดทั้งนั้น
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ แกรู้ดีกว่าใครเพราะแกเป็นเพื่อนฉัน!”
“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ และหมายความว่าฉันก็จะไม่รับรู้ด้วย ว่าแกจะรู้สึกอะไรกับเฮียธาม เพราะงานนี้แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!”
“ไอ้ธาร!” ขวัญจิราเรียกเพื่อนอย่างเหลืออดเพราะหมดความอดทนเสียดื้อๆ ไม่คิดว่าจะกล้ามัดมือชกกันขนาดนี้
“เงินตั้งสองแสน งานสองเดือน แกจะไม่สนใจจริงๆ หรอ ไม่มีงานไหนสบายเท่านี้แล้วนะ แถม...”
ธารธาราเงียบไปชั่วครู่ราวกับครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าสะพายใบหรูแล้วยื่นกระดาษสีขาวหนึ่งใบมาตรงหน้า ขวัญจิรารับกระดาษนั้นไว้ก้มมองดูตัวเลขที่ถูกเขียนกำกับไว้พร้อมลงลายมือชื่อเฮียธีเสร็จสรรพ ทำให้เจ้าตัวเข้าใจได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว
“จะเล่นอะไรของแก ป๊ากับแม่แกรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย” ขวัญจิราถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ป๊าน่ะรู้ แต่แม่ไม่รู้หรอกว่าพวกฉันวางแผนเอาไว้แบบนี้”
“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน?” สุดท้ายความอยากรู้ก็เอาชนะความโกรธเกรี้ยวในใจได้
“เพราะยัยอินทุอรมันร้าย ผู้หญิงคนอื่นเอาไม่อยู่หรอก แล้วที่สำคัญเฮียเป็นคนเลือกแกเอง ฉันกับเฮียธีก็เห็นด้วยกับความคิดนี้แค่นั้นแหละ”
“เห็นด้วย?” เธอถามกลับเสียงดัง
“เออ...”
“แต่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะไอ้ธาร !”
“แลกกับเงินสามแสน ก็คุ้มอยู่นะ”
“อย่าเอาเงินมาฟาดหัวกันแบบนี้!”
“เปล่าฟาด แต่ยื่นให้ดีๆ เลยล่ะเพื่อนรัก”
ธารธาราตอบด้วยรอยยิ้มจนทำให้ไฟคุกรุ่นของขวัญจิราเตรียมปะทุขึ้นมาอีกรอบ แต่ก่อนจะได้อ้าปากพ่นวาจาไม่น่าฟังออกไปประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามา และผู้มาใหม่นี่เองที่ทำให้ขวัญจิราจำต้องสงบเสงี่ยมลง แต่ไม่ลืมที่จะส่งสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนสนิทที่ยืนไม่ห่าง
“สวัสดีค่ะป๊า” หญิงสาวยกมือไหว้ตามหน้าที่ แม้ว่าในใจยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าพ่อของธารธาราและตัวปัญหาใหญ่ในตอนนี้ก็ตาม
ก็แล้วมันเรื่องอะไรที่พี่น้องบ้านนี้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากเธอในเรื่องนี้ด้วยเล่า! เธอไม่ใช่แม่พระและไม่ใช่คนเห็นแก่เงินนะ! ขวัญจิรานึกอยากจะตะโกนออกไปแบบนี้แต่ก็ไม่กล้า
“คุยกันเรียบร้อยแล้วหรือยัง ป๊าจะได้โทรบอกธามให้มารับขวัญ”
“คุยแล้ว ยัยขวัญตกลงค่ะป๊า”
“ไม่ตกลงค่ะ!” ขวัญจิราสวนขึ้นทันควัน ไม่ยอมให้นังเพื่อนรักที่แปรสถานะไปเป็นงูพิษมามัดมือชกกันได้ง่ายๆ
“อ้าว...” ท่านถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินนำไปนั่งที่โซฟารับแขก ทั้งขวัญจิราและแม่เพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายจึงต้องเดินมานั่งเคียงข้างกันในเวลาต่อมา
ความเงียบขรึมราวกับใช้ความคิดบางอย่างอย่างหนักทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา ด้วยรู้อยู่เต็มอกว่าคุณธงชัยผู้เป็นบิดาของธารธารานั้นเป็นนักเจรจาชั้นยอด จึงค่อนข้างกลัวหากท่านจะเสนอบางสิ่งออกมาและเธออาจจะเผลอตะครุบมันเข้าให้เพราะความเสียดาย ก็ป๊ากระเป๋าหนักและใจถึง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ขวัญจิรากลัวท่านมากที่สุด และยิ่งรู้ว่าหากท่านมาเจรจาด้วยตัวเองแบบนี้ เธอก็ยิ่งไม่มีทางรอด
“รถที่ขวัญอยากซื้อให้แม่...ป๊าจะจัดการให้”
นั่นปะไร...ข้อเสนอใหญ่พร้อมความใจถึงของท่านทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกเลยเชียว
