บทที่ 7 ไม่ได้เป็นอะไรกัน ll
“อยากเป็นลูกอกตัญญูหรอ แม่เธอได้ของจากป๊าไปแล้ว ออกจะถูกอกถูกใจมากตอนที่เฮียธีเอารถไปให้ ชื่นชมเธอใหญ่ที่ทำหน้าที่ลูกได้ดีจนน่าประทับใจแบบนี้ แล้วนี่ยังไม่ทันไร...เฮียธีจะต้องส่งคนไปยึดรถกระป๋องคันนั้นคืนมาทั้งที่ยังไม่ทันข้ามวันเสียแล้ว ทำไมใจเสาะนักล่ะขวัญจิรา?”
โกรธและโมโห รวมถึงเกลียดขี้หน้า คำนี้รวมอยู่ในหัวของขวัญจิราและพุ่งตรงความรู้สึกนั้นไปที่เขาเพียงคนเดียวอย่างไม่คิดปิดบังอะไร น้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาเพียงเพราะเขาเอาเรื่องแม่มาอ้างให้เธอกลัว
“มานั่งตรงนี้” เขาตบที่นอนเบาๆ เมื่อเห็นเธอนิ่งไป
“ไม่!”
“ขวัญ...”
“อย่าบังคับใจกันนัก อย่าให้หมดความอดทนตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามคืน ขวัญไม่สนุกและไม่ต้องการให้เอาเรื่องแม่มาขู่กันแบบนี้”
ขวัญจิราบอกเขาตามตรง น้ำตาร่วงเผาะลงมาจนทำให้ธาดาต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาไม่น่าเล่นแรงกับเธอเลยจริงๆ ทั้งที่รู้ดีว่าชีวิตนี้เธอรักแม่มากขนาดไหน ก็เหลือกันแค่สองคนนี่นะ
“มานั่งนี่ แล้วเฮียจะพูดดีๆ ด้วย”
“บอกว่าอย่าบังคับ”
“งั้นก็ขอร้อง ช่วยเดินมาตรงนี้หน่อยนะ” หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบ ตาแดงๆ และหยาดน้ำตาของเธอมีผลต่อใจของเขาไม่น้อย
หญิงสาวยอมเดินมาอย่างว่าง่าย ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่งเขาก็คว้าตัวเธอเอาไว้ จนกลายเป็นว่าขณะนี้กำลังนั่งซ้อนบนตักเขาอยู่ แต่ธาดากลับทำหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่มันเป็นเรื่องแปลกเต็มทนที่เขาจะทำอะไรแบบนี้ได้ ยิ่งกับเธอด้วยแล้วยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
“พูดดีๆ กับเฮียบ้างได้มั้ย”
“ทำไม?”
“เฮียก็แค่อยากให้ขวัญพูดดีๆ เหมือนที่พูดกับเฮียธีและคนอื่นๆ บ้าง” น้ำเสียงที่เขาใช้อ่อนละมุนจนทำให้คนฟังขมวดคิ้วยุ่ง
“งั้นก็อย่ากวนประสาทให้มันมาก!”
“อดไม่ได้หรอก” ก็เธอน่ารักขนาดนี้...
“เอ๊ะ!”
“ทำตัวให้เหมือนคนรักกันหน่อย อย่าเพิ่งทำพังเลยนะ เฮียไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ขวัญช่วยเฮียหน่อยนะ”
เป็นน้ำเสียงที่ธาดารู้แน่ว่าไม่เคยใช้กับใครมาก่อน ไม่เคยต้องขอร้องอ้อนวอนให้ใครมาทำอะไรให้เพราะเขาทำทุกอย่างเองได้ แต่เรื่องนี้กลับต้องยกเว้น เมื่อเขาไม่อาจทำตามคำสั่งของยายได้จริงๆ และอีกอย่างก็...
“เฮียธามก็อย่าแกล้งขวัญแบบนี้อีก ขวัญไม่ชอบ ไม่ได้ใจง่ายและไม่อยากให้ใครมองว่าขวัญเป็นผู้หญิงแบบนั้น” เสียงเธอเรียกสติเขา
“ทำไมล่ะ?”
“อ้าว! ขวัญเป็นผู้หญิงนะ จะให้คนที่ไม่ได้เป็นคนรักมาทำอย่างนี้ด้วยได้ยังไง เกิดเสียหายขึ้นมามากกว่านี้แล้วไม่มีคนขอแต่งก็ยุ่งน่ะสิ!”
ขวัญจิราพยายามดิ้นหนี เพราะคิดว่าสถานการณ์ระหว่างเธอและเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ธาดากับไม่ยอมปล่อยให้เธอทำแบบนั้นโดยง่าย วงแขนแกร่งยังคงกอดกระชับคนตัวเล็กเอาไว้จนเธอเหนื่อยและหยุดดิ้นไป หันมามองเขาที่เหมือนกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นานสองนาน
“ปล่อยนะ ขวัญจะไปหวีผมแล้ว”
“ถ้าไม่มีใครขอขวัญแต่งงาน เฮียจะรับผิดชอบให้ก็แล้วกัน เพราะจูบแรกนั่น...มันก็เป็นของเฮียนี่เนอะ” เขายกยิ้มมุมปากน้อยๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอดิ้นหนีไปได้
“ประสาท!!” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับการสะบัดหน้าเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งดังเดิม
ธาดาออกจะชอบใจไม่น้อยที่เห็นเธออยู่ในอารมณ์ปกติที่พร้อมรบกับเขาดังเดิม จึงเดินไปหยุดอยู่ด้านหลัง มองเธอผ่านกระจกเงาแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ช่างให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเขาเหลือเกิน มันช่างคุ้มและไม่ควรปล่อยให้หลุดมือได้อีก
“เตรียมเสื้อผ้าให้ด้วยนะคุณภรรยา”
“ไม่!” เธอตอกกลับทันที ไม่สนใจคำสั่งของเขา แต่เพียงครู่เดียวก็ต้องเปลี่ยนคำตอบนั้นหลังจากเผลอไปสบตากับเขาเข้าในระยะประชิด
“ลืมบทลงโทษระหว่างเราไปแล้วหรือไง”
“เฮียธาม!!”
“กลัวลืมชื่อผัวหรือไง เรียกอยู่ได้” เขาขยับมาใกล้แล้วหอมแก้มป่องของเธอเร็วๆ จนหญิงสาวอ้าปากค้างเพราะความตกใจ
“เดี๋ยวเถอะ! ขวัญเพิ่งบอกเหตุผลไปว่าไม่ชอบให้ทำแบบนี้”
“ก็บอกแล้วไงว่าเฮียจะรับผิดชอบเอง จะให้แต่งเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน แต่งเสร็จจะได้รีบเข้าหอสักที”
“ทะลึ่ง!!”
“พูดจริงทุกคำ ไม่ได้ทะลึ่งสักหน่อย” ธาดาขยิบตากวนๆ คว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่หันกลับมาฟังถ้อยคำที่ถูกเธอค่อนขอดตามหลังมา แค่นี้ความสุขก็เอ่อล้นหัวใจเขามากพอแล้ว
