บทที่ 2 บทที่ 2

คนที่สะดุดตาที่สุดคือชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่กลางโซฟา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก เนกไทถูกคลายออกเล็กน้อย ใบหน้าหล่อคมดูเคร่งขรึมแตกต่างจากเพื่อนคนอื่น แม้ดวงตาจะเริ่มแดงเพราะฤทธิ์เครื่องดื่ม แต่ท่าทางของเขายังคงสง่างามและน่าเกรงขาม

พราวไม่รู้ว่าเขาคือใคร เธอเพียงรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูไม่เหมือนคนที่ควรเข้ามานั่งดื่มจนเสียการควบคุมในสถานที่แห่งนี้

อรอนงค์แนะนำหญิงสาวแต่ละคนด้วยชื่อเล่น ก่อนกำชับเรื่องขอบเขตของงานกับคนจัดโต๊ะอีกครั้ง พราวถูกจัดให้นั่งใกล้เมฆคราม เพราะเพื่อนของเขาต่างมีคนคอยชงเครื่องดื่มให้แล้ว

เธอนั่งลงโดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ก่อนยกขวดน้ำขึ้นถามตามหน้าที่

“รับน้ำเปล่าสักหน่อยไหมคะ”

เมฆครามหันมามองเธอ ดวงตาคมกริบไล่สำรวจใบหน้าเพียงชั่วครู่ ก่อนเลื่อนไปมองขวดน้ำในมือ

“ผมยังไม่เมา”

“ฉันไม่ได้บอกว่าคุณเมาค่ะ แค่คิดว่าคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแล้ว ควรดื่มน้ำตามบ้าง”

ภาคินได้ยินแล้วหัวเราะชอบใจ “มีคนกล้าสั่งคุณครามของเราด้วย นายควรฟังเธอนะ”

เมฆครามไม่ตอบเพื่อน แต่ยอมยื่นแก้วเปล่าให้พราว เธอรินน้ำแล้วส่งคืนโดยไม่พยายามชวนคุยเกินความจำเป็น ต่างจากหญิงสาวคนอื่นซึ่งกำลังหัวเราะกับมุกตลกของลูกค้าและช่วยสร้างบรรยากาศอย่างคล่องแคล่ว

“เพิ่งมาทำงานหรือ” เมฆครามถามหลังดื่มน้ำไปครึ่งแก้ว

พราวชะงักเล็กน้อย “ดูออกด้วยหรือคะ”

“คุณนั่งตัวแข็งตั้งแต่เข้ามาแล้ว”

หญิงสาวหลุบตามองมือตนเอง “ค่ะ วันนี้เป็นวันแรก”

“แล้วทำไมถึงมาทำ”

คำถามตรงไปตรงมาทำให้พราวไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร เธอไม่อยากเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟัง แต่ก็ไม่เก่งพอจะแต่งเรื่องโกหก

“ฉันต้องใช้เงินค่ะ”

“ทุกคนที่ทำงานก็ต้องใช้เงิน”

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงได้คำตอบแล้ว”

เมฆครามเลิกคิ้ว เขาไม่คุ้นเคยกับผู้หญิงที่ตอบคำถามโดยไม่พยายามเอาใจ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกจ้างมาให้นั่งพูดคุยกับเขา

ฐากูลยื่นแก้วเครื่องดื่มมาตรงหน้าเพื่อน “อย่ามัวแต่สัมภาษณ์น้องเขา ดื่มให้หมดก่อน นายยังติดฉันอีกสองแก้ว”

พราวมองของเหลวสีอำพันในแก้วแล้วขมวดคิ้ว เมฆครามดื่มมามากจนเธอสังเกตเห็นว่าปลายนิ้วของเขาเริ่มขยับช้าลง แม้สีหน้าและน้ำเสียงจะยังดูปกติ

“คุณควรหยุดได้แล้วนะคะ”

ชายหนุ่มหันมามอง “คุณมีหน้าที่ห้ามลูกค้าดื่มด้วยหรือ”

“ไม่มีค่ะ แต่ถ้าคุณดื่มต่อ พรุ่งนี้คงปวดหัวมาก”

“พรุ่งนี้ผมมีคนจัดการเรื่องปวดหัวให้”

“ไม่มีใครปวดแทนคุณได้หรอกค่ะ”

ประโยคธรรมดากลับทำให้เมฆครามนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ พราวเพิ่งสังเกตว่าเมื่อผู้ชายคนนี้ยิ้ม ใบหน้าที่เคร่งขรึมกลับดูอ่อนโยนลงมาก

“คุณชื่ออะไรนะ”

“พราวค่ะ”

“ชื่อจริง”

หญิงสาวลังเล แต่สุดท้ายก็ตอบเพียงชื่อต้น “พราวนภาค่ะ”

“แปลว่าท้องฟ้าที่มีแสงสว่างหรือ”

“ประมาณนั้นค่ะ แม่เป็นคนตั้งให้”

“ชื่อสวยดี”

พราวไม่รู้ว่าเขาชมตามมารยาทหรือเริ่มเมาจนพูดสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่ระวัง เธอจึงเพียงยิ้มรับแล้วหันไปหยิบถังน้ำแข็ง เมฆครามกลับยื่นมือมารับคีมคีบน้ำแข็งจากเธอ

“ไม่ต้องชงให้ผมแล้ว”

“คุณจะหยุดดื่มหรือคะ”

“ยัง แต่ผมชงเองได้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรต้องทำแล้วสิคะ”

“นั่งอยู่เฉย ๆ ก็พอ”

พราวมองนาฬิกาบนผนัง เหลือเวลาอีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะสิ้นสุดงาน เธอจึงนั่งฟังกลุ่มเพื่อนพูดคุยกันเงียบ ๆ จากบทสนทนาทำให้รู้ว่าชายหนุ่มข้างกายชื่อเมฆครามและน่าจะเป็นนักธุรกิจใหญ่ เพราะเพื่อนเรียกเขาว่าท่านประธานอยู่หลายครั้ง

การดวลเหล้ายังดำเนินต่อไป เมฆครามไม่ยอมแพ้ ส่วนเพื่อนของเขาก็ไม่คิดหยุดง่าย ๆ พราวพยายามวางแก้วน้ำสลับกับแก้วเครื่องดื่มให้เขา แต่ชายหนุ่มดื่มทุกอย่างที่ถูกยื่นมาตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าคืออะไร

เวลาผ่านไปไม่นาน ภาคินเป็นคนแรกที่ยอมแพ้และออกไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนอีกคนเอนตัวหลับอยู่บนโซฟา ส่วนฐากูลได้รับโทรศัพท์ด่วนจึงเดินออกไปคุยด้านนอก

เมฆครามยังนั่งตัวตรง แต่ดวงตาเริ่มพร่ามัว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนต้องการอ่านบางอย่าง ทว่าหน้าจอดับลงก่อนจะกดรหัสผ่านสำเร็จ

“โทรศัพท์คุณกลับหัวอยู่ค่ะ” พราวเตือน

ชายหนุ่มก้มมองของในมือแล้วหัวเราะเบา ๆ “ผมคงเมาอย่างที่คุณบอกจริง ๆ”

“ฉันจะเรียกเพื่อนคุณให้นะคะ”

พราวลุกขึ้นตั้งใจเดินไปตามฐากูล แต่ชายกระโปรงกลับเกี่ยวขอบโต๊ะจนเสียหลัก เมฆครามยื่นมือมารับตามสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งของเขาจับข้อมือเธอ ส่วนอีกข้างประคองข้อศอกไว้ทันก่อนที่หญิงสาวจะล้มลง

พราวรีบดึงตัวกลับมายืนตรง “ขอบคุณค่ะ”

เมฆครามไม่ได้ปล่อยมือทันที เขาเงยหน้ามองเธอผ่านแสงไฟสีทอง ดวงตาที่เคยเฉียบคมกลับเจือความสับสนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าดูสว่างไสวท่ามกลางภาพรอบกายที่เริ่มพร่าเลือน

พราวขยับมือเล็กน้อย “ปล่อยฉันก่อนค่ะ คุณเมฆคราม”

แทนที่จะทำตาม เขากลับจับมือเธอไว้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าหากปล่อยแล้ว คนตรงหน้าจะหายไปพร้อมกับแสงสว่างในห้อง

เมฆครามมองเธอนิ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและไม่เหลือความเย็นชาอย่างก่อนหน้า

“นางฟ้าของผม”

ข้อตกลงที่ถูกลืม

“นางฟ้าของผม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป