บทที่ 4 บทที่ 4

พนักงานรีบออกจากห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ประตูห้องพักปิดลง เหลือเพียงพราวกับชายหนุ่มที่เมาจนแทบไม่รู้สึกตัว

ความเงียบภายในห้องทำให้เธอไม่สบายใจ พราวหยิบขวดน้ำจากตู้เย็นมาวางบนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นเดินไปหยิบถังขยะมาวางใกล้ ๆ เผื่อเขาอาเจียน

“ฉันวางน้ำไว้ให้แล้วนะคะ คุณนอนพักเถอะ”

เธอตั้งใจจะจากไปทันที ทว่าเมื่อเดินถึงประตู เสียงของเมฆครามก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“อย่าเพิ่งไป”

พราวหันกลับมาเห็นเขากำลังพยายามปลดกระดุมคอเสื้อด้วยมือที่ไม่มั่นคง ใบหน้าคมแดงจัดและมีเหงื่อซึมตรงขมับ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กไปชุบน้ำและวางไว้ใกล้มือเขา

“ใช้ผ้าเช็ดหน้านะคะ ฉันต้องกลับแล้ว”

เมฆครามกลับคว้ามือเธอไว้ทันที เขาเงยหน้ามองด้วยแววตาสับสนราวกับแยกไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือใครหรือสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ใด

“คุณกลับไม่ได้”

“ปล่อยฉันค่ะ งานของฉันจบแล้ว”

พราวดึงมือกลับ แต่เมฆครามลุกขึ้นตาม แรงดึงจากร่างสูงทำให้เธอเสียหลักเซเข้าหาเขา หญิงสาวรีบใช้มืออีกข้างดันอกชายหนุ่มและถอยออกมา

“คุณเมามากแล้ว นอนพักเถอะค่ะ”

“คุณอยู่กับผมเพราะอะไร”

“ฉันถูกจ้างมาให้นั่งเป็นเพื่อนและชงเครื่องดื่มเท่านั้นค่ะ ไม่มีอย่างอื่น”

เธอเน้นย้ำทุกคำอย่างชัดเจน เมฆครามควรจะเข้าใจ แต่แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปจำนวนมากทำให้เขารับรู้เพียงบางส่วน ความใกล้ชิดและการที่เธอยังอยู่ในห้องกลายเป็นสิ่งที่สมองอันเลือนรางของเขาตีความผิดไปจากความจริง

“ผมจ่ายให้คุณได้”

คำพูดนั้นทำให้พราวหน้าชา ความเห็นใจที่เคยมีก่อนหน้านี้หายไปจนหมด

“ฉันไม่รับค่ะ และฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณกำลังคิด”

เธอสะบัดมือออกอย่างแรงแล้วรีบเดินไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันแตะมือจับ เมฆครามก็ตามมาคว้าแขนเธอจากด้านหลัง พราวตกใจและรีบหันกลับไปผลักเขา

“ปล่อยนะคะ ฉันจะกลับ”

เมฆครามถูกผลักจนถอยไปหนึ่งก้าว แต่แทนที่จะได้สติ เขากลับมองการดิ้นรนของเธอผ่านความมึนเมาและเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความลังเล ใบหน้าของพราวซ้อนทับกับภาพพร่ามัวในสายตา เขาจำได้เพียงว่าเธอคือผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างตนตลอดทั้งคืน คอยรินน้ำและเตือนให้หยุดดื่ม

“คุณอยู่กับผมแล้ว”

“ฉันอยู่เพราะต้องทำงาน ไม่ได้หมายความว่าฉันยินยอมเรื่องอื่น”

พราวพูดเสียงสั่นและพยายามเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่เมฆครามขวางทางไว้ ร่างสูงใหญ่กับน้ำหนักตัวที่มากกว่าทำให้เธอไม่สามารถผลักเขาออกไปได้ง่าย ๆ

“ฟังฉันนะคะ คุณกำลังเข้าใจผิด ปล่อยให้ฉันออกไป”

เธอเอ่ยปฏิเสธอีกครั้งอย่างชัดเจน แต่สติของเมฆครามไม่เหลือมากพอจะเข้าใจความหมายทั้งหมด ความเมาไม่เพียงทำลายการควบคุมตัวเอง แต่ยังทำให้เขามองข้ามขอบเขตที่พราวพยายามยืนยันมาตลอด

พราวตะโกนเรียกคนด้านนอก ทว่าเสียงดนตรีจากชั้นล่างและผนังห้องที่ปิดสนิททำให้ไม่มีใครได้ยิน โทรศัพท์ของเธออยู่ในกระเป๋าซึ่งวางไว้ใกล้เตียง ห่างเกินกว่าจะหยิบมาขอความช่วยเหลือได้

เมฆครามก้มลงมาใกล้จนเธอต้องเบือนหน้าหนี ความหวาดกลัวแล่นเข้าจับหัวใจ พราวพยายามผลักและบอกให้เขาหยุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ชายหนุ่มซึ่งขาดสติกลับไม่รับรู้ว่าการกระทำของตนกำลังทำร้ายคนตรงหน้า

คืนนั้นจบลงด้วยความเข้าใจผิดซึ่งไม่อาจเรียกคืน และทิ้งบาดแผลไว้กับหญิงสาวที่เพียงต้องการหาเงินจ่ายค่าเทอม

แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดผ่านม่านเข้ามาภายในห้องพัก พราวนภาลืมตาขึ้นด้วยร่างกายหนักอึ้ง ความเจ็บปวดทำให้เหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำจนมือทั้งสองข้างสั่น

เมฆครามยังคงหลับอยู่ข้างกาย ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ใบหน้าขณะหลับดูสงบนิ่ง ราวกับไม่รู้เลยว่าตนได้ทำลายความไว้วางใจของใครคนหนึ่งไปแล้ว

พราวกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เธอรวบรวมแรงลุกขึ้น สวมเสื้อผ้าและเก็บข้าวของของตนให้เร็วที่สุด บนโต๊ะใกล้โซฟามีซองเงินค่าจ้างที่อรอนงค์ฝากพนักงานนำมาวางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

หญิงสาวหยิบซองนั้นขึ้นมามอง เงินข้างในเพียงพอสำหรับค่าเทอมที่เธอกังวลมาตลอด แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องแลกมา มือของเธอก็สั่นจนแทบถือไว้ไม่ไหว

พราววางซองเงินลงบนโต๊ะตามเดิม ถอดบัตรพนักงานชั่วคราววางทับไว้ แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มบนเตียงอีก

เช้าวันรุ่งขึ้น พราวจากไปโดยทิ้งเงินค่าจ้างทั้งหมดไว้บนโต๊ะ

ความผิดที่จำไม่ลืม

อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงปลุกเมฆครามให้ตื่นขึ้นในช่วงสาย ชายหนุ่มขมวดคิ้วและยกมือกดขมับ รู้สึกราวกับมีใครใช้ค้อนทุบอยู่ภายในศีรษะซ้ำ ๆ ลำคอแห้งผาก ส่วนร่างกายหนักอึ้งจนไม่อยากขยับ

เขาพยายามลืมตาท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่าน ก่อนพบว่าตนกำลังนอนอยู่ในห้องพักซึ่งไม่คุ้นเคย เพดานสีขาว โคมไฟข้างเตียง และกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ทำให้เขาต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะจำได้ว่าเมื่อคืนมาดื่มกับกลุ่มเพื่อนที่ไนต์คลับของโรงแรมแห่งนี้

ความทรงจำช่วงต้นของค่ำคืนยังพอหลงเหลืออยู่ เขาจำได้ว่าภาคินท้าให้ดวลเหล้า จำได้ว่าตนรับทุกแก้วเพราะไม่ต้องการถูกเพื่อนล้อ และยังจำหญิงสาวในชุดกระโปรงสีดำที่คอยรินน้ำให้เขา

พราวนภา

ชื่อของเธอผุดขึ้นมาในความคิดพร้อมใบหน้าอ่อนหวานและดวงตาที่มองเขาด้วยความระมัดระวัง เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในโต๊ะที่ไม่ได้พยายามเอาใจเขา ทั้งยังคอยเตือนให้หยุดดื่มหลายครั้ง

หลังจากนั้น ความทรงจำกลับขาดหายเป็นช่วง ๆ

เมฆครามจำได้เพียงภาพรางเลือนว่าเขาจับมือเธอไว้ จำเสียงพราวบอกให้ปล่อย และจำได้ว่าตนเรียกเธอว่านางฟ้า จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนถูกหมอกหนาทึบปกคลุม

ชายหนุ่มพลิกตัวหมายจะลุกขึ้น แต่สิ่งที่อยู่บนเตียงทำให้เขาชะงัก ผ้าห่มอีกด้านยับย่นและมีร่องรอยว่าคนเคยนอนอยู่ ทว่าเจ้าของร่องรอยนั้นไม่อยู่ภายในห้องแล้ว

เมฆครามก้มมองเสื้อผ้าของตนซึ่งถูกถอดทิ้งอย่างไม่เป็นระเบียบบนพื้น ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเริ่มก่อตัว เขารีบดึงผ้าห่มออกและมองสำรวจรอบเตียง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ตรงรอยเลือดจาง ๆ บนผ้าปูสีขาว

หัวใจของเขาร่วงวูบ

ภาพความทรงจำที่เลือนรางย้อนกลับเข้ามาเป็นเสี้ยว ๆ เสียงของพราวดังอยู่ในศีรษะ แม้จำถ้อยคำไม่ได้ทั้งหมด แต่เขารู้สึกได้ถึงการผลักไสและน้ำเสียงหวาดกลัวของเธอ

เมฆครามนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง ใบหน้าซีดเผือด ความปวดจากอาการเมาค้างแทบไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับความตกใจที่กำลังถาโถมเข้ามา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป