บทที่ 5 บทที่ 5
เขาไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะทำเรื่องเช่นนั้น แต่หลักฐานตรงหน้ากำลังบอกว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้เป็นเพียงความฝัน
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นซองสีขาวบนโต๊ะใกล้โซฟา ข้างบนมีบัตรพนักงานชั่วคราววางทับอยู่ เมฆครามรีบลุกขึ้นไปหยิบดู ด้านหน้าของซองเขียนว่า “ค่าจ้างคุณพราว” ลายมือของผู้เขียนไม่ใช่ลายมือของหญิงสาว ส่วนเงินสดด้านในยังอยู่ครบทุกบาท
เขากำซองไว้แน่น ความรู้สึกผิดยิ่งทวีขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก หากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นไปด้วยความยินยอม พราวคงไม่จากไปโดยไม่บอกกล่าว และไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทิ้งเงินค่าจ้างซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มารับงาน
เมฆครามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบสายที่ไม่ได้รับจากฐากูลหลายสาย แต่แทนที่จะโทรกลับหาเพื่อน เขากลับกดหมายเลขประชาสัมพันธ์ของโรงแรม
“ผมพักอยู่ห้องหนึ่งแปดศูนย์หก ต้องการพบผู้จัดการเดี๋ยวนี้”
หลังวางสาย ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำและเปิดน้ำล้างหน้า หวังว่าความเย็นจะช่วยเรียกสติและความทรงจำกลับคืนมา แต่ยิ่งพยายามคิด เขากลับยิ่งเห็นเพียงใบหน้าหวาดกลัวของพราว
เธอบอกให้เขาปล่อย
เขาจำประโยคนั้นได้แล้ว
มือทั้งสองข้างของเมฆครามกำขอบอ่างล้างหน้าแน่น ชายหนุ่มจ้องมองตัวเองผ่านกระจก ใบหน้าที่เคยสุขุมและมั่นใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน สิ่งที่เขากระทำไม่อาจลบล้างได้ด้วยคำว่าเมา และไม่อาจผลักความผิดให้เครื่องดื่มหรือคนที่ชวนดวลได้
แก้วทุกใบเป็นสิ่งที่เขาเลือกดื่มเอง เขารู้ขีดจำกัดของตน แต่กลับยอมให้ทิฐิและความคึกคะนองทำลายการควบคุมตัวเอง
ที่สำคัญที่สุด พราวไม่เคยยินยอม
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมฆครามรีบสวมเสื้อคลุมของโรงแรมก่อนออกไปเปิด ผู้จัดการชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมพนักงานหญิงซึ่งเคยช่วยพาเขาขึ้นมาส่งเมื่อคืน
“คุณเมฆครามเรียกพบผมหรือครับ”
“เมื่อคืนใครพาผมขึ้นมาที่ห้อง”
ผู้จัดการหันไปมองพนักงานหญิง เธอมีสีหน้ากังวลก่อนตอบ “ดิฉันกับคุณพราวช่วยกันพาขึ้นมาค่ะ ตอนนั้นคุณเมามากและเดินเองไม่ไหว”
“แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงอยู่กับผมตามลำพัง”
พนักงานหน้าเสีย “ตอนนั้นด้านล่างเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทค่ะ รถพยาบาลก็มาถึงพอดี ดิฉันถูกเรียกให้ลงไปช่วย เลยบอกว่าจะส่งพนักงานคนอื่นขึ้นมา แต่เกิดความวุ่นวายจนไม่มีใครขึ้นมาทันที”
“คุณทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งไว้กับผู้ชายที่เมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้หรือ”
“ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันเห็นว่าคุณแทบไม่มีแรงเดินและคิดว่าเธอจะออกมาตามหลัง ดิฉันไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
เมฆครามหลับตาลง เขาอยากโกรธใครสักคน อยากโยนความผิดให้พนักงานที่ทิ้งพราวไว้หรือเพื่อนซึ่งชวนดื่ม แต่ความจริงคือไม่มีใครควบคุมร่างกายของเขานอกจากตัวเขาเอง
“กล้องวงจรปิดหน้าห้องมีหรือเปล่า”
“มีครับ” ผู้จัดการรีบตอบ “แต่ภายในห้องไม่มีเพื่อความเป็นส่วนตัว”
“ผมต้องการภาพตั้งแต่ตอนที่ผมขึ้นมาจนถึงตอนที่เธอออกไป ส่งสำเนาให้ผมและเก็บต้นฉบับไว้ ห้ามลบไม่ว่าด้วยเหตุผลใด”
ผู้จัดการมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย “เกิดเหตุอะไรขึ้นหรือครับ”
เมฆครามมองรอยเลือดบนเตียง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “อาจมีเหตุที่ผมต้องรับผิดชอบ”
เขาไม่ได้สั่งให้พนักงานปิดเรื่องหรือทำลายหลักฐาน ทั้งยังขอข้อมูลของบริษัทที่จัดหาคนมาร่วมงานเมื่อคืน ผู้จัดการไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพราวได้ แต่ให้หมายเลขติดต่อของผู้ประสานงานชื่ออรอนงค์
หลังทั้งสองออกจากห้อง เมฆครามจึงโทรกลับหาฐากูล เพื่อนสนิทรับสายแทบจะทันที
“ในที่สุดนายก็ตื่น ฉันโทรหาตั้งหลายครั้ง เป็นอย่างไรบ้าง”
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันต้องไปโรงพยาบาล แม่ฉันอาการทรุดกะทันหัน ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ฉันฝากพนักงานพานายขึ้นไปพัก มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
เมฆครามมองซองเงินในมือ “ผู้หญิงที่นั่งข้างฉันขึ้นมาบนห้องด้วย”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ “หมายความว่าอย่างไร”
“ฉันจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ทั้งหมด แต่มีรอยเลือดอยู่บนเตียง เธอทิ้งเงินค่าจ้างไว้แล้วหายไป”
“เดี๋ยวนะคราม นายกำลังจะบอกว่าเมื่อคืนพวกนายมีอะไรกันหรือ”
คำถามนั้นทำให้เมฆครามกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “ฉันไม่รู้ว่าควรเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะฉันจำได้ว่าเธอบอกให้ปล่อย”
ฐากูลเงียบไปนาน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายต้องตามหาเธอให้เจอ”
“ฉันกำลังทำอยู่”
“ถ้าเธอต้องการแจ้งความ นายจะทำอย่างไร”
เมฆครามมองเงาของตนบนกระจก “ฉันจะไม่ขัดขวางและไม่ใช้ใครช่วยปิดเรื่อง ฉันทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบ”
“ฉันจะกลับไปหาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง นายอยู่ดูแลแม่นายเถอะ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉัน”
“แต่ถ้าฉันไม่ท้านายดื่ม”
“นายไม่ได้บังคับให้ฉันดื่ม และนายไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอ อย่าพยายามรับความผิดแทนฉัน”
เมฆครามวางสายแล้วกดหมายเลขของอรอนงค์ หัวใจเขาเต้นแรงขณะรอฟังเสียงเรียก ไม่นานนักปลายสายก็มีคนรับ
“สวัสดีค่ะ อรอนงค์พูดค่ะ”
“ผมเมฆคราม ผู้ชายที่อยู่ห้องรับรองเมื่อคืน ผมต้องการติดต่อคุณพราว”
ปลายสายเงียบไปทันที ก่อนน้ำเสียงของอรอนงค์จะเปลี่ยนเป็นเย็นชา “คุณต้องการติดต่อเธอทำไมคะ”
“เมื่อคืนเกิดเรื่องบางอย่าง ผมต้องการพบเธอและรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบแบบไหนคะ จ่ายเงินเพิ่มแล้วให้เธอลืมทุกอย่างหรือ”
“ไม่ใช่แบบนั้น ผมอยากขอโทษและอยากรู้ว่าเธอปลอดภัยหรือเปล่า ถ้าเธอต้องการไปโรงพยาบาล ต้องการทนาย หรือต้องการดำเนินการอะไรกับผม ผมพร้อมยอมรับทั้งหมด”
อรอนงค์เงียบไปอีกครั้ง ความจริงจังในน้ำเสียงของเขาทำให้เธอชะงัก แต่ความโกรธที่มีต่อเหตุการณ์เมื่อคืนยังไม่ลดลง
“คุณจำได้หรือคะว่าทำอะไรลงไป”
“ไม่ทั้งหมด แต่ผมจำได้ว่าเธอปฏิเสธ”
“ถ้าจำได้เพียงเท่านั้น คุณก็ควรรู้แล้วว่าความเมาไม่ใช่ข้อแก้ตัว”
