บทที่ 7 บทที่ 7
“ทำไมรีบย้ายล่ะ เหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะจบการศึกษา”
“หนูได้ที่พักใหม่แล้วค่ะ อยู่ใกล้ที่ทำงานกว่า”
พราวโกหกทั้งที่ยังไม่มีที่ไป เธอรู้ว่าเมฆครามอาจตามหาจากข้อมูลของมหาวิทยาลัย และหากเขารู้ว่าเธอพักอยู่ที่ใด ชีวิตของเธอคงไม่มีวันกลับสู่ความสงบ
หญิงสาวทยอยเก็บเสื้อผ้าและตำราใส่กล่อง เธอลบหมายเลขโทรศัพท์ของคนที่รู้จักจากงานคืนนั้นทั้งหมด ยกเลิกบัญชีสื่อออนไลน์ที่ใช้ชื่อจริง และเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ใหม่ แม้กระทั่งเพื่อนในชั้นเรียน เธอก็บอกเพียงว่าจะย้ายไปพักกับญาติชั่วคราว
อรอนงค์พยายามโทรมาหลายครั้งก่อนพราวจะเปลี่ยนหมายเลข เธอรับสายเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อบอกลา
“พราวจะไม่รับงานแบบนั้นอีกแล้วนะคะ”
“พี่รู้ พี่ขอโทษที่ทิ้งพราวไว้ตรงนั้น”
“ไม่ใช่ความผิดของพี่ค่ะ ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่อง”
“ผู้ชายคนนั้นติดต่อพี่มา เขาบอกว่าอยากขอโทษและพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง”
มือของพราวกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “พราวไม่ต้องการเจอเขา”
“พี่ไม่ได้บังคับ แต่เขาฝากเบอร์ส่วนตัวไว้ ถ้าวันหนึ่งพราวต้องการดำเนินคดีหรือเรียกร้องอะไร”
“ลบไปเถอะค่ะ”
“พราวคิดให้ดีก่อนนะ อย่างน้อยควรเก็บไว้เป็นหลักฐาน”
“พราวไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการคำขอโทษ และไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก พี่อรอย่าบอกเขานะคะว่าพราวเรียนอยู่ที่ไหนหรือย้ายไปอยู่ที่ใด”
อรอนงค์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนรับปาก “พี่จะไม่บอก ถ้านี่คือสิ่งที่พราวต้องการ”
“ขอบคุณค่ะ แล้วก็อย่าติดต่อพราวอีกเลยนะคะ พราวอยากลืมทุกอย่าง”
“ถ้าวันไหนมีปัญหา โทรหาพี่ได้เสมอนะ”
พราวไม่ตอบ เธอกดวางสายก่อนถอดซิมโทรศัพท์ออกและหักทิ้งด้วยมือที่สั่นเทา การตัดขาดจากอรอนงค์อาจดูใจร้าย แต่เธอกลัวว่าเมฆครามจะใช้หญิงสาวเป็นทางผ่านมาตามหา
สามวันต่อมา พราวย้ายออกจากหอพักโดยนำของติดตัวไปเพียงกระเป๋าเสื้อผ้ากับหนังสือเรียนไม่กี่เล่ม เธอเช่าห้องเล็ก ๆ ในชุมชนซึ่งอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกือบหนึ่งชั่วโมง ค่าเช่าถูกกว่าที่เดิม และเจ้าของห้องไม่ถามประวัติมากนัก
นทีตามไปถึงหอพักเก่าหลังจากนั้นเพียงสองวัน แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าพราวนภาคนที่เขาตามหาได้ย้ายออกไปแล้ว และไม่ทิ้งที่อยู่ใหม่ไว้ เมื่อไปสอบถามมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ก็ปฏิเสธให้ข้อมูลเพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษา
“พบเพียงข้อมูลว่าเธอยังมีสถานะเป็นนักศึกษาและกำลังจะสอบปลายภาคครับ แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ยอมให้ตารางสอบหรือข้อมูลติดต่อ”
เมฆครามฟังรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อย่าไปรอที่มหาวิทยาลัย ถ้าเธอเห็นคนของเราตามอยู่ อาจคิดว่าเราต้องการทำร้าย”
“แล้วจะให้ผมทำอย่างไรต่อครับ”
“ตรวจจากที่ทำงานพิเศษเก่าของเธอ แต่ห้ามเข้าไปกดดันใคร”
นทีรับคำและออกจากห้องทำงาน เมฆครามหยิบต่างหูเม็ดเล็กออกมาจากลิ้นชัก มันเป็นต่างหูที่พนักงานโรงแรมพบตกอยู่ข้างเตียงหลังจากวันนั้น เขาเก็บไว้โดยหวังว่าจะได้คืนให้เจ้าของพร้อมคำขอโทษด้วยตนเอง
ทว่าเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ร่องรอยของพราวกลับยิ่งเลือนหาย เธอลาออกจากร้านกาแฟ เลิกขายสินค้าออนไลน์ และไม่มีเพื่อนคนใดรู้ที่อยู่ใหม่ คนที่เคยพบเธอต่างบอกเพียงว่าพราวเป็นนักศึกษาขยันทำงาน แต่ค่อนข้างเก็บตัวและไม่ค่อยเล่าเรื่องครอบครัว
ทางด้านพราวพยายามทุ่มสมาธิให้กับการอ่านหนังสือสอบ แม้สภาพจิตใจจะยังไม่ดีขึ้น เธอสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้งและไม่กล้าอยู่ในลิฟต์กับผู้ชายตามลำพัง แต่หญิงสาวบอกตนเองซ้ำ ๆ ว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะจบลง เมื่อเรียนจบ เธอจะหางานไกลจากที่นี่และเริ่มต้นชีวิตใหม่
ทว่าร่างกายของเธอกลับเริ่มผิดปกติ พราวรู้สึกอ่อนเพลียกว่าปกติ กินอาหารได้น้อย และมักคลื่นไส้ในตอนเช้า เธอคิดว่าเป็นผลจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอจึงไม่ได้ใส่ใจ
วันสอบวิชาสุดท้าย พราวเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า เธอแทบไม่ได้กินอาหารเพราะทันทีที่ได้กลิ่นข้าวผัดจากร้านหน้าหอสอบก็รู้สึกคลื่นไส้จนต้องรีบเดินหนี
“พราว หน้าซีดมากเลย ไหวหรือเปล่า” เพื่อนร่วมชั้นถามด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อคืนอ่านหนังสือดึกไปหน่อย เราไม่เป็นไร”
“ไปห้องพยาบาลก่อนไหม”
“ขอสอบให้เสร็จก่อน เหลือวิชาสุดท้ายแล้ว”
พราวฝืนยิ้มและเดินเข้าไปนั่งประจำที่ เมื่อข้อสอบถูกแจก เธอพยายามอ่านคำถามแต่ตัวหนังสือบนกระดาษกลับพร่าเลือน เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เสียงรอบตัวค่อย ๆ เบาลงราวกับดังมาจากสถานที่ห่างไกล
หญิงสาววางปากกาและพยายามยกมือเรียกอาจารย์คุมสอบ แต่ยังไม่ทันส่งเสียง ร่างของเธอก็เอนล้มลงจากเก้าอี้ ท่ามกลางเสียงตกใจของคนทั้งห้อง
พราวรู้สึกตัวอีกครั้งบนเตียงของโรงพยาบาล กลิ่นยาฆ่าเชื้อทำให้เธอขมวดคิ้ว เพื่อนร่วมชั้นนั่งอยู่ข้างเตียง ส่วนแพทย์หญิงถือแฟ้มผลตรวจยืนอยู่ไม่ไกล
“รู้สึกอย่างไรบ้างคะ”
“ยังมึนหัวนิดหน่อยค่ะ ฉันเป็นอะไรหรือคะ”
“ร่างกายอ่อนเพลียและมีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยค่ะ เราตรวจเลือดเพิ่มเติมเพราะคุณแจ้งว่าประจำเดือนขาด”
พราวนิ่งไป หัวใจเริ่มเต้นแรงเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าประจำเดือนของตนไม่มาเกือบสองเดือนแล้ว เธอมัวแต่กังวลเรื่องสอบและพยายามลืมเหตุการณ์ในคืนนั้นจนไม่ได้สังเกตความผิดปกติของร่างกาย
แพทย์หญิงนั่งลงข้างเตียงและมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนแจ้งผลตรวจด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“คุณพราวนภาตั้งครรภ์ค่ะ อายุครรภ์ประมาณเจ็ดสัปดาห์”
ชีวิตที่ต้องเลือก
“คุณพราวนภาตั้งครรภ์ค่ะ อายุครรภ์ประมาณเจ็ดสัปดาห์”
คำพูดของแพทย์หญิงดังก้องอยู่ในศีรษะ พราวนภานอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบจนต้องกำชายผ้าห่มเอาไว้แน่น
เจ็ดสัปดาห์
ช่วงเวลานั้นตรงกับคืนที่เธอพยายามลืมมาตลอดพอดี ไม่มีทางเป็นเหตุการณ์อื่น เพราะเมฆครามคือผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่เคยล่วงล้ำเข้ามาในชีวิตของเธอ
“คุณหมอแน่ใจหรือคะ”
น้ำเสียงของพราวสั่นจนแทบไม่ได้ยิน แม้ผลตรวจจะชัดเจน แต่ส่วนหนึ่งในใจก็ยังหวังว่าจะเกิดความผิดพลาด
แพทย์หญิงเปิดแฟ้มผลตรวจให้ดู “ผลเลือดยืนยันค่ะ แต่เพื่อความแน่นอน หมอแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์เพิ่มเติม จะได้ดูตำแหน่งของการตั้งครรภ์และประเมินอายุครรภ์อย่างละเอียด”
พราวส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว “มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิคะ”
แพทย์หญิงเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ ไม่เร่งรัดและไม่แสดงท่าทีตัดสิน “คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอะไรตอนนี้ก็ได้ค่ะ พักให้ร่างกายดีขึ้นก่อน แล้วค่อยปรึกษาคนที่ไว้ใจได้”
