บทที่ 8 บทที่ 8
ขวัญตา เพื่อนร่วมชั้นซึ่งตามมาส่งพราวที่โรงพยาบาล มองเพื่อนด้วยความตกใจ เธอรู้จักพราวมาหลายปีและไม่เคยเห็นอีกฝ่ายคบหากับผู้ชายคนใด แต่ยังเก็บความสงสัยไว้โดยไม่ถามต่อหน้าแพทย์
พราวยกมือเช็ดน้ำตา “ฉันขออยู่คนเดียวได้ไหมคะ”
ขวัญตาชะงัก “ให้เราอยู่เป็นเพื่อนเถอะ พราวเพิ่งเป็นลมไปนะ”
“เราขอร้อง ขอเวลาอยู่คนเดียวสักพัก”
น้ำเสียงอ่อนแรงของพราวทำให้ขวัญตาไม่กล้าฝืน เธอรับกระเป๋าจากพยาบาลไปวางไว้ข้างเตียง ก่อนเดินออกไปพร้อมแพทย์หญิงและรับปากว่าจะรออยู่ด้านนอก
ทันทีที่ประตูปิดลง ความเข้มแข็งซึ่งพราวพยายามรักษาไว้ก็พังทลาย เธอยกมือปิดใบหน้าและร้องไห้อย่างไม่อาจควบคุม
ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปทั้งหมด
เธอยังเรียนไม่จบ ไม่มีงานประจำ และเหลือเงินติดบัญชีเพียงไม่กี่ร้อยบาท ห้องพักที่เช่าอยู่เป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ในชุมชนเก่า แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่แน่ใจว่าจะมีเงินจ่ายค่าเช่าเดือนต่อไปหรือไม่ แล้วจะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร
ใบหน้าของเมฆครามผุดขึ้นมาในความคิด เขาอาจเป็นประธานบริษัทใหญ่ มีบ้านหลังโตและเงินมากพอจะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้ในพริบตา แต่ความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นมีเพียงความหวาดกลัว
พราวไม่รู้จักแม้แต่นามสกุลของเขา ไม่รู้ว่าบริษัทของเขาชื่ออะไร และไม่รู้ว่าหลังสร่างเมา เขายังจำได้หรือไม่ว่าเคยทำอะไรกับเธอ บางทีสำหรับเมฆคราม คืนนั้นอาจเป็นเพียงคืนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาแล้วจบลง ส่วนเธอกลับต้องรับผลของมันไปตลอดชีวิต
หญิงสาวมองกระเป๋าที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ออกมา หมายเลขของอรอนงค์ไม่ได้ถูกบันทึกอยู่ในเครื่อง แต่เธอยังจำได้ทุกตัวเลข หากโทรออกไป อรอนงค์ย่อมติดต่อเมฆครามให้ได้
นิ้วเรียวกดหมายเลขไปทีละตัว เมื่อเหลือเพียงปุ่มโทรออก เธอกลับหยุดนิ่ง
หากเขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์ เขาจะทำอย่างไร
เขาอาจให้เงินแล้วขอให้เธอกำจัดเด็กเพราะกลัวเรื่องนี้ทำลายชื่อเสียง หรืออาจใช้อำนาจบังคับให้เธอทำตามความต้องการของเขา ต่อให้ยอมรับเด็ก ผู้ชายที่มีฐานะอย่างเมฆครามก็อาจพรากลูกไปจากเธอได้ง่ายดาย
พราวลบตัวเลขทั้งหมดออกจากหน้าจอ เธอยังไม่พร้อมกลับไปเผชิญหน้ากับเขา และไม่ต้องการผูกชีวิตของลูกไว้กับผู้ชายซึ่งไม่เคยรู้จักกันจริง ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขวัญตาเปิดเข้ามาเมื่อได้รับอนุญาต เธอถือถุงอาหารกับขวดน้ำมาวางบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงข้างเตียงอย่างเงียบ ๆ
“กินอะไรหน่อยนะ หมอบอกว่าพราวไม่ได้กินอาหารตั้งแต่เช้า”
“เรากินไม่ลง”
“อย่างนั้นดื่มน้ำก่อนก็ได้”
พราวรับขวดน้ำมาถือไว้แต่ไม่ได้เปิด ขวัญตามองใบหน้าซีดเซียวของเพื่อนและตัดสินใจถามอย่างระมัดระวัง
“พ่อของเด็กคือใคร”
พราวก้มหน้าลง “เราไม่อยากพูดถึงเขา”
“เขารู้เรื่องหรือยัง”
“ยังไม่รู้ และเราจะไม่บอก”
“พราว เรื่องนี้ใหญ่มากนะ อย่างน้อยเขาก็ควรรับผิดชอบ”
คำว่ารับผิดชอบทำให้พราวหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความรับผิดชอบจากคนที่เธอไม่ต้องการพบหน้า จะช่วยลบความหวาดกลัวหรือเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
“เราไม่ต้องการอะไรจากเขา”
“แต่เด็กก็เป็นลูกของเขาเหมือนกัน”
“เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเด็กคนนี้อยู่ บางทีเขาอาจจำเราไม่ได้แล้วก็ได้”
ขวัญตาสังเกตเห็นมือของพราวสั่น จึงไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเพื่อนกับชายคนนั้น เธอเพียงเอื้อมมือไปกุมมือพราวไว้
“แล้วพราวจะทำอย่างไรต่อ”
คำถามนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปอีกครั้ง สิ่งที่อยู่ในครรภ์ยังเล็กจนเธอไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว แต่การมีอยู่ของเด็กได้รับการยืนยันแล้ว
พราวไม่เคยคิดว่าจะมีลูกในวัยนี้ เธอเคยวางแผนว่าจะเรียนให้จบ หางานที่มั่นคง ปลดหนี้ค่ารักษาพยาบาลให้มารดา แล้วค่อยสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่รักและให้เกียรติกัน
แผนทุกอย่างพังลงภายในคืนเดียว
“เราไม่รู้”
“ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เราจะไม่ตัดสินพราวนะ แต่พราวต้องคิดถึงตัวเองด้วย”
พราวยกมือแตะหน้าท้องซึ่งยังแบนราบ เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกในเวลานี้คืออะไร มีทั้งความตกใจ ความกลัว ความโกรธ และความสับสนปะปนกันจนแยกไม่ออก
“เด็กไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
ขวัญตากระชับมือเพื่อนแน่นขึ้น “ใช่ เด็กไม่ผิด และพราวก็ไม่ผิดเหมือนกัน”
พราวเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นน้ำตา ประโยคนั้นเป็นสิ่งที่เธออยากได้ยินมาตลอดหลายสัปดาห์ เธอเคยโทษตัวเองที่รับงานในคืนนั้น เคยคิดว่าหากไม่ต้องการเงินมากจนยอมเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น เรื่องทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น
แต่การไปรับงานไม่ได้หมายความว่าเธอยินยอมให้ใครทำเกินขอบเขต การขาดแคลนเงินไม่ควรกลายเป็นความผิด และเด็กในครรภ์ยิ่งไม่ควรต้องรับผลจากการกระทำของผู้ใหญ่
แพทย์หญิงกลับเข้ามาตรวจอีกครั้งหลังพราวหยุดร้องไห้ เธออธิบายว่าหญิงสาวมีเวลาคิดและสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจภายใต้ความตื่นตระหนก
“ถ้าฉันเก็บเด็กไว้ ต้องทำอะไรบ้างคะ”
แพทย์หญิงมองเธออย่างเข้าใจ “เราจะตรวจอัลตราซาวนด์ก่อนค่ะ หากการตั้งครรภ์เป็นปกติ หมอจะให้วิตามินและนัดฝากครรภ์ คุณต้องพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์”
“ค่าใช้จ่ายจะมากไหมล่ะคะ”
“คุณสามารถใช้สิทธิ์การรักษาที่มีอยู่ได้ค่ะ พยาบาลจะช่วยตรวจสอบให้ หากมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย โรงพยาบาลมีนักสังคมสงเคราะห์ให้คำปรึกษา”
พราวพยักหน้ารับทุกคำด้วยความตั้งใจ ก่อนถูกพาไปตรวจอัลตราซาวนด์ ภาพบนหน้าจอยังมีเพียงถุงการตั้งครรภ์เล็ก ๆ ซึ่งคนทั่วไปแทบมองไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่สำหรับเธอ มันคือหลักฐานว่ามีอีกหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตอยู่ภายในร่างกาย
แพทย์เลื่อนเครื่องตรวจอย่างระมัดระวังก่อนชี้ให้ดู “ตำแหน่งการตั้งครรภ์อยู่ในมดลูกค่ะ อายุครรภ์สอดคล้องกับผลเลือด ตอนนี้ยังเร็วอยู่ ต้องนัดตรวจซ้ำอีกประมาณสองสัปดาห์”
พราวจ้องภาพขาวดำบนหน้าจอโดยไม่กะพริบตา น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ความรู้สึกแตกต่างจากตอนที่เพิ่งทราบข่าว มันไม่ใช่เพียงความหวาดกลัว หากยังมีบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบายได้เกิดขึ้นในหัวใจ
สิ่งเล็ก ๆ ตรงหน้าไม่รู้เรื่องราวในอดีต ไม่รู้ว่าตนเกิดจากคืนที่แม่ไม่ต้องการจดจำ และไม่รู้ว่าโลกภายนอกกำลังรอรับด้วยความยากลำบากเพียงใด
