บทที่ 9 บทที่ 9

เด็กคนนี้เพียงต้องการโอกาสมีชีวิต

หลังเสร็จสิ้นการตรวจ พราวกลับมานั่งรอรับยาที่หน้าห้องตรวจ ขวัญตายังอยู่ข้างกายและช่วยฟังคำแนะนำจากพยาบาลทุกอย่าง

“คืนนี้ไปพักกับเราไหม” ขวัญตาเสนอ “ห้องพราวอยู่ไกล เราไม่อยากให้กลับคนเดียว”

“ไม่เป็นไร เรากลับได้”

“อย่าดื้อสิ ถ้าเป็นลมอีกจะทำอย่างไร”

พราวหันไปมองเพื่อน “ขอบคุณนะ แต่เราไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“เราเป็นเพื่อนกัน ความช่วยเหลือไม่ใช่ความเดือดร้อน”

คำพูดของขวัญตาทำให้พราวรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แม้โลกของเธอจะไม่ได้เหลือเพียงความโดดเดี่ยวทั้งหมด แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าไม่มีใครสามารถช่วยรับผิดชอบชีวิตของเด็กคนนี้แทนเธอได้

ขวัญตาอาจอยู่ข้างเธอในวันนี้ แต่วันข้างหน้าเพื่อนก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง มารดาของพราวมีสุขภาพไม่แข็งแรงและยังต้องพึ่งเงินที่เธอส่งกลับไปให้ทุกเดือน หากรู้ว่าลูกสาวตั้งครรภ์โดยไม่มีสามี คงทั้งตกใจและเสียใจ

พราวจึงยังไม่กล้าบอกครอบครัว เธอตั้งใจรอให้สอบเสร็จและหางานได้ก่อน อย่างน้อยหากมีรายได้ประจำ เธอจะสามารถยืนยันกับมารดาว่าตนดูแลเด็กได้

ส่วนเมฆครามจะไม่มีวันได้รับรู้เรื่องนี้

เมื่อออกจากโรงพยาบาล ขวัญตาพาพราวกลับไปยังห้องเช่าและช่วยจัดอาหารใส่ตู้เย็น ก่อนกำชับให้โทรหาทันทีหากมีอาการผิดปกติ หลังเพื่อนกลับไปแล้ว ห้องเล็ก ๆ จึงเหลือเพียงความเงียบอีกครั้ง

พราววางยาและสมุดฝากครรภ์ชั่วคราวลงบนโต๊ะ เธอเปิดกระเป๋าสตางค์ดูเงินที่เหลือ ก่อนหยิบสมุดจดมาคำนวณค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ไปจนถึงค่าตรวจครรภ์ในครั้งต่อไป

ตัวเลขปลายทางทำให้หญิงสาวต้องสูดหายใจลึก เธอจำเป็นต้องหางานทันทีหลังสอบวิชาที่ขาดไปให้เรียบร้อย งานใดสุจริตและไม่เป็นอันตราย เธอพร้อมทำทั้งหมด

พราวคิดจะโทรหามารดาหลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับเก็บโทรศัพท์ลง เธอยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าอย่างไรและไม่ต้องการให้แม่ซึ่งกำลังรักษาตัวต้องเป็นห่วง

คืนนั้นหญิงสาวนอนอยู่บนฟูกบางภายในห้องมืด เสียงรถจากถนนด้านนอกดังเข้ามาเป็นระยะ เธอหลับตาแต่ไม่อาจข่มความคิดให้สงบได้ ภาพชีวิตข้างหน้าผุดขึ้นมามากมาย ทั้งวันที่ท้องโต วันที่ต้องไปทำงานคนเดียว และวันที่เด็กคลอดออกมาโดยไม่มีพ่อยืนรออยู่หน้าห้อง

ความกลัวทำให้น้ำตาไหลลงมาตามหางตา แต่คราวนี้พราวไม่ปล่อยให้ตนเองร้องไห้อยู่นาน เธอลุกขึ้นเปิดโคมไฟ หยิบภาพอัลตราซาวนด์ออกมาจากซองและนั่งมองอยู่อย่างนั้น

เด็กคนนี้อาจเข้ามาในวันที่ชีวิตของเธอยังไม่พร้อมที่สุด แต่ไม่ใช่ความผิดของเขา พราวไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนอดีตได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเลือกว่าจะเดินต่อไปอย่างไร

หญิงสาววางภาพอัลตราซาวนด์ไว้ข้างหมอน ก่อนนำมือแตะหน้าท้องอย่างแผ่วเบา แม้ยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใด แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ตามลำพังอีกแล้ว

“แม่ยังไม่รู้ว่าเราจะผ่านทุกอย่างไปได้อย่างไร แต่แม่จะไม่ทิ้งหนู”

พราวสูดหายใจลึกและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า การตัดสินใจครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตลำบากกว่าที่เคยวางแผนไว้หลายเท่า แต่เธอยอมเหนื่อย ยอมเริ่มต้นใหม่ และยอมต่อสู้กับทุกอย่างเพื่อปกป้องชีวิตที่ไม่รู้เรื่องราวใด ๆ

มือเล็กลูบหน้าท้องเบา ๆ ก่อนเอ่ยคำสัญญาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น

“ต่อให้เหลือกันแค่สองคน แม่ก็จะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด”

การตามหาที่ไร้ร่องรอย

เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน แต่การตามหาพราวนภายังคงไม่มีความคืบหน้า

เอกสารหลายชุดถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะทำงานของเมฆคราม ทั้งรายชื่อมหาวิทยาลัย รายชื่อร้านอาหารและร้านกาแฟที่เคยรับนักศึกษาทำงานพิเศษ ไปจนถึงข้อมูลหอพักในละแวกใกล้เคียง ทุกอย่างผ่านการตรวจสอบโดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่มีเส้นทางใดนำไปถึงหญิงสาวที่เขาต้องการพบ

เมฆครามเลื่อนสายตาอ่านรายงานฉบับล่าสุด ก่อนวางมันลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ร้านกาแฟยืนยันว่าเธอเคยทำงานที่นั่นจริงหรือ”

“ครับ” นทีตอบ “คุณพราวนภาเริ่มทำงานช่วงปีสามและลาออกหลังคืนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน ผู้จัดการร้านบอกว่าเธอแจ้งกะทันหัน ไม่ได้รับเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย และไม่ได้กลับไปรับของที่ฝากไว้ด้วยครับ”

“มีใครรู้ไหมว่าเธอย้ายไปทำงานที่ไหน”

“ไม่มีครับ เพื่อนร่วมงานบอกเพียงว่าเธอต้องการตั้งใจอ่านหนังสือสอบและอาจกลับต่างจังหวัดหลังเรียนจบ”

เมฆครามขมวดคิ้ว “อาจกลับต่างจังหวัด หมายความว่ายังไม่มีใครรู้แน่ชัด”

“ใช่ครับ”

“มหาวิทยาลัยล่ะ”

“ยังยืนยันว่าเธอเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ไม่เปิดเผยตารางเรียน ตารางสอบ หรือที่อยู่ใหม่ให้บุคคลภายนอก ฝ่ายทะเบียนให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลครับ”

เมฆครามพยักหน้ารับ แม้ผิดหวัง แต่ไม่ได้สั่งให้นทีใช้อำนาจหรือเส้นสายบีบบังคับมหาวิทยาลัย เขารู้ดีว่าหากได้ข้อมูลมาด้วยวิธีนั้น การกระทำของเขาคงไม่ต่างจากการรุกล้ำชีวิตพราวซ้ำอีกครั้ง

“อย่าติดต่อมหาวิทยาลัยเรื่องนี้อีก”

“แล้วเราจะตามต่อจากทางไหนครับ”

“ตรวจดูสถานที่ทำงานพิเศษในละแวกเดิม เธอต้องใช้เงินและน่าจะหางานใหม่ แต่ห้ามเอารูปไปติดประกาศ ห้ามให้คนไปเฝ้าหน้ามหาวิทยาลัย แล้วก็ห้ามตามเพื่อนของเธอไปถึงบ้าน”

นทีลังเลก่อนถาม “ถ้าพบตัวเธอจริง ๆ คุณครามจะทำอย่างไรครับ”

คำถามนั้นทำให้เจ้าของห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เมฆครามเคยคิดว่าหากพบพราว เขาจะเข้าไปขอโทษและเสนอความช่วยเหลือทั้งหมดที่มี แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เขายิ่งเข้าใจว่าการปรากฏตัวของตนอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ

“นายไม่ต้องเข้าไปพูดกับเธอ แค่กลับมาบอกฉันว่าปลอดภัยก็พอ”

“ไม่ให้ขอข้อมูลติดต่อหรือครับ”

“ถ้าเธอไม่ยินยอมก็ไม่ต้องขอ”

นทีมองเจ้านายอย่างประหลาดใจ เมฆครามเป็นคนเคยชินกับการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว หากต้องการข้อมูลใด เขามักหาวิธีได้เสมอ แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มกลับวางข้อจำกัดให้ตัวเองทุกด้าน

“ผมจะระวังครับ”

เลขานุการหนุ่มเก็บรายงานแล้วออกจากห้องไป เมฆครามเอนหลังพิงเก้าอี้และหลับตาลง เขาไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มาตลอดหลายสัปดาห์ ทุกคืนภาพเหตุการณ์ในโรงแรมจะย้อนกลับมา แม้จะยังจำไม่ได้ทั้งหมด แต่เพียงเสียงปฏิเสธของพราวก็เพียงพอให้รู้ว่าตนทำผิดร้ายแรงเพียงใด

หลังเกิดเหตุ เขาเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อนหลายคนคิดว่าเป็นเพียงความรู้สึกผิดชั่วคราว แต่เมฆครามไม่เคยอธิบาย การไม่ดื่มไม่ได้ทำให้ความผิดหายไป ทว่ามันเป็นกฎที่เขาตั้งไว้เพื่อไม่ให้ตนสูญเสียการควบคุมอีก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนฐากูลจะเปิดเข้ามา ชายหนุ่มถือถุงอาหารกลางวันมาวางบนโต๊ะ สีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นเพื่อนยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่เช้า

“นายยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม”

“ฉันไม่หิวค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป