บทที่ 10 ตอนที่10
เสียงกริ่งจักรยานกรุ้งกริ๊งๆ ที่ดังมาจากถนนหน้าบ้านพัก ทำให้คนที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านต้องหันไปมอง ก่อนเธอจะเปิดยิ้มกว้างโชว์ความสดใสเมื่อเห็นว่าเป็นใคร และคนปั่นจักรยานมาพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดีก็เป็นฝ่ายเอ่ยดังมาก่อนตัวเสียอีก
“อาหารเช้ามาเสิร์ฟแล้วค่า...”
“หูย...มาเสิร์ฟเช้าไปไหมคะป้าศรี”
“ไม่ได้สิคะ เดี๋ยวคุณรบจะเฉ่งป้าเอา”
หลังจากจอดจักรยานเสร็จ คนพูดก็หิ้วปิ่นโตขึ้นมาวางเอาไว้ให้เธอบนโต๊ะตรงระเบียง เหมือนที่ทำมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ก่อนจะล้วงเอาแบงก์สีเทาห้าใบจากในกระเป๋าเสื้อยื่นมาให้เธอพร้อมกับเอ่ยบอก
“คุณรบไม่เอาค่ะ”
มันคือเงินค่าหมอและค่าอาหารสามมื้อตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งหฤทัยฝากไปให้เจ้านายของป้าสมศรี ก็ในเมื่อได้กระเป๋าคืนมาแล้ว เธอก็ควรกดเงินไปคืนเขาไม่ใช่หรือ นี่เธอก็อุตส่าห์รีบไปกดเงินสดที่มีตู้กดเงินบริการอยู่ตรงหน้ารีสอร์ตนี่เองเพื่อจะเอามาคืนให้เขา แต่เขาก็ไม่เอา หฤทัยจึงรับเงินจากป้าสมศรีเอามายัดใส่กระเป๋ากางเกงพลางทำหน้ามุ่ยๆ
“ป้าบอกแล้วว่าคุณรบใจดี เงินแค่นี้คุณรบไม่เอาหรอกค่ะ”
“แต่ยุ่งรู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้นะคะ ไม่อยากติดค้างใคร”
“ก็สลับกันสิคะ หนูยุ่งก็หาข้าวหาน้ำไปเสิร์ฟให้คุณรบบ้าง ช่วงนี้ยิ่งงานยุ่งๆ อยู่ด้วย ไม่รู้ว่ากินข้าวกินน้ำเป็นเวลาหรือเปล่า”
หฤทัยฉีกยิ้มแป้นตาเป็นประกายสุกใสขึ้นมาทันที ความคิดป้าสมศรีนี่ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน พี่ไม่เอาใช่ไหม เดี๋ยวน้องจะจัดให้
“แล้ว...ตอนนี้คุณรบของป้าอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
“เมื่อกี้ก่อนป้าจะออกมาหาหนู เห็นนั่งรถออกไปกับวิศวกรที่มาสร้างโรงแรม น่าจะอยู่ที่ไซต์งานนะคะ”
“เอ่อ...ยุ่งขอยืมจักรยานของป้าศรีหน่อยได้ไหมคะ”
จากรีสอร์ตไปโรงแรมที่กำลังก่อสร้างนั่นระยะทางก็หลายกิโลเมตรอยู่ คาดว่าถ้าเดินไปคงมีขาลากกันบ้างละ เธอจึงจำต้องใช้ตัวช่วย ความจริงก็มีรถตู้ของทางรีสอร์ตคอยบริการสำหรับลูกค้าที่จะไปในตัวเมืองขับผ่านอยู่เหมือนกัน แต่จะไปและกลับเป็นเวลา คิดว่าเธอยืมจักรยานป้าสมศรีปั่นไปน่าจะสะดวกกว่า
“ได้สิคะ เดี๋ยวสักสิบเอ็ดโมงป้าก็ออกกะแล้ว หนูเอาไปใช้ได้เลย แต่มันเก่าแล้ว โซ่มันจะหลวมหน่อย ปั่นไปก็ระวังด้วยนะคะ”
“ขอบคุณนะคะป้าศรี”
หฤทัยขอบคุณเสียงหวานพร้อมกับคลี่ยิ้มจนตาหยีดีใจ
“ป้าจะจอดทิ้งเอาไว้ให้แถวหน้าล็อบบีนะคะ หนูแวะไปเอาแล้วกัน”
หญิงสาวก็ได้แต่แย้มยิ้มปริ่มเปรมอยู่ดังเดิม และมองตามหลังร่างอวบที่ก้าวลงจากบันไดไปขึ้นรถจักรยานแล้วปั่นออกไปจากหน้าบ้านพัก แถมยังไม่ลืมหันมาโบกมือให้เธอทิ้งท้ายอีกด้วย
สิบเอ็ดโมงครึ่ง คนที่กำลังอธิบายงานให้วิศวกรรุ่นน้องอยู่ข้างโรงแรมที่กำลังก่อสร้างก็ต้องเงยหน้าจากแบบแปลนในมือ เมื่อได้ยินเสียงกริ่งจักรยานดังรัวๆ มาแต่ไกล พอหันไปมองก็เห็นร่างเล็กปั่นจักรยานมาจอดลงตรงข้างทางใกล้ๆ กับที่เขายืนอยู่ พลางโปรยยิ้มสดใสแจกไปทั่วบริเวณ ไอแดดในยามใกล้เที่ยงทำเอาแก้มนวลแดงเรื่อไปหมดทั้งสองข้าง ทว่ามันกลับน่ามองมาก ทำให้หนุ่มๆ ที่ยืนอยู่แถวนั้นเหลียวมองกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่หนุ่มหน้ามนคนที่กำลังยืนคุยงานอยู่กับนักรบยังเปรยขึ้นมาอย่างยั้งปากเอาไว้ไม่อยู่
“เด็กที่ไหนวะพี่รบ น่ารักสุดๆ ผมจีบได้ไหมพี่”
เตโช หนุ่มรุ่นน้องที่เรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน ซึ่งเป็นวิศวกรที่นักรบดึงตัวมาช่วยงานเอ่ยถามพร้อมกับจ้องเด็กที่ว่าตาวาววับอย่างหมายมาด
“มึงอยากกินตีนกูเป็นมื้อเที่ยงไหมไอ้เต้”
ทว่าเจอรุ่นพี่ที่เคารพเบรกซะเกือบหัวทิ่ม
“แหม...เด็กลูกพี่ก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องโหดใส่น้องเลย ว่าแต่หน้าอ่อนๆ แบบนั้นน้องเขาถึงสิบแปดหรือยังล่ะ คุกนะโว้ย! ไอ้พี่รบ เดี๋ยวจะหาว่าไอ้เต้ไม่เตือน”
“มึงไปพักก่อนไป กูขอเบรกห้านาที”
