บทที่ 12 ตอนที่12

“เมื่อช่วงบ่ายตอนเอากาแฟมาให้ผม เห็นบอกว่าจะปั่นจักรยานไปดูชาวบ้านปลูกผักออร์แกนิคที่เชิงเขา เอ...ไม่รู้ว่ากลับมาหรือยังนะครับ แต่ค่ำมืดป่านนี้น่าจะกลับมาแล้ว อยู่ที่บ้านพักหรือเปล่าครับคุณรบ”

ถ้าเธออยู่ที่บ้านพักเขาคงไม่มาถามหาอยู่นี่หรอก ก็เพราะบ้านพักของสาวเจ้ายังปิดไฟมืดสนิท และล็อกกุญแจหน้าบ้านเอาไว้อย่างดี แสดงว่าเธอยังไม่ได้เข้าบ้าน นั่นทำให้เขาต้องขับรถออกมาที่ล็อบบีอีกครั้ง กะจะมาถามป้าสมศรี แต่นางก็ไม่อยู่ เขาก็เลยเดินมาถามนายเปลวผู้เป็นสามีอยู่นี่ไง บอกตัวเองว่าไม่ได้ร้อนใจ ไม่ได้เป็นห่วง แต่ทำไมใจมันกระวนกระวายจนอยู่เฉยไม่ได้ก็ไม่รู้

“ผมขอยืมมอเตอร์ไซค์ของลุงเปลวหน่อยได้ไหมครับ”

“อ้อ ได้ครับ คุณรบเอาไปใช้ได้เลย ”

นายเปลวรีบล้วงกุญแจรถจากกระเป๋ากางเกงส่งให้ ขณะที่นักรบก็รับมาแล้วก้าวไปควบมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างป้อมยาม

“มันแก่แล้ว จะเกเรนิดหนึ่งนะครับคุณรบ สตาร์ตติดยากหน่อย”

ไม่ต้องบอกนักรบก็รู้ เพราะชายหนุ่มสตาร์ตอยู่สี่รอบมอเตอร์ไซค์ยุคบุกเบิกนั่นถึงติด มันเป็นมอเตอร์ไซค์แบบผู้ชายที่มีตัวถังน้ำมันอยู่ข้างหน้า ดูจากรุ่นแล้วน่าจะผ่านการใช้งานมาไม่ต่ำกว่าสามสิบปี แต่เขาคิดว่ามันก็น่าจะดีกว่าขับรถแลนด์โรเวอร์ของตัวเองไป เนื่องจากทางไปสวนผักที่เชิงเขามันมีทางลัดที่สามารถไปได้ไวกว่าถนนสายหลัก หากเส้นทางมันแคบซึ่งจักรยานกับมอเตอร์ไซค์เท่านั้นที่ไปได้

เส้นทางไปสวนผักที่เชิงเขามันไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักรบ เขาเคยสำรวจพื้นที่มาแล้ว ก่อนที่จะสร้างรีสอร์ตกับโรงแรมที่นี่ ชายหนุ่มชำนาญเส้นทางดี และสวนผักออร์แกนิคนั่นก็เป็นหนึ่งในโปรแกรมของทางโรงแรมกับรีสอร์ตที่มีให้ลูกค้าเลือกไปท่องเที่ยวและทำกิจกรรม อย่างเช่นเก็บผัก ปลูกผัก และเรียนรู้เกี่ยวกับพืชผักปลอดสารพิษ ซึ่งจะมีเจ้าของสวนผักเป็นวิทยากรคอยแนะนำเมื่อทางรีสอร์ตเสนอโปรแกรมไป และผลผลิตของสวนผักก็ส่งเข้าโรงครัวที่รีสอร์ตเขาวงกตเป็นหลักเช่นกัน ถือว่าเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านแถวนี้อีกทางหนึ่ง

และสวนผักอยู่ห่างจากรีสอร์ตไม่มาก ไม่เกินห้ากิโลเมตร ถ้าขับรถสี่ล้อหรือมอเตอร์ไซค์ใช้เวลาแค่สิบห้านาทีก็ถึงที่หมาย แต่ปั่นจักรยานไปนี่น่าจะเล่นเอาเมื่อยขาอยู่เหมือนกัน นับว่าแม่ตัวยุ่งนั่นอึดใช่ย่อยที่ปั่นจักรยานไปถึงโน่นได้ และที่ชายหนุ่มอยู่เฉยไม่ได้ก็คือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ถึงยังไม่กลับที่พัก

นักรบเลี้ยวมอเตอร์ไซค์เข้าไปจอดหน้าบ้านไม้หลังเล็กใต้ถุนสูงหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านพักของคนเฝ้าสวนผักออร์แกนิค คือนายมั่นกับนางแจ่ม ส่วนเจ้าของสวนตัวจริงชื่อชัยเดชจะกลับไปพักกับครอบครัวที่บ้านในเมือง แค่เห็นจักรยานที่จอดอยู่ใกล้ๆ กับบันไดแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าคนที่ตามหาอยู่ที่ไหน

“อ้าว! คุณรบ มาซะมืดเลย ขึ้นบ้านมาก่อนค่ะ แต่ตามั่นไม่อยู่หรอกนะคะ เอาผักไปส่งที่ในเมืองกับคุณชัยตั้งแต่เย็น คืนนี้น่าจะค้างบ้านคุณชัยที่ในเมือง”

เจ้าบ้านที่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์แล้วมาชะเง้อมองตรงประตูบ้านเอ่ยทักทายลงมาก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ทางด้านนักรบไม่ได้ตอบว่าอย่างไร ชายหนุ่มถอดรองเท้าผ้าใบแล้วก้าวขึ้นบันไดไปช้าๆ

คนที่นั่งพับเพียบอยู่กลางบ้านถึงกับฉีกยิ้มกว้างตาพราวระยับอย่างดีใจเมื่อหันมาเห็นร่างใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์เก่าๆ ที่ก้าวพ้นบันไดบ้านขึ้นมา

ทว่าหฤทัยก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นยิ้มแหยๆ เพราะเขาไม่เหลือบแลมามองเธอแม้แต่หางตา กลับหันไปเอ่ยกับนางแจ่มที่กำลังเดินไปตักน้ำใส่ขันเพื่อเอามาเสิร์ฟให้แขกหนุ่มแทน

“ผมจะมาบอกตามั่นว่าวันมะรืนให้ไปส่งผักที่โรงครัวเช้าหน่อย และสองเท่าของที่เคยส่ง พอดีจะมีกรุ๊ปทัวร์มาลงน่ะครับ”

“อ้อ เรื่องนั้นคุณชัยกำชับตามั่นเอาไว้แล้วค่ะ หัวหน้าพ่อครัวโทร.มาคุยกับคุณชัยแล้วนี่คะ เขาไม่แจ้งคุณรบเหรอคะ”

“ครับ”

ชายหนุ่มรับคำสั้นๆ เบาๆ จะแปลว่ารับทราบหรือตอบสิ่งที่นางถามก็ได้ และนางแจ่มก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร รีบเอ่ยเชื้อเชิญแขกแทน

“นั่งก่อนค่ะ กำลังกินมื้อเย็นกันอยู่พอดีเลย คุณรบกินด้วยกันนะคะ”

“ครับ”

ตอบรับง่ายดายแล้วทรุดนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้กระดานใกล้ๆ กับร่างเล็กที่กำลังนั่งพับเพียบกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อนางแจ่มลุกเข้าไปในครัวเพื่อไปตักข้าวเปล่าอีกจานเอามาเสิร์ฟให้แขก เสียงทุ้มถึงเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่เบาๆ

“สวนผักเขาไม่ได้เปิดให้เที่ยวตอนกลางคืนหรอกนะ”

นักรบพูดน้ำเสียงเรียบๆ ฟังปกติ เพราะเขาไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปต่อว่าเธอ แม้แต่ความร้อนรนในอกยังไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกมาให้ใครเห็นได้

“โซ่จักรยานมันขาด ยุ่งปั่นกลับไม่ได้น่ะค่ะ ดีที่เจอป้าแจ่ม ไม่งั้นยุ่งคงเป็นปุ๋ยอยู่แถวนี้แน่ๆ เลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป