บทที่ 14 ตอนที่14
สองหนุ่มสาวนั่งพิงข้างฝาที่เป็นไม้กระดานถูกตีเป็นผนังเอาไว้ลวกๆ อยู่บนบ้านหลังน้อย คนหนึ่งนั่งชันเข่าเอาไว้หนึ่งข้างสบายๆ ส่วนอีกคนนั่งพับเพียบเรียบร้อยแต่แอบเกร็งไปทั้งตัว จะชวนเขาคุย หน้าตาพี่ท่านก็เฉยซะจนหญิงสาวไม่กล้าเอ่ยปาก
ในขณะที่นางแจ่มพอนักรบบอกว่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์หมดจะขอค้างที่นี่สักคืน นางก็อึ้งๆ เล็กน้อย เพราะบ้านหลังนี้มันไม่มีห้องหับเอาไว้รับรองแขก มีแค่ห้องที่นางกับสามีใช้เป็นที่หลับที่นอนแค่ห้องเดียวเท่านั้น เกรงว่าชายหนุ่มจะไม่สะดวก แต่นักรบก็บอกไม่เป็นไร เขานอนได้ และฝากให้หฤทัยเข้าไปนอนกับนางในห้อง นั่นแหละนางถึงรีบกุลีกุจอเข้าไปค้นอะไรในห้องนอน ปล่อยให้แขกนั่งกันอยู่สองคน
สักพักเจ้าบ้านก็กลับออกมาพร้อมกับหอบผ้ากองโตติดอ้อมแขนมาด้วย นางแจ่มมาทรุดนั่งตรงหน้าสองหนุ่มสาว แล้วเลือกเอาผ้าขาวม้ากับกางเกงขาก๊วยที่เป็นของสามีวางไว้ให้นักรบ
“ของตามั่น คุณรบใช้ผลัดเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อนนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“ส่วนนี่ของหนูยุ่ง ชุดของป้าเอง มันอาจจะหลวมๆ หน่อย แต่ก็น่าจะใส่นอนสบายกว่าเสื้อแขนยาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่หนูใส่อยู่ มีผ้าถุงอีกผืนเอาไว้ใส่อาบน้ำนะคะ”
หฤทัยอุบอิบขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้เจ้าบ้านสูงวัย แล้วรับผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าที่นางแจ่มยื่นมาให้เอามาวางกองไว้บนตัก
“อ้อ แล้วนี่แปรงสีฟันอันใหม่ แบ่งกันคนละอันนะคะ ลงไปอาบน้ำกันก่อนได้เลยค่ะ เมื่อตอนหัวค่ำป้ารองน้ำใส่ตุ่มเอาไว้เต็มทุกตุ่มแล้ว ตามสบายนะคะ เดี๋ยวป้าจะจัดที่นอนกับกางมุ้งเอาไว้ให้”
นักรบไม่ตอบว่าอย่างไร ได้แต่พยักหน้าน้อยๆ พลางรับแปรงสีฟันอันใหม่ในแพ็กเกจราคาถูกๆ ที่เจ้าบ้านยื่นมาให้เอามาถือไว้ในมือ ก่อนชายหนุ่มจะรวบเอากองผ้าที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วลุกก้าวลงบันไดบ้านไปเงียบๆ นางแจ่มจึงหันมาเอ่ยกับอีกคนบ้าง
“ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วหนูยุ่งก็เข้าไปนอนกับป้าที่ในห้องนะคะ มันไม่มีเตียง ไม่มีที่นอนนุ่มๆ หรอกค่ะ มีแต่ฟูกนอนเก่าๆ บางๆ คืนนี้ก็ทนหลังแข็งสักคืนนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะป้าแจ่ม ยุ่งนอนได้”
หฤทัยตอบพลางแย้มยิ้มละไมส่งให้เจ้าบ้านผู้อารี ก่อนจะหอบผ้าที่กองอยู่บนตักแล้วลุกก้าวลงบันไดบ้านตามร่างใหญ่ไปช้าๆ
ร่างเล็กมาชะงักยืนขาแข็งอยู่แค่เชิงบันได เพราะคนลงมาก่อนเขากำลังผลัดผ้าอยู่ตรงแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน กระทั่งเหลือผ้าขาวม้าพันท่อนล่างอยู่ผืนเดียว โชว์กล้ามแขน กล้ามท้อง ที่ไร้ไขมันส่วนเกินและคงจะแน่นน่าดูนั้นให้คนมาเห็นโดยบังเอิญได้ยลจะจะเต็มสองตา เล่นเอาคนไม่เคยเห็นเนื้อหนังมังสาของผู้ชายตัวเป็นๆ มาก่อนต้องลอบกลืนน้ำลายไปหลายอึก พอเขาหันมาเห็นเธอจึงเอ่ยบอกพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปยังห้องน้ำ
“เข้าไปอาบก่อนไป”
บอกเสร็จร่างใหญ่ก็ทรุดนั่งบนแคร่ แล้วควานหาบุหรี่กับไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมาจุดสูบอยู่เงียบๆ หฤทัยจึงเดินช้าๆ อ้อมไปด้านหนังของเขา จัดการวางเสื้อผ้าที่หอบติดมือมาด้วยเอาไว้บนแคร่อีกฝั่ง ก่อนหยิบผ้าถุงมาสวมแล้วค่อยๆ เปลื้องผ้าออกจากกายทีละชิ้น ขณะที่สายตาก็จ้องคนที่กำลังนั่งหันหลังสูบบุหรี่อยู่ไม่วางตา หากเขาก็นิ่งมาก แทบไม่ขยับส่วนใดในร่างกาย มีแค่มือข้างที่คีบบุหรี่เท่านั้นที่ขยับยกขึ้นอัดควันเข้าปอดอยู่เป็นระยะ
พอถอดเสื้อผ้าจนเหลือแค่ผ้าถุงติดกาย หฤทัยก็ห่อไหล่สะท้านน้อยๆ เนื่องจากใส่แต่ผ้าถุงแบบนี้มันก็จะโล่งๆ นิดหนึ่ง ไม่สิ ไม่นิดละ โล่งจนเธอรู้สึกถึงความเย็นที่ตีแผ่ขึ้นมาจากปลายเท้าไปถึงทรวงอกเลยทีเดียว ก่อนเธอจะแกะเอาแปรงสีฟันออกมาหนึ่งอัน แล้ววางอีกอันเอาไว้ให้เขาที่เดิม จากนั้นถึงเดินไปยังห้องน้ำที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากใต้ถุนบ้านเล็กน้อย
จะเรียกว่าห้องน้ำก็ไม่น่าจะใช่ซะทีเดียว เพราะมันมีแค่ฟากไม้ไผ่ตีโอบล้อมเอาไว้ทั้งสี่ด้านแค่นั้น พื้นก็เป็นไม้ฟากปูเอาไว้หยาบๆ อีกเหมือนกัน หลังคาเปิดโล่ง และมีประตูที่ทำจากฟากเช่นกันปิดงับเอาไว้ง่ายๆ ไม่มีกลอนหรือที่ล็อกใดๆ ทั้งสิ้น นี่แหละที่เขาเรียกว่าอาบน้ำใต้แสงจันทร์อย่างแท้จริง และใช้เฉพาะอาบน้ำจริงๆ เพราะภายในห้องอาบน้ำมีแค่ตุ่มอยู่ห้าใบ มีสบู่และหลอดยาสีฟันวางเอาไว้บนฝาตุ่มแค่นั้น ส่วนห้องสุขาจะแยกไปอยู่อีกฝั่ง ซึ่งไกลจากตัวบ้านพอสมควร
ในห้องอาบน้ำมันค่อนข้างมืด เพราะไม่มีหลอดไฟให้ความสว่าง บ้านหลังนี้ใช้เครื่องปั่นไฟจึงจำต้องประหยัดไฟโดยการเปิดแค่หลอดไฟวัตต์ต่ำแค่ข้างบนบ้านหนึ่งดวง และใต้ถุนบ้านอีกหนึ่งดวงแค่นั้น ห้องอาบน้ำเวลานี้จึงมีแค่ไฟจากใต้ถุนบ้านที่ส่องเล็ดลอดเข้ามาให้ความสว่างเพียงสลัวๆ หญิงสาวรูดยางรัดผมออกจากพวงผมที่ผูกเป็นหางม้าเอาไว้ แล้วรวบขมวดผมเก็บเอาไว้กลางศีรษะด้วยยางรัดผมเส้นเดิม ก่อนจะลงมือแปรงฟันเป็นอันดับแรก เสร็จแล้วถึงเริ่มอาบน้ำ พร้อมกับฮัมเพลงในลำคอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเงียบสงัดที่ค่อนข้างป่วนประสาทให้เธอมโนไปในทิศทางลี้ลับนั้น ทว่าหฤทัยราดน้ำไปได้สามขันก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากผนังฟากด้านหนึ่ง
ต๊อก...ต๊อก ต๊อกๆ ต๊อกแก
