บทที่ 6 ตอนที่6

โชคดีที่ไอ้คนย่องเบามันยังเข้าบ้านไม่ได้ เมื่อนักรบไปถึงมันกำลังงัดบานหน้าต่างฝั่งที่อยู่ติดกับระเบียง พอมันหันมาเห็นคนที่จู่ๆ ก็วิ่งพรวดพราดขึ้นบันไดมาก็เบิกตาเหลือกแล้วรีบลนลานกระโจนลงจากระเบียงไม่คิดชีวิต หากนักรบไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้ ชายหนุ่มกระโดดระเบียงตามไปติดๆ และกระชากคอเสื้อด้านหลังของมันเอาไว้ได้ตรงสนามหญ้าข้างบ้าน แล้วจัดการเหวี่ยงร่างผอมๆ ลงไปกับพื้นเต็มแรง ก่อนตามลงไปใช้เข่ากระแทกแผ่นหลังของมันกดเอาไว้กับพื้น ขณะที่สองมือก็ล็อกแขนทั้งสองข้างของมันไพล่หลัง จนร่างที่โดนล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาร้องโอดโอยเสียงหลง

“โอ๊ยยย! ยอมแล้ว ผมยอมแล้ว”

เสียงร้องดังลั่นนั้นทำให้คนที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องรีบเปิดประตูวิ่งเขย่งๆ ออกมาชะโงกหน้าดูแถวระเบียงหน้าบ้านพัก เมื่อเห็นคนที่เพิ่งมากินข้าวด้วยเมื่อตอนหัวค่ำกำลังกระชากผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมาจากพื้น และเขายังล็อกแขนผู้ชายคนนั้นเอาไว้แน่น หฤทัยจึงตะโกนถามหน้าตาตื่น

“พี่คะ เกิดอะไรขึ้น”

“เข้าไปโทรศัพท์ในบ้าน ตามยามมาที่นี่ด่วนเลย เร็วเข้า”

แทนที่จะตอบคำถาม เขากลับตะโกนสั่งมาแทน หฤทัยก็รีบเข้าบ้านไปโทรศัพท์ตามยามอย่างไม่รีรอ ก็เห็นๆ กันอยู่จากท่าทางขึ้งเคียดของเขาและแขกไม่ได้รับเชิญยามวิกาลที่เธอไม่คุ้นหน้าว่าคงมีเรื่องไม่สู้ดีนัก เธอก็ไม่รู้จะอิดออดไปทำไม หฤทัยโทร.ไปที่ป้อมยามตามเบอร์ที่มีอยู่ในหนังสือคู่มือแนะนำบ้านพัก และพอวางหูจากป้อมยามไม่ถึงห้านาที พนักงานรักษาความปลอดภัยสามนายในเครื่องแบบครบชุดก็นั่งรถกอล์ฟของรีสอร์ตมาถึงหน้าบ้านพักรวดเร็วทันใจ

“เอามันไปที่ล็อบบี เปิดห้องให้มันด้วย เดี๋ยวฉันตามไป”

คำสั่งนั้นไม่ได้หมายถึงเปิดห้องให้โจรพักฟรีหรอกนะ ที่ล็อบบีคือศูนย์กลางของรีสอร์ตใครจะเข้าจะออกต้องติดต่อที่ล็อบบีก่อน ซึ่งอยู่โซนด้านหน้าของรีสอร์ต และที่นั่นจะมีห้องเอาไว้ชำระความ ไม่ว่าคนงานของรีสอร์ตหรือพนักงานของโรงแรมที่อยู่ในอาณาเขตของเขาวงกตถ้าทำผิดจะถูกสอบสวนที่นั่น และบรรดายามจะรู้กันดีจึงไม่จำเป็นต้องเปิดปากถามอะไร ต่างก้มหน้ารับคำแข็งขัน ก่อนยามสองนายจะเข้ามาล็อกแขนไอ้โจรตีนแมวแทนนักรบ ส่วนอีกคนก็ไปทำหน้าที่ขับรถกอล์ฟ แล้วขับเคลื่อนรถไฟฟ้าคันยาวนั้นออกไปจากหน้าบ้านพัก

นักรบหันมามองคนที่มาหยุดยืนหน้าตาตื่นอยู่ด้านหลัง ดวงตาคมกริบไล่กวาดลงมาตามเสื้อยืดที่เธอใส่นอนอยู่ชั่วครู่ มันก็ไม่ได้บางมาก แต่เสื้อยืดแขนสั้นเนื้อนิ่มแบบนี้ไม่เหมาะที่จะใส่ออกไปข้างนอกในตอนกลางคืนที่อากาศค่อนข้างเย็นเช่นนี้ เขาจึงเอ่ยบอก หรือจะเรียกว่าสั่งก็ได้

“ขึ้นไปหาเสื้อคลุมมาใส่ ปิดบ้านให้เรียบร้อย แล้วลงมารอผมอยู่ที่หน้าบ้าน”

“ปะ...ไปไหนคะ”

หฤทัยยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเขาก็ไม่บอกว่าจะพาไปไหน เธอจึงยังไม่ยอมขยับไปทำตามที่เขาบอก

“หรือจะรออยู่ตรงนี้ ถ้าโจรมันยกโขยงมาอีกรอบ ก็ร้องให้ดังๆ แล้วกัน แต่ไม่รับประกันว่าจะมีใครมาช่วย”

กระตุกต่อมขวัญผวาของเธอเสร็จเขาก็ไม่รอดูผลงานของตัวเอง พาหน้าตาเรียบนิ่งก้าวกลับไปยังบ้านพักไม่หันกลับมาแลข้างหลังอีกเลย

หากคราวนี้คนงงรีบแจ้นขึ้นบ้านไปว่องไว ถึงแม้ขาที่เจ็บจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยนัก แต่เธอก็พยายามทำอะไรให้ไวๆ เข้าไว้ หฤทัยรีบเข้าไปค้นหาเสื้อคลุมในกระเป๋าเสื้อผ้าอย่างด่วนจี๋ และคว้าเสื้อแขนยาวสีแดงแบบมีฮูดคอมาสวมลวกๆ ส่วนกางเกงมันเป็นผ้ายืดขายาวอยู่แล้วก็พอกล้อมแกล้มใส่ออกไปข้างนอกได้อยู่ จากนั้นก็ปิดประตูบ้านพักจนเรียบร้อย แล้วถึงลากแตะลงไปยืนรอหน้าบ้านตามคำสั่งของคนหน้านิ่งนั่น รออยู่แค่อึดใจเดียวรถเอสยูวีสีดำก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้า เธอจึงรีบเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของรถเชื้อเชิญ

รถคันโตมาจอดที่หน้าเรือนไทยชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่เปิดโล่งทั้งสามด้านในเวลาไม่ถึงห้านาที ซึ่งเป็นล็อบบีใช้เป็นสถานที่ด่านแรกเพื่อต้อนรับลูกค้าของทั้งรีสอร์ตและโรงแรมในเขาวงกต มีแค่บริเวณด้านหลังที่แบ่งเป็นห้องอยู่หลายสิบห้อง หฤทัยเดาว่าน่าจะเป็นห้องทำงานของเหล่าพนักงานและผู้บริหารของอาณาจักรแห่งนี้ ขณะนี้เธอมีหน้าที่แค่เดินตามคนตัวใหญ่ต้อยๆ เท่านั้น

หฤทัยพยายามเดินไม่กะเผลกมากเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของใคร และดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอยังเดินไม่ถนัดเขาจึงก้าวช้าๆ นักรบยังอยู่ในชุดเดิมคือเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงผ้ายืดสีเทาใส่สบายๆ รองเท้าผ้าใบถึงจะแบรนด์นอกแต่ก็สีมัวหมองเหลือเกิน หัวก็ยุ่งน้อยๆ เพราะเจ้าตัวชอบเสยลวกๆ อยู่บ่อยๆ เวลามีปอยผมมาปรกหน้า ลุคเหมือนพ่อบ้านเพิ่งตื่นนอนแล้วรีบไปซื้อกับข้าวที่ตลาดสดให้เมียประมาณนั้น แต่ร่างสูงๆ บวกกับอกผายไหล่ผึ่ง และหน้าตาคมสันอย่างหนุ่มลูกครึ่งนั้นช่วยเอาไว้ได้เยอะ เปลี่ยนพ่อบ้านให้กลายเป็นนายแบบมาดเซอร์ได้ชนิดไม่ขัดลูกตาเลยทีเดียว หญิงสาวลอบมองแผ่นหลังกว้างพลางอมยิ้มน้อยๆ แอบขำความคิดของตัวเอง

ตอนนี้จวนจะห้าทุ่มเข้าไปแล้ว มันก็จะง่วงนอนอยู่หน่อยๆ หฤทัยปิดปากหาวอยู่หลายรอบ จนครั้งสุดท้ายคนเดินอยู่ข้างหน้าหันมาเห็น เขาจึงพาเธอแวะเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่เธอมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นห้องทำงานของใครสักคน เนื่องจากมีทั้งแฟ้มงานทั้งตู้เอกสารเต็มไปหมด และมีโมเดลจำลองขนาดใหญ่ของตึกที่กำลังก่อสร้างตั้งอยู่บนโต๊ะตรงกลางห้อง

“นั่งรออยู่ตรงนี้ ง่วงก็นอนรอได้ เดี๋ยวผมกลับมา”

ตรงนี้ของเขาที่บุ้ยใบ้บอกคือโซฟาสีน้ำตาลชุดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องด้านหนึ่งนั่นเอง

“แล้วพี่จะไปไหนคะ”

“เอาไว้จะกลับมาบอก”

บอกทิ้งท้ายแค่นั้นเขาก็ก้าวออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูกดล็อกให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ หฤทัยจึงหันมากวาดตามองห้องทำงานกว้างขวางนั้นแบบไม่จริงจังนักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะทรุดนั่งตรงโซฟายาวด้านหนึ่ง และยกขาทั้งสองข้างขึ้นมานั่งพับเพียบ เธอดึงหมวกฮูดติดเสื้อขึ้นมาคลุมศีรษะพลางเอนร่างซุกลงกับมุมโซฟา แล้วหลับตาลงเริ่มเข้าสู่นิทรารมณ์อย่างง่ายดาย เพราะปกติเธอนอนไม่เคยเกินห้าทุ่ม ถ้าเกินห้าทุ่มเมื่อไรตาจะปิดได้ตลอดเวลา

ผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อนักรบไขกุญแจเปิดประตูกลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้งก็เห็นแม่หนูน้อยหมวกแดงหลับปุ๋ยไปแล้ว ชายหนุ่มก้าวมาทรุดนั่งบนส้นเท้าตรงหน้าโซฟาที่คนบางคนกำลังซุกร่างหลับใหลอยู่ แล้วสะกิดแขนเรียกเบาๆ

“ยุ่ง...”

หากคนกำลังหลับสบายได้แต่ครางฮือฮาในลำคอแล้วนิ่งเงียบไปเช่นเดิม นักรบจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ในการปลุกใหม่ โดยใช้ปลายนิ้วเขี่ยขนตาเป็นแพนั้นแผ่วๆ ตอนแรกก็ตั้งใจแค่กะจะปลุกเฉยๆ ถ้าหากสายตามันจะไม่เลื่อนลงมาตามผิวแก้มนวลลออชวนให้พิสูจน์ความนุ่มนั้นช้าๆ และปลายนิ้วแข็งแรงก็ลากตามสายตาลงมาแผ่วเบา ก่อนดวงตาสีอ่อนจะมาหยุดจ้องปากอิ่มนิ่งอยู่นาน พร้อมเริ่มขยับปลายนิ้วคลึงกลีบปากแดงเรื่อที่กำลังเผยอน้อยๆ น่า....

บทก่อนหน้า
บทถัดไป