บทที่ 9 ตอนที่9

“ว้าย! เดี๋ยวตีตายเลย อย่าไปพูดให้คุณรบได้ยินเชียวนะคะ โดนเชือดแน่ๆ ป้าคอนเฟิร์มเลยว่าคุณรบน่ะแมนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะสมัยที่เริ่มสร้างที่นี่ใหม่ๆ ไม่ใช่อย่างนี้นะคะ เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นเลย เป็นเพลย์บอยตัวเอ้แก๊งเดียวกันกับคุณธีนั่นแหละ แต่มาปีกว่าๆ นี่เองที่คุณรบเปลี่ยนไปแทบเป็นคนละคน จากหนุ่มเจ้าสำราญกลายเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เขาว่าโดนผู้หญิงหักอกมาจากกรุงเทพฯ ค่ะ ถึงมาซุกตัวรักษาแผลใจอยู่ที่เขาวงกต แทบไม่กลับไปเหยียบที่กรุงเทพฯ อีกเลย ไม่รู้ว่าจริงไหมนะคะ ป้าก็ฟังนังพวกพนักงานต้อนรับแถวล็อบบีเมาธ์มอยกันมาอีกที รู้แล้วเหยียบเอาไว้เลยนะคะ เดี๋ยวป้าจะถูกคุณรบเชือดเอา”

หฤทัยอยากจะบอกเหลือเกินว่า ‘เจ็บมาเท่าไรแล้วกับคำว่ารู้แล้วเหยียบเอาไว้เลยนะ’ ของป้านั่นน่ะ หากเธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอะไรออกมา ป้าแม่บ้านก็ตบอกผ่าง แล้วโพล่งออกมาเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“อุ๊ยตาย! ป้าต้องไปก่อนละ พูดถึงคุณรบขึ้นมาป้าก็เพิ่งนึกขึ้นได้ วันนี้ถึงเวรต้องขึ้นไปทำความสะอาดบ้านพักให้คุณรบแล้วค่ะ ป้าไปก่อนนะหนู ป้าชื่อสมศรี เรียกป้าศรีก็ได้ มีอะไรโทร.ไปที่ล็อบบีแล้วถามหาได้เลย ส่วนมื้อกลางวันกับมื้อเย็นคุณรบสั่งเอาไว้แล้ว เดี๋ยวป้าจะเอามาให้นะคะ”

“ขอบคุณนะคะป้าศรี”

หฤทัยฉีกยิ้มกว้างอวดฟันขาวเรียงกันสวยตามหลังป้าสมศรีไป เห็นหุ่นจ้ำม่ำแบบนั้นทำอะไรคล่องและรวดเร็วมาก แป๊บเดียวปั่นจักรยานเห็นหลังอยู่ไวๆ โน้นแล้ว คิดว่านี่แหละคือแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยม เธอต้องตีซี้เอาไว้ก่อนละ คิดได้ดังนั้นหฤทัยก็หิ้วเอาปิ่นโตเดินเข้าบ้านไป พร้อมกับฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่ามองไปทางไหนก็รื่นรมย์ไปหมด          เธอเอาปิ่นโตมาวางบนโต๊ะหน้าทีวี กะจะกินมื้อเช้าตรงนี้พร้อมกับเปิดทีวีดูไปด้วยชิลๆ ทว่ายังไม่ทันจะได้เปิดโถปิ่นโต ดวงตาดำขลับก็สะดุดเข้ากับซองบุหรี่และไฟแช็กที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นซะก่อน เธอหยิบเอามาดูใกล้ๆ พลางพำพึมกับตัวเองอย่างสงสัย

“เอามาวางไว้ตั้งแต่เมื่อไร เมื่อคืนตอนเธอนั่งดูทีวีอยู่ตรงนี้ยังไม่มีนี่นา”

เดี๋ยวนะ แล้วเมื่อคืนเธอกลับมานอนที่บ้านพักได้อย่างไร จำได้ว่าเขาบอกให้รอในห้องที่ล็อบบี แล้วเธอก็หลับไม่รู้เรื่องอีกเลย และที่ยิ่งน่าตกใจก็คือ บนโซฟามีกองหมอนกับผ้าห่มวางพับอยู่ เธอเบิกตาโตแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เมื่อคืนนี้เขานอนที่นี่งั้นเหรอ หฤทัยยืนอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ เพราะไม่เข้าใจในการกระทำของผู้ชายตัวโตนั่นสักเท่าไร ก่อนเธอจะส่ายหัวทำใจให้ปลงๆ ก็คงมีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่จะพาเธอกลับมานอนที่บ้านพักได้ แล้วสภาพตอนเธอหลับเป็นอย่างไร โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย

สี่วันเต็มที่หฤทัยได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้านพัก มีทีวีเป็นเพื่อน มีหนังและซีรีส์ต่างประเทศในแท็บเล็ตคลายเหงา แผลตกสะเก็ดที่ขากับหัวเข่าหลุดหมดแล้ว เหลือแค่รอยแดงๆ ที่เธอต้องทายาอยู่ทุกเช้าทุกเย็นเพื่อให้แผลเป็นเจือจาง ส่วนแผลเย็บที่ต้นแขนก็เริ่มแห้งแล้วเช่นกัน อีกสักอาทิตย์คงตัดไหมได้ เมื่อเดินเหินได้ปกติเธอก็เริ่มออกไปเดินเล่นเพื่อออกกำลังแข้งขาแถวรอบๆ บ้านพักบ้าง จึงได้เพื่อนใหม่อย่างน้องๆ นักศึกษาที่อยู่บ้านพักหลังถัดไปมาคุยด้วยอยู่เป็นระยะ แต่เธอยังไปไหนไกลๆ ไม่ได้เพราะไม่มีเงินติดตัวสักบาท

หากหฤทัยก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีความสุขดีในการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบเรียบง่ายและสมถะ เนื่องจากที่พึ่งพาหนึ่งเดียวของเธอถึงแม้เขาจะหายหน้าไปเลยทั้งสี่วันเหมือนกัน แต่อาหารทุกมื้อทั้งเช้า กลางวัน เย็น ยังถูกส่งมาครบทุกมื้อ บอกให้รู้ว่าเขายังไม่ได้ทิ้งเธอไปไหน และเธอก็ได้รู้จากปากป้าสมศรีผู้ช่างฝอยว่าช่วงนี้เขางานยุ่ง ตึกที่กำลังสร้างมีบางจุดที่ต้องรื้อทำใหม่ กลางคืนประชุมทีมงาน กลางวันก็ลงมือทำงาน ชายหนุ่มแทบจะกินนอนในห้องทำงานกับที่ไซต์งานก่อสร้างเลยด้วยซ้ำ

สี่ทุ่มกว่าๆ หฤทัยก็ต้องเด้งตัวลุกจากโซฟาที่ใช้ซุกร่างนอนดูทีวีอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านพัก เธอเดินไปแง้มม่านหน้าต่างที่อยู่ชิดกับประตูดูก่อน เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ที่มายืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านปากอิ่มก็ผุดอมยิ้มพร้อมตาเป็นประกายวาววับ และเดินไปเปิดประตูอย่างไม่รอช้า พอเขาเห็นหน้าเธอก็ชูของในมือให้ดู หฤทัยเบิกตาโต ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ

“พี่เอามาได้ไงคะ”

เอ่ยถามพร้อมกับตะครุบกระเป๋าในมือของเขาเอามาเปิดดู บัตรทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย

“ไอ้โจรที่มันย่องขึ้นบ้านคืนนั้นไง มันพวกเดียวกันกับไอ้คนกระชากกระเป๋า คืนนั้นมันก็ตั้งใจจะมาเอารหัสกดเงิน แต่เงินสดที่อยู่ในกระเป๋าไม่มีแล้วนะ พวกมันเอาไปใช้หมดแล้ว”

“ได้กระเป๋าคืนก็ดีแล้วค่ะ ยุ่งห่วงแค่บัตรในนี้ ขี้เกียจไปทำใหม่ เงินสดน่ะให้เขาไปเถอะ เขาคงเดือดร้อน ไม่งั้นคงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก”

นักรบเลิกคิ้วมองหน้าคนพูดนิ่งๆ เขาละอยากรู้นักว่าแม่คุณโกรธใครเป็นบ้างหรือเปล่า

“ความจริงตำรวจเอามาให้ตั้งแต่สองวันที่แล้ว แต่ผมยุ่ง ไม่มีเวลาเอามาให้”

‘ใช้ให้ใครเอามาให้ก็ได้ไหม’

หฤทัยคิด แต่ปากน่ะขอบคุณเสียงหวานจ๋อยพร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย

“ขอบคุณนะคะ”

และจากชุดที่เขาใส่อยู่ดูขะมุกขะมอมไปทั้งตัว หัวก็ยุ่งซะ ทำให้หฤทัยอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“พี่เพิ่งกลับมาจากไซต์งานเหรอคะ กินข้าวยัง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป