บทที่ 6 งานเลี้ยงรุ่นจอมซุ่มซ่าม
บรรยากาศภายในหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก งานเลี้ยงต้อนรับและเชื่อมสัมพันธ์ประจำปีของมหาวิทยาลัยถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แสงไฟหลากสีสาดส่องไปทั่วทั้งงาน เสียงดนตรีสดคลอเคล้ากับเสียงหัวเราะและบทสนทนาของเหล่านักศึกษาที่กำลังร่วมฉลองช่วงเวลาสำคัญ
ทว่า... ในมุมหนึ่งใกล้ซุ้มเครื่องดื่ม
จันทร์กระจ่างฟ้ายืนมองผู้คนรอบตัวพลางปรับสายตาให้ชินกับแสงสลัว พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับบรรยากาศมากที่สุด
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอยังคงรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองอย่างเคร่งครัด
เธอหลบเลี่ยงทุกเส้นทางที่อัสวัสอาจเดินผ่าน
ไม่เข้าใกล้...
ไม่แอบมอง...
และไม่ปล่อยให้เขาต้องเห็นหน้าเธออีก
“ฟ้า ช่วยยกถาดน้ำพั้นช์ตรงนี้ไปส่งที่โต๊ะอาจารย์ฝั่งโน้นหน่อยได้ไหม พอดีทางนี้คนแน่นมากเลย”
รุ่นพี่ร่วมคณะเอ่ยขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้ารีบร้อน
“ได้ค่ะพี่” จันทร์กระจ่างฟ้ารับคำทันทีโดยไม่ลังเล
เธอประคองถาดเครื่องดื่มที่วางแก้วทรงสูงเรียงรายเต็มถาดไว้ด้วยความระมัดระวัง ก่อนค่อย ๆ เดินฝ่าผู้คนที่กำลังโยกตัวตามจังหวะดนตรี
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตั้งใจ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในพริบตา
ขณะที่เธอกำลังเลี้ยวผ่านมุมเสาใหญ่ นักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งกลับถอยหลังมาชนไหล่ของเธออย่างแรงโดยไม่ทันระวัง
ร่างเล็กเสียหลักทันที ถาดในมือเอียงวูบ
“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานเบา ๆ พร้อมกับการพยายามดึงถาดกลับมาทรงตัว
แต่ไม่ทันแล้ว...
แก้วน้ำพั้นช์ใบหนึ่งพลิกคว่ำ ลอยหลุดออกจากถาด ก่อนจะพุ่งไปกระแทกเข้ากับแผงอกของชายหนุ่มที่กำลังเดินสวนมาพอดี
ซ่า!
น้ำพั้นช์สีแดงสดไหลอาบเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาเป็นทางยาว
จันทร์กระจ่างฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบวางถาดลงบนโต๊ะใกล้ตัว ก่อนหันไปกล่าวขอโทษอย่างร้อนรน
“ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ ค่ะ พอดีมีคนชน พี่วัส!” เสียงของเธอขาดห้วงทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้น
ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของคนตรงหน้า หัวใจดวงน้อยร่วงวูบลงไปอยู่แทบปลายเท้า
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนชั่วขณะ
เพราะคนที่เธอทำเสื้อเปื้อนคืออัสวัส ผู้ชายที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดหลายสัปดาห์
อัสวัสก้มมองรอยเปื้อนบนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของตัวเอง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
แต่ต่างจากที่หญิงสาวหวาดกลัว ใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้แสดงความโกรธหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นอุบัติเหตุ” น้ำเสียงเรียบสุขุมของเขาทำให้จันทร์กระจ่างฟ้าค่อย ๆ คลายความกังวลลงเล็กน้อย
ที่สำคัญ... น้ำเสียงที่เขาพูดกับเธอช่างนุ่มนวล แตกต่างจากวันที่วิมุตตาเล่าให้ฟังอย่างสิ้นเชิง
“แต่เสื้อพี่วัสเปื้อนหมดเลย ให้ฟ้าช่วยเช็ดให้นะคะ”
หญิงสาวรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดออกจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้ด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ
แววตาหลังกรอบแว่นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างจริงใจ
เธอไม่ได้ฉวยโอกาสเข้าหา
ไม่ได้พยายามชวนคุย
มีเพียงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำเท่านั้น
อัสวัสรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาซับรอยเปื้อนบนอกเสื้อเบา ๆ
ระหว่างนั้น สายตาคมก็ลอบพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง
ผู้หญิงคนนี้เองสินะ...
จันทร์กระจ่างฟ้า
รุ่นน้องที่วิมุตตาเคยมาบอกว่าแอบชอบเขา
แต่ตัวจริงของเธอ กลับแตกต่างจากภาพที่เขาจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
เธอไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจ
ไม่ได้แสดงท่าทีเขินอายจนเกินงาม
ยิ่งไม่ได้ฉวยโอกาสตีสนิท
สิ่งที่เขาเห็น มีเพียงความสุภาพ ความนิ่ง และความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้น
“เราชื่อจันทร์กระจ่างฟ้า ใช่ไหม”
อัสวัสเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
จันทร์กระจ่างฟ้าชะงักเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเขาจะจำชื่อของเธอได้
“ค่ะ เรียกฟ้าเฉย ๆ ก็ได้ค่ะพี่วัส ฟ้าต้องขอโทษเรื่องเสื้ออีกครั้งนะคะ ถ้ายังไงซักไม่ออก ฟ้าคืนค่าเสียหายให้ค่ะ” เพราะรู้ว่าบ้านเขามีฐานะ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ต่างเป็นแบรนด์เนมราคาแพงแทบทั้งสิ้น
อัสวัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร เสื้อซักได้ครับ ไม่ต้องคิดมาก” พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
รอยยิ้มที่เขาไม่ได้มอบให้ใครมาหลายวันแล้ว
เพียงประโยคสั้น ๆ และท่าทีเป็นกันเองของเขา ก็ทำให้ภาพลักษณ์ที่จันทร์กระจ่างฟ้าเคยคิดเอาไว้เปลี่ยนไปทันที
เขาไม่ได้รังเกียจเธอ...
ไม่ได้เย็นชา...
และไม่ได้มองเธอเป็นตัวน่ารำคาญอย่างที่เธอหวาดกลัวเลย
หญิงสาวเผยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างโล่งใจ
“ขอบคุณพี่วัสที่ไม่ถือโทษค่ะ งั้นฟ้าขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ” เธอพูดอย่างอ่อนน้อม ก่อนหมุนตัวเตรียมเดินกลับไปช่วยงาน เพราะไม่อยากรบกวนเวลาเขาไปมากกว่านี้
“เดี๋ยวก่อนสิ” เสียงทุ้มเรียกไว้แผ่วเบา
จันทร์กระจ่างฟ้าหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมามองอย่างสงสัย
อัสวัสมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอธิบายไม่ได้
ความเป็นธรรมชาติ...
ความมีมารยาท...
และศักดิ์ศรีที่แฝงอยู่ในแววตาของเธอ กำลังค่อย ๆ แทรกซึมผ่านกำแพงหัวใจที่เคยปิดตายทีละน้อย โดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
