บทที่ 4 ตอนที่ 4 แนะนำตัวตรงประเด็น
ตอนที่ 4
แนะนำตัวตรงประเด็น
รถหยุดหน้าโรงคัดใบชาในจังหวะที่มัทนีกำลังช่วยคนงานยกตะกร้าผลผลิตเข้าไปหลบฝน เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทก้าวลงจากรถ พร้อมผู้ช่วยซึ่งถือแฟ้มเอกสารตามหลังมา
ภาพของเขาดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้แม้แต่น้อย ตั้งแต่รองเท้าหนังราคาแพงไปจนถึงท่าทางสุขุมซึ่งทำให้คนรอบข้างเผลอหยุดมอง
มัทนีจำได้ทันทีว่าเขาคือบุคคลเดียวกับภาพในข่าวธุรกิจเมื่อช่วงเช้า ทายาทซึ่งเพิ่งกลับมารับตำแหน่งแทนบิดาที่ล้มป่วยและประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนเธอว่า คนจากบริษัทใหญ่ไม่เคยเดินทางขึ้นมาบนดอยโดยไม่มีสิ่งที่ต้องการ
“คุณมัทนีใช่ไหมครับ ผมชวินทร์ ผมเดินทางมาเพื่อพูดคุยเรื่องการรับซื้อใบชาและความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งออก”
ชวินทร์แนะนำตัวตรงประเด็น เขากวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมิน แม้เธอแต่งกายเรียบง่ายและมีรอยดินติดอยู่ตรงแขนเสื้อ แต่ท่าทางกลับมั่นใจอย่างคนที่ไม่เคยคิดว่าตนด้อยกว่าใคร
“ฉันทราบว่าคุณเป็นใครค่ะ แต่ถ้าบริษัทของคุณตั้งใจจะมารับซื้อใบชาด้วยเงื่อนไขแบบเดียวกับนายหน้ารายก่อน คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเปิดเอกสาร เพราะคำตอบของฉันจะไม่เปลี่ยนไปตามตำแหน่งของคนที่ยื่นข้อเสนอ”
มัทนีตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นชา ชวินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ชอบการถูกตัดสินก่อนจะได้พูด แต่ความตรงไปตรงมาของเธอกลับทำให้เขาสนใจมากกว่าจะโกรธ
“ผมยังไม่ได้เสนอเงื่อนไขใด และไม่ได้เดินทางมาถึงที่นี่เพื่อกดราคาใคร หากคุณตัดสินบริษัทของผมจากประสบการณ์กับคนอื่นทั้งหมด ผมคิดว่าคงไม่ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย”
“ความยุติธรรมเป็นคำที่นายทุนชอบพูดมากที่สุดตอนเริ่มเจรจาค่ะ แต่พอถึงเวลาลงชื่อในสัญญา ชาวบ้านกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกครั้ง คุณอาจไม่ได้ตั้งใจมาทำเหมือนคนอื่น แต่ฉันต้องดูแลคนหลายครอบครัว จึงไม่มีสิทธิใช้ชีวิตพวกเขาเป็นเดิมพันกับคำรับรองที่ยังพิสูจน์ไม่ได้”
คำตอบของเธอทำให้ดวงตาของชวินทร์เข้มขึ้น คนงานหลายคนเริ่มถอยห่างเพราะสัมผัสได้ถึงแรงปะทะเงียบ ๆ ระหว่างคนทั้งคู่
“ผมเองก็กำลังรับผิดชอบชีวิตของพนักงานหลายร้อยคนเหมือนกัน และผมไม่ได้มาขอให้คุณเชื่อใจโดยไม่มีหลักประกัน ผมต้องการเห็นกระบวนการผลิต ตรวจสอบคุณภาพ และพูดคุยถึงสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายสามารถทำร่วมกันได้ ถ้าหลังจากนั้นคุณยังเห็นว่าข้อเสนอของผมไม่เป็นธรรม คุณมีสิทธิปฏิเสธโดยผมจะไม่บังคับ”
น้ำเสียงของชวินทร์หนักแน่นขึ้น ความเคร่งเครียดซึ่งสะสมมาตลอดสองวันทำให้เขาไม่มีแรงเหลือพอสำหรับการอ้อมค้อม แต่คำว่า ‘ชีวิตของพนักงานหลายร้อยคน’ กลับทำให้มัทนีมองเขานานขึ้นเล็กน้อย
แววตาของชายตรงหน้าไม่ได้มีเพียงความเย่อหยิ่งของผู้บริหารอย่างที่เธอคิด มันซ่อนความเหน็ดเหนื่อยและแรงกดดันบางอย่างไว้ลึกเกินกว่าจะมองผ่านในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม เธอยังไม่พร้อมลดกำแพงลงง่าย ๆ
“วันนี้คงไม่สะดวกค่ะ เมฆฝนกำลังมาและคนงานต้องเร่งเก็บผลผลิตเข้าที่ร่ม คุณควรกลับลงไปก่อนถนนจะลื่น ส่วนเรื่องเจรจา ถ้าคุณยังสนใจจริง ค่อยส่งรายละเอียดมาให้ฉันพิจารณาเป็นลายลักษณ์อักษร”
“ผมเดินทางมาหลายชั่วโมง ไม่ได้ต้องการกลับไปพร้อมคำตอบว่าคุณไม่สะดวกโดยที่ยังไม่ได้ดูอะไรเลย หากฝนกำลังจะตก ผมก็จะดูเท่าที่มีเวลา คุณเพียงพาผมเดินดูไร่และอธิบายขั้นตอนคร่าว ๆ ก็พอ”
“คุณอาจคุ้นเคยกับการออกคำสั่งแล้วมีคนทำตาม แต่ที่นี่ไม่ใช่บริษัทของคุณ และฉันไม่ใช่พนักงานที่คุณจะกำหนดเวลาได้ตามใจ หากฉันบอกว่าวันนี้ไม่เหมาะสม นั่นหมายความว่าฉันกำลังคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณด้วย”
มัทนีตอบพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องดังมาจากอีกฟากของภูเขา ลมแรงพัดใบชาปลิวไหวเป็นระลอก
ชวินทร์เหลือบมองนาฬิกา ก่อนหันไปทางผู้ช่วยราวกับจะสั่งให้เตรียมกลับ ทว่าในจังหวะนั้น คนงานคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“คุณมัทครับ ฝนตกหนักทางเนินด้านบน น้ำเริ่มไหลข้ามถนนแล้ว ลุงคำที่ขับรถลงไปส่งของโทรมาบอกว่ามีดินถล่มตรงทางโค้งใหญ่ รถผ่านไม่ได้เลยครับ”
สีหน้าของมัทนีเปลี่ยนทันที
“ให้ทุกคนหยุดงานและกลับเข้าที่พักก่อน เก็บเครื่องมือที่จำเป็นให้หมด อย่าให้ใครขึ้นไปใกล้เนินดิน ส่วนคนที่อยู่บ้านด้านล่าง โทรไปเตือนให้ย้ายออกจากแนวน้ำด้วย”
เธอสั่งการอย่างรวดเร็ว ก่อนหันกลับมามอง ชวินทร์
“ตอนนี้คุณคงกลับลงไปไม่ได้แล้วค่ะ ถนนเส้นนั้นเป็นทางออกทางเดียว หากดินถล่มจริง ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้ามาเปิดทาง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรืออาจนานกว่านั้น”
“แถวนี้มีโรงแรมหรือที่พักที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน”
ชวินทร์ถาม ขณะเม็ดฝนเริ่มตกลงมากระทบไหล่เสื้อสูทของเขา
“ด้านล่างมีรีสอร์ตเล็ก ๆ แต่เมื่อถนนถูกปิด คุณไปไม่ถึงหรอกค่ะ เรือนรับรองของไร่กำลังซ่อมหลังคา ส่วนบ้านของฉันมีห้องว่างเพียงห้องเดียวและพ่อกำลังพักรักษาตัวอยู่ คุณคงต้องพักในบ้านพักคนงานไปก่อน”
คำตอบนั้นทำให้ผู้ช่วยของชวินทร์มีสีหน้าลำบากใจ ส่วนเจ้าตัวกลับมองเธอนิ่ง ๆ
“คุณตั้งใจให้ผมพักที่นั่นเพราะไม่มีทางเลือกจริง ๆ หรือเพราะต้องการสั่งสอนนายทุนซึ่งขึ้นมารบกวนเวลาของคุณ”
“ฉันไม่มีเวลาคิดหาวิธีกลั่นแกล้งคนที่เพิ่งพบกันหรอกค่ะ และต่อให้คุณเป็นประธานบริษัทใหญ่แค่ไหน ตอนที่ถนนถูกดินถล่มปิด คุณก็เป็นเพียงคนเดินทางคนหนึ่งที่ต้องการที่หลบฝนเหมือนคนอื่น บ้านพักคนงานอาจไม่สะดวกสบาย แต่หลังคาไม่รั่ว มีเตียง มีผ้าห่ม และปลอดภัยกว่าการนั่งรออยู่ในรถ”
มัทนีพูดจบก็หันไปช่วยคนงานยกตะกร้าชาโดยไม่รอฟังคำตอบ ชวินทร์มองแผ่นหลังของเธออยู่ครู่หนึ่ง ความไม่พอใจผสมปนเปกับความรู้สึกประหลาดซึ่งเขาเองก็ยังอธิบายไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ประจบเขา ไม่หวาดกลัวตำแหน่งของเขา และไม่คิดปิดบังความไม่พอใจแม้แต่น้อยที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เขารู้ว่าเหตุผลของเธอถูกต้องทุกประการ
