บทที่ 5 ตอนที่ 5 ห่วงใย

ตอนที่ 5

ห่วงใย

ฝนตกหนักขึ้นจนม่านน้ำบดบังทิวทัศน์รอบไร่ ชวินทร์จำต้องเปลี่ยนจากรองเท้าหนังมาเป็นรองเท้าบูตที่คนงานนำมาให้ เขาเดินตามมัทนีไปยังบ้านพักหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ท้ายไร่ ระหว่างทางต้องระวังพื้นดินลื่นและน้ำซึ่งเริ่มไหลเป็นทาง

มัทนีเดินนำอย่างคล่องแคล่ว ทว่าเมื่อหันกลับมาเห็นเขาเกือบลื่น เธอก็ยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ

ชวินทร์จับข้อมือเธอไว้เพียงเสี้ยววินาทีเพื่อพยุงตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กซึมผ่านผิวหนังท่ามกลางอากาศเย็นจัด ทั้งสองสบตากันใกล้กว่าที่เคย ก่อนมัทนีจะรีบดึงมือกลับ

“พื้นตรงนี้ลื่นมาก คุณควรเดินช้าลงและเหยียบตามรอยฉัน อย่าคิดว่าการรีบเดินจะทำให้ถึงเร็วขึ้น เพราะถ้าคุณล้มจนบาดเจ็บ ฉันคงต้องเสียเวลาพาคุณไปโรงพยาบาลทั้งที่ถนนถูกปิด”

“คุณพูดเหมือนเป็นห่วง แต่ทุกประโยคกลับฟังเหมือนกำลังตำหนิผม”

“ฉันกำลังเตือนตามความจริงค่ะ ส่วนคุณจะตีความว่าเป็นความห่วงหรือการตำหนิก็แล้วแต่ เพราะสุดท้ายฉันคงห้ามความคิดของคุณไม่ได้อยู่ดี”

มุมปากของชวินทร์ขยับเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม แต่เขากลับเก็บอาการไว้เสียก่อน เขาไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนซึ่งสามารถโต้ตอบทุกประโยคได้อย่างสงบนิ่งเช่นนี้

เมื่อมาถึงบ้านพัก มัทนีเปิดประตูและจัดเตรียมผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าสะอาดของคนงานชายไว้ให้

“เสื้อผ้าของคุณเปียกหมดแล้ว เปลี่ยนก่อนจะไม่สบาย อาหารเย็นอาจช้าหน่อยเพราะทุกคนกำลังจัดการเรื่องน้ำ ฉันจะให้คนนำข้าวกับน้ำร้อนมาให้ ส่วนสัญญาที่คุณอยากคุย เราคงต้องรอจนฝนเบาลง”

“คุณไม่คิดหรือว่าการที่ผมติดอยู่ที่นี่อาจเป็นโอกาสให้เราได้พูดคุยกันมากขึ้น อย่างน้อยคุณก็หนีการเจรจาไม่ได้จนกว่าถนนจะเปิด”

ชวินทร์เอ่ยพลางรับผ้าขนหนูจากมือเธอ

มัทนีมองเขานิ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้าไม่ยอมอ่อนข้อ

“ฉันไม่เคยคิดหนีการเจรจาค่ะ ฉันเพียงไม่ยอมรับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรม และต่อให้คุณต้องติดอยู่ที่นี่เจ็ดวัน หากเงื่อนไขของคุณเอาเปรียบชาวบ้าน คำตอบของฉันก็ยังเป็นคำเดิม”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะใช้เวลาที่ติดอยู่พิสูจน์ว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาเปรียบใคร”

“คุณควรพิสูจน์ด้วยสัญญาและการกระทำ ไม่ใช่เพียงคำพูด เพราะคนบนดอยแห่งนี้ได้ยินคำสัญญาที่สวยงามมามากเกินพอแล้ว”

มัทนีทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากบ้านพัก ทิ้งให้  ชวินทร์ยืนมองตามผ่านม่านฝน

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นในจังหวะนั้น            ชายหนุ่มหยิบออกมาดู คิดว่าอาจเป็นข่าวอาการของบิดาหรือรายงานจากบริษัท แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับเป็นข้อความจากหมายเลขซึ่งไม่ระบุตัวตน อย่าเชื่อรายงานการเงินที่ประภาสนำเสนอ หนี้บางส่วนไม่ได้เกิดจากการบริหารผิดพลาดธรรมดา ตรวจสอบลายเซ็นในสัญญากู้เงินย้อนหลังให้ดีคนที่อนุมัติเรื่องทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวของคุณเอง

ชวินทร์อ่านซ้ำช้า ๆ หัวใจซึ่งเพิ่งผ่อนคลายจากการโต้เถียงกับมัทนีกลับหนักอึ้งขึ้นอีกครั้ง

เขากดโทรกลับ แต่หมายเลขนั้นไม่สามารถติดต่อได้

สายฝนยังคงกระหน่ำลงบนหลังคาสังกะสี เสียงฟ้าร้องกึกก้องไปทั่วหุบเขา ชวินทร์ยืนอยู่กลางบ้านพักเล็ก ๆ มองข้อความบนหน้าจอด้วยแววตาเย็นเยียบ

หากคนส่งข้อความพูดความจริง บริษัทไม่ได้กำลังล้มเพราะสภาพเศรษฐกิจหรือการตัดสินใจผิดพลาดเพียงอย่างเดียวใครบางคนอาจกำลังตั้งใจผลักมันลงสู่เหวและคนคนนั้นอาจอยู่ใกล้เขามากกว่าที่คิด

ชวินทร์เงยหน้ามองผ่านหน้าต่าง เห็นมัทนีกำลังวิ่งฝ่าสายฝนไปช่วยชาวบ้านย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หญิงสาวซึ่งเพิ่งพบกันไม่ถึงหนึ่งวันกำลังพยายามปกป้องทุกชีวิตในไร่ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

ขณะที่เขาเองเพิ่งค้นพบว่า คนในครอบครัวซึ่งควรไว้วางใจที่สุด อาจเป็นคนที่กำลังทำลายทุกสิ่งซึ่งบิดาสร้างขึ้นมา

สายหมอกหนาทึบค่อย ๆ เคลื่อนลงมาปกคลุมไร่ชา บดบังเส้นทางจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้ไกลเกินไม่กี่ก้าว

ชวินทร์ยังไม่รู้ว่าการติดอยู่บนดอยในครั้งนี้จะนำพาเขาไปพบคำตอบของวิกฤตบริษัท หรือทำให้ชีวิตยุ่งยากยิ่งกว่าเดิมแต่เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า ผู้หญิงชื่อมัทนีกำลังทำให้เขาไม่อาจเดินทางกลับไปโดยไม่รู้จักเธอให้มากกว่านี้อีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป