บทที่ 2 แฟนหนุ่มนอกวงการ

ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ

ครินต์หลับไปได้พักใหญ่ เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น หมอหนุ่มค่อย ๆ เปิดตาขึ้นมองก็เห็นว่าคนที่มาเคาะกระจกรถยนต์ของเขาก็คือวิสกี้แฟนสาวของเขานั่นเอง หมอหนุ่มรีบเด้งตัวลุกขึ้นในทันทีก่อนกดปลดล็อก รถเพื่อให้วิสกี้เข้ามานั่งในรถได้อย่างสบาย ในตอนที่วิสกี้ก้าวขาขึ้นมานั่งในรถแล้วตัวเธออบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมยิ่งทำให้ครินต์รู้สึกว่าวันนี้เธอสวยดูดีเป็นพิเศษ อันที่จริงแล้วสำหรับเขาวิสกี้เป็นคนที่สวยในทุกวันอยู่แล้วแต่ครินต์ก็รู้สึกว่าวันนี้เธอทั้งสวย และหอมไม่รู้เลยว่าเธอรับงานโฆษณาสินค้าอะไรมา

“มองอะไรขนาดนั้นคะ”

เธอรู้สึกเหมือนมีคนคอยมองเธออยู่ตลอดเวลา วิสกี้หันไปตามความรู้สึกก็เห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอจ้องมองเธออยู่ด้วยแววตาหวานเยิ้มราวกับว่านับจากวินาทีนี้ไปเธออาจจะต้องเจอกับเขาในอีกรูปแบบหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

“ก็แค่มอง” สายตาของเธอเหลือบมองสิ่งที่พองตัวอยู่ภายใต้ร่มผ้าของแฟนหนุ่ม ก่อนจะกลืนน้ำลงคอราวกับว่ากระหายนักหนา ครินต์เห็นอาการของแฟนสาวเขาก็ยกยิ้มอย่างพอใจจนต้องจับมือของเธอให้มาลูบไล้การพองตัวใต้ร่มผ้าของเขา

“กี้นึกว่าพี่ครินต์จะกลับไปนอนที่คอนโด”

“พี่กลัวตื่นมารับกี้ไม่ทัน อืม...” วิสกี้ยังคงลูบส่วนนั้นไปมาอย่างเบามือ ขณะที่ครินต์เองก็รีบร้อนขับรถกลับที่คอนโดใจจริงเขาอยากจะจับเธอกดเสียในรถนี่เลยแต่ว่าวิสกี้เป็นดาราสาวที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่เสมอเขาจึงไม่อยากทำให้เธอต้องเกิดเรื่องเสียหาย แค่ตอนนี้ที่เธองัดเอาส่วนนั้นของเขาออกมารูดเล่นจนเขาแทบหลั่ง มันก็เพียงพอแล้ว

“พรุ่งนี้เข้าเวรกี่โมงคะ กี้ต้องไปแคสงาน ตอน 9 โมงคะ” มีงานละครที่เธออยากเล่น และนี่ก็เป็นละครฟอร์มยักษ์เลยล่ะ หลังจากแคสงานแล้วเธอยังต้องไปถ่ายโฆษณา และภาพนิ่งของน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก นี่เป็นงานโฆษณาระดับโลกชิ้นแรกของเธอ โดยที่ผู้ว่าจ้างระบุตัวเธอมาเลยแถมค่าตัวยังสูงลิบลิ่วจนเธอกับผู้จัดการส่วนตัวที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนรักอย่างมายาวียิ้มกว้างเลยล่ะ

“พรุ่งนี้พี่ต้องไป 9 โมง ต้องไปตรวจคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดนะ”

“งั้นคืนนี้กี้ไปนอนที่คอนโดพี่ครินต์ได้ไหมคะ” หมอหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขาไม่ได้นอนกอดเธอมานานหลายเดือนแล้วเพราะเธอตั้งแต่โด่งดังขึ้นมาก็เอาแต่ยุ่งจนแทบจะไม่มีเวลาให้เขาเลย ส่วนตัวของเขาก็เช่นกัน ไม่รู้เดี๋ยวนี้ทำไมถึงมีเคสผ่าตัดเยอะเหลือเกินหมอหนุ่มพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ก่อนที่จะยื่นใบหน้าเข้าไปหอมแก้มของแฟนสาว แล้วกดปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากเธอในตอนที่รถกำลังติดไฟแดง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขากำลังจะหลั่งเพราะเธอยังสาวมือไม่หยุดจนเขาต้องกดศีรษะของเธอลงสั่งสอนเธอไม่ให้ซุกซนอีกในครั้งหน้า

หญิงสาวก็ตอบสนองเขาเป็นรอย่างดีด้วยการอ้าปากกว้างรับเอาส่วนที่กำลังแดงก่ำของเขาเข้าปาก พร้อมกับดูดแรง ๆ ไปอีกพักหนึ่งจนหมอหนุ่มปลดปล่อยน้ำรักเข้าในโพรงปากเธอ

วิสกี้ดันตัวขึ้นพร้อมเช็ดมุมปากบาง ก่อนจะช้อนสายตามองแฟนหนุ่มที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอายด้วยสายตาล้อเลียน

“อร่อยไหม กลืนซะหมดเลย” เขาพูดแต่ก็ไม่ยอมมองหน้าเธอเขาอายจริง ๆ ไม่คิดว่าแค่เธอรูดเล่นจะทำให้เขากล้ากดศีรษะของเธอลงมา

“แล้วน้องวีล่ะครับ กลับยังไง” เปลี่ยนเรื่องคุยจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

“วีเคลียร์เรื่องเงินค่ะแล้วก็เรื่องข่าวกี้ อ้อ เห็นว่าต้องไปดูแลฟักแฟงกับริสาด้วยค่ะ” ดาราในสังกัดที่มายาวีดูแลอยู่มีทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วยตัวเธอเอง ฟักแฟง ริสา แหวนแหวน และน้ำพุ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคนที่เธอแนะนำเอง 2 คน คือฟักแฟงกับริสาที่หมดสัญญากับช่องแล้ว ส่วนแหวนแหวน กับน้ำพุ เป็นคนที่มายาวีหามาเองซึ่งทั้งสองคนก็ตั้งใจ ความสามารถโดดเด่นมากเลยล่ะ และที่คนที่อยู่ในสังกัดของมายาวีก็โด่งดังเป็นพลุแตกจนหลายคนอิจฉา

“มีข่าวอะไรอีกเหรอ” ขณะที่ขับรถดวงตาของหมอหนุ่มก็มองไปที่ถนนด้านหน้า เขาไม่ได้หันกลับมามองเลยว่าแฟนสาวของเขากำลังมีสีหน้าแบบไหน

“ก็ข่าวที่พี่ครินต์ถามกี้ในห้องตรวจไงค่ะ” เขานึกขึ้นมาได้พอดีเลย หมอหนุ่มจึงรีบหันมามองแฟนสาวแล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงเข้มดุ

“พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาพี่ก็คิดได้ สรุปแล้วข่าวที่ว่ามันจริงรึเปล่า”

ข่าวนี้มีออกมาระลอกหนึ่งแล้วตั้งแต่ที่วิสกี้ถ่ายละครเรื่องหนึ่งเพราะมีภาพในกองถ่ายถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งคู่กันกับดาราหนุ่มรุ่นน้อง อีกทั้งยังเป็นการนั่งรับประทานอาหารด้วยกันพูดคุยกัน ตอนนั้นที่หมอหนุ่มรู้ข่าวก็เพราะว่า หมอกลัฟเป็นคนบอกเขาด้วยตัวเอง และเมื่อเขาได้ตรวจเช็กข่าวแล้วก็รู้สึกว่าใจสั่นมากเป็นพิเศษเขาเป็นแค่หมอหน้าตาไม่ได้หล่อเหลา ไม่เหมือนกับดาราที่หน้าตาก็กินขาดแล้ว

“ข่าวจริงที่ไหนล่ะคะ ทุกครั้งที่ว่างกี้ก็โทรคุยกับพี่ครินต์ตลอดไม่ใช่เหรอ อีกอย่างกับเด็กคนนั้นกี้ไม่ได้คิดอะไรด้วยหรอกค่ะ กี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีข่าวแบบนี้ออกมาได้ยังไง”

เพราะความจริงแล้วภาพทุกภาพ ข่าวทุกข่าวที่ดังออกมา ทุกสถานการณ์ล้วนมีมายาวีอยู่ด้วย หากมายาวีไม่อยู่คนที่จะอยู่กับเธอ ก็เป็นดาราคนที่อื่นร่วมแสดงกับเธอเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่มีไมตรีที่ดีต่อกัน แต่ภาพที่ออกมานั้นกลับมีเพียงภาพของเธอกับเด็กหนุ่มคนนั้นจนเธอเองก็รู้สึกท้อใจแต่ที่ยังไม่ได้แก้ข่าวในทันทีเพราะเธอเห็นว่าในวันนี้เธอก็ต้องมาออกรายการนี้อยู่แล้วเพราะฉะนั้น แถลงข่าวไปเลยทีเดียวน่าจะดีกว่า

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แถลงข่าวเพราะมีคนมาแย่งซีนเสียก่อน

“เรื่องงานพี่โอเค แต่พี่ไม่อยากให้มีเรื่องส่วนตัวกันพี่ไม่ชอบ”

“หึงเหรอคะ” หึงสิ ถามได้

“ถ้าพี่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกับพยาบาลบ้าง กี้จะว่ายังไงล่ะ” น้ำเสียงของครินต์เข้มดุราวกับว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นเลยกับสิ่งที่เขาพูดออกไป ถึงแม้ว่าเขาจะชอบเก็บตัวไม่ชอบไปไหนแต่เขาก็พยายามที่จะใช้เวลาอยู่กับแฟนสาวของเขาให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แหมพี่ครินต์ ใครจะไปยอมได้ล่ะคะ แฟนทั้งคนเลยนะ” วิสกี้ทำตาใสใส่เขาก่อนเอียงตัวเข้าหาแล้วซบไปที่ไหล่กว้างของเขาในตอนที่เขากำลังขับรถหรูของเขาอยู่ ครินต์ขับรถต่อมาได้อีกไม่นาน เขาหันไปถามวิสกี้อีกครั้งเพราะอีกไม่กี่เมตรข้างหน้าก็จะถึงที่พักของเขาแล้ว

“กินอะไรมาหรือยัง หิวไหม”

“กี้เป็นดารานะคะ กินมื้อดึกได้ที่ไหนล่ะ”

“สลัดปลาแซลมอนไหมครับ พี่ทำให้กิน” วิสกี้รีบพยักหน้าทันทีเพราะสลัดปลาแซลมอนฝีมือของครินต์อร่อยจนเธอไปกินที่อื่นไม่ได้อีกเลย

เดิมทีครินต์อาศัยอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่แต่หลังจากที่แม่เสียไปแล้วเขาก็ย้ายออกมาอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์หรูเพราะหลังจากที่แม่เสียไปได้ประมาณปีกว่าพ่อของเขาก็แต่งงานใหม่เขาจึงย้ายออกมา และหลังจากที่วิสกี้เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้นเขาก็ย้ายออกจากอะพาร์ตเมนต์แล้วซื้อคอนโดหรูที่นี่อยู่เองเพราะไม่ต้องการให้วิสกี้มีเรื่องเสียหาย

การย้ายออกมาของเขาทำให้พ่อไม่พอใจเขาจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพ่ออีกแต่เขาก็ยังคงต้องกลับบ้านทุกครั้งเพราะเป็นคำสั่งของพ่อที่ให้เขากลับไปรับประทานอาหารด้วยบ่อย ๆ แม้ครินต์จะไม่อยากทำแต่เขาก็ต้องทำเพราะตอนนี้ญาติที่เขามีก็เหลือเพียงคนเดียวก็คือพ่อของเขา เดิมทีพ่อของเขาเป็นคนที่เก่งมาก และใจดีมากเพียงแต่...

เอาเป็นว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากกลับบ้านสักเท่าไหร่ก็แล้วกัน

คอนโดครินต์

รถสปอร์ตหรูจอดในที่จอดรถของตัวเองซึ่งที่คอนโดนี้จะล็อกที่จอดรถให้ลูกบ้านตามทะเบียนรถเลย เขาลงจากรถแล้วหันมาบอกวิสกี้ว่าอย่าเพิ่งลงเขาจะดูต้นทางก่อน เพราะเขาไม่อยากให้วิสกี้ต้องเป็นข่าวเสีย ๆ หาย ๆ วิสกี้เองก็เข้าใจในส่วนนี้เธอจึงยินยอมให้ครินต์คอยดูแลความสะดวกให้ หลังจากที่ครินต์ดูแลความสะดวกเรียบร้อยเขาจึงเห็นได้ว่าในตอนนี้ปลอดภัยสำหรับวิสกี้แล้วแต่เขาไม่คาดคิดว่าทันทีที่เขาเปิดประตูรถก็มีคนอยู่ 2-3 คนหันมามองตอนที่วิสกี้เดินลงมาจากรถ เพราะตอนนั้นเธอไม่ได้สวมหมวก และแว่นตาทำให้คนที่อยู่ที่คอนโดนี้รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวที่ลงมาจากรถหรูเป็นใคร

หญิงสาวคนหนึ่งเห็นวิสกี้เธอก็รีบเดินปรี่เข้ามาด้วยความโมโหมิหนำซ้ำยังด่ากราดวิสกี้แล้วชี้หน้า ราวกับว่าวิสกี้เป็นคนที่แย่งสามีของเธอไปอย่างไรอย่างนั้น

“อีหน้าด้าน แย่งผัวชาวบ้านไม่มียางอาย”

“จะไปมียางอายได้ยังไง ก็อีนี่มันเป็นลูกกะหรี่นิ”

“กล้าดียังไงถึงมา ยุ่งกับคุณก้าว”

หลายคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้ามาเพราะเสียงที่ดังของคนกลุ่มนี้ทำให้คนอื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็มองดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อมองเห็นว่าตรงนี้มีใครอยู่ทุกคนก็รีบตรงปรี่เข้ามา บางคนที่พอมีสติรับรู้แยกออกได้ และใช้วิจารณญาณเป็นก็รีบเอ่ยห้ามทันที

“ใจเย็นครับ ใจเย็น ๆ เอ่อตอนนี้เป็นเวลาส่วนตัวของคุณวิสกี้เขานะครับ อีกอย่าง ตัวจริงกับในละครเป็นคนละคนกันนะครับ ไม่เหมือนกัน” ไม่อยากเชื่อเลยว่ายุคนี้แล้วจะยังมีคนที่แยกแยะไม่ออกอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ

“จะเป็นคนละคนกันได้ยังไง ในเมื่อหน้าตาก็แบบนี้ การแต่งตัวก็แบบนี้ แล้วนั่นขั้วใครอีกล่ะ” หญิงสาวอีกคนเลื่อนสายตาไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างวิสกี้ที่เขากำลังโอบเอววิสกี้ราวกับว่าเขาจะเป็นปราการป้องกันให้เธอเอง หญิงสาวคนนั้นได้เห็นใบหน้าหล่อของชายหนุ่มที่สวมใส่แว่นตาราคาแพงเธอก็ชะงักนิ่งไปทันที

“เหอะ นี่คุณ ไม่กลัวเป็นโรคเหรอ ไปยุ่งกับผู้หญิงที่มั่วผู้ชายไม่เลือกแบบนี้”

“คุณเป็นใคร”

จากที่ครินต์เงียบมานานคราวนี้เขาเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงดุดัน หญิงสาวคนนั้นชะงักไปเพราะไม่เคยเจอผู้ชายที่เสียงดังใส่เธอมาก่อน ในตอนนั้นเองราวกับว่าเธอได้มีสติกลับมาแล้วเธอถึงได้เลื่อนสายตาไปมองรอบข้าง เหตุผลที่พวกเธอเป็นแบบนี้เพราะเธอกับเพื่อนเพิ่งดูย้อนหลังละครที่วิสกี้เล่นทาง YouT ไปหยก ๆ ตอนนั้นเธอกำลังอินมากแต่พอละครจบแล้วเธอจึงชวนเพื่อนเดินลงมาหาส้มตำกิน ใครจะไปคาดคิดว่านางร้ายที่เธออยากจะจิกหัวตบในตอนนั้นจะมายืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ เธอเกิดอารมณ์ชั่ววูบจริง ๆ เธอจึงได้เดินปรี่เข้ามาโดยที่ลืมคิดไปว่าในตอนนี้วิสกี้คนนี้กับหมอนอิงในละครเป็นคนละคนกัน

ความผิดชอบชั่วดีก่อเกิดขึ้นในใจหญิงสาว เธอกวาดสายตามองดูรอบด้านจะเห็นว่าเพื่อนคนที่ร่วมแจมกับเธอเมื่อครู่ก็หยุดไปแล้ว และยืนอยู่กับที่ในตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่ง ที่เอ่ยห้ามปรามเธอเมื่อครู่ และผู้ชายอีกคนที่ดูดีหล่อเหลากำลังโอบกอดนางร้ายคนนี้อยู่

“ถ้าดูละครแล้วแยกแยะไม่ออก ก็ไปหาหนังสือสวดมนต์สวดซะ”

วิสกี้อ้าปากค้างกับคำที่ครินต์พูดออกไป เธอไม่เคยได้ยินครินต์พูดจาร้าย ๆ แบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินครินต์พูดแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขานอนน้อย และมีอาการเครียดสะสมจากการทำงาน อีกทั้งเขาก็คงจะตกใจเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาได้เห็นว่ามีคนที่อินกับบทละครที่เธอเล่นจน ดินตามมาด่าทอเธอแบบนี้

“หรือถ้าอ่านหนังสือไม่ออก ก็เอาเวลาไปทำมาหากิน ไม่ใช่แยกแยะไม่ได้แล้วมาไล่ทำร้ายคนอื่นเขาแบบนี้”

หญิงสาวคนนั้นนิ่งอึ้งไปในทันทีเธอไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้จะกล้าพูดกับคนที่เป็นผู้หญิงแบบนี้ “นี่คุณ ไม่พูดแรงไปหน่อยเหรอ”

“เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ผมอยากให้ทุกคนแยกแยะ คุณคนนี้คือคุณวิสกี้ เธอมีอาชีพเป็นนักแสดง ผมเข้าใจว่าเธอแสดงดีมากจนทำให้ทุกคนเข้าถึงบทบาทได้อย่างน่าทึ่ง แต่ทุกคนต้องเข้าใจนะครับว่าภาพที่ทุกคนเห็นคือการแสดง แต่ตอนนี้คือตัวตนจริง ๆ ของคุณวิสกี้ ฉะนั้นผมจึงอยากขอความกรุณาช่วยแยกแยะ อย่าทำร้ายร่างกายกันเลยนะครับ”

เขาเองก็เป็นแฟนตัวยงของวิสกี้เช่นกันเขาติดละครของเธออย่างลับ ๆ ไม่ค่อยกล้าแอบดูอย่างโจ่งแจ้งด้วยความเป็นผู้ชายเขาอินกับบทบาทที่เธอเล่นก็จริงแต่เขาชื่นชอบในความสามารถของเธอมากกว่าเพราะหลังจากที่เขาได้ดูละครที่เธอเล่นแล้ว เขาติดใจเขาอยากรู้ว่าเธอชื่ออะไรก็ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต เมื่อค้นหาเจอแล้วสิ่งที่เขาทำก็คือไล่ดูผลงานเก่า ๆ ของเธอจนทำให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เธอยังเก่งในด้านความสามารถ ความรู้ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ เล็ก ๆ และชีวิตส่วนตัวก็ไม่ธรรมดาเพราะเธอมีพี่ชายเป็นถึงเจ้าของสายการบิน และมีพี่สะใภ้เป็นนักเขียนชื่อดังเลยทีเดียว

ครินต์เลื่อนสายตามองชายหนุ่มที่ออกตัวแทนวิสกี้เขาอยากจะขอบคุณเหมือนกันแต่ในใจกลับรู้สึกหึงหวงมากกว่าเขา ไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณออกไปแต่กลับเลื่อนสายตาจ้องมองวิสกี้ที่กำลังอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขา

“อุ๊ย!” วิสกี้สบเข้ากับสายตาของครินต์ เธอก็รู้แล้วว่าในตอนนี้เธอต้องทำอะไร หญิงสาวปล่อยแขนออกจากเอวหนาของหมอหนุ่มที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองจนเรียบร้อยหันไปกล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่ออกตัวแทนเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะเดียวกันก็หันไปขอโทษขอโพยแฟนคลับของเธอที่ถูกครินต์ต่อว่า

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่เข้าใจ”

“กี้ดีใจมากเลยนะคะที่ทุกคนอินกับบทบาทที่กี้เล่น”

เธอส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจไปให้จากหญิงสาว ที่เดิมทีมาเพราะอยากระบายอารมณ์ และเกลียดเธอนักหนาเพราะอินกับฉากในละครที่เธอแสดงในตอนนี้กลับกลายเป็นว่ารอยยิ้มของวิสกี้ น้ำเสียงหวาน ๆ ของวิสกี้ ทำให้ ทุกคน ที่อยู่บริเวณนี้ ลืมบทบาทที่เธอเคยแสดงได้อย่างร้ายกาจไปอย่างไม่มีที่ติ

“ขอโทษด้วยนะคะคุณกี้ พวกเราอินมากจริง ๆ ค่ะ”

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกชื่นชมดาราสาวแต่สายตาของเธอก็เหลือบไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง ตอนแรกรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่พอใจที่ถูกผู้ชายคนนี้ว่ากล่าวตักเตือน แถมยังทำน้ำเสียงดุใส่ทำให้พวกเธอเสียหน้าแต่ตอนนี้สายตาของทุกคนที่อยู่บริเวณนี้กลับแสดงความอยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่าว่าชายหนุ่มคนนี้คือใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับนางร้ายตัวแม่คนนี้

“เสร็จธุระแล้วใช่ไหม” ครินต์เดินเข้ามาโอบเอวของวิสกี้ เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยนทำให้หญิงสาวที่ได้ยินนั้นต่างก็รู้สึก เขินอายกันไปตาม ๆ กัน กระทั่งวิสกี้พยักหน้าให้เป็นคำตอบเธอหันไปกล่าวลาแฟนคลับทั้งหลายที่อินกับบทบาทที่เธอแสดงแล้วเดินเข้าไปในคอนโดพร้อมกันกับครินต์

“ฉันเคยได้ยินข่าวมา ว่าคุณวิสกี้ มีคนที่คบหาด้วยแล้ว เป็นชายหนุ่มนอกวงการ”

“ฉันก็เคยได้ยินข่าวมาแต่ไม่เคยมีใครได้เจอชายหนุ่มคนนี้เลย”

“ใช่เลยมีข่าวมาอีกว่า ชายหนุ่มคนนั้นอาจจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องจนคุณวิสกี้ไม่อยากเปิดตัวก็ได้”

“แต่ฉันได้ยินข่าววงในมานะ เห็นพูดกันว่าผู้ชายโพรไฟล์ไม่ดีเลย คุณวิสกี้เลยอายไม่อยากเปิดตัวหรือเปล่า”

“แต่ผมว่าไม่น่าเกี่ยวนะ” จากสายตาของผู้ชายด้วยกัน เขาเดาออกได้ในทันทีหลังจากที่สังเกตเมื่อครู่ และได้รับฟังคำที่ใครหลายคนพูดกันเขาก็รู้ได้เลยว่าผู้ชายเสียงดุคนนั้น น่าจะเป็นคนที่ดาราสาวที่เขาชื่นชอบคบหาด้วยอย่างแน่นอน

“จะว่าไปถ้าผู้ชายคนนี้ เป็นคนที่คุณวิสกี้คบหาแล้วยังไม่เคยมีสื่อไหนเจอหน้าเลย นั่นก็หมายความว่า พวกเราเป็นผู้โชคดีแล้วสิ”

“แต่ เดี๋ยวนะเป็นผู้โชคดีแล้วไงในเมื่อไม่มีใครถ่ายรูปได้”

“จริงด้วยไม่มีใครถ่ายรูปมาได้เลย ไม่งั้น พวกเราอาจจะเป็นคนแรก ๆ ก็ได้นะ ที่ได้เปิดหน้าแฟนหนุ่มนอกวงการที่นางร้ายสาวตัวแม่ลอบคบหาด้วย”

“คิก คิก” ตั้งแต่เดินเข้ามาในลิฟต์กระทั่งเดินออกจากลิฟต์ตรงเข้าไปที่หน้าห้องพักวิสกี้ก็ยังขำไม่หยุดไม่หย่อน

“ขำอะไร” ครินต์ลากเสียงจ้องมองแฟนสาวด้วยหางตา ก่อนจะ รวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วปิดประตูหน้าห้องอย่างแผ่วเบา เขาไม่รอช้าทาบปากของเขาลงไปที่ปากเธอขณะเดียวกันแขนเรียวสองข้างก็ยกขึ้นโอบไปที่รอบคอหนา

“ขำพี่ครินต์สิคะ เมื่อกี้เพิ่งเคยเห็นพี่ครินต์โมโหเป็นครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย”

“ใครจะยอมให้คนอื่นมาด่าแฟนตัวเองเล่า”

“อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ พวกเขาแค่อินกับบทที่กี้แสดงมากไป ขนาดพี่ครินต์ยังอินฉากเลิฟซีนของกี้เลยนี่คะ”

พูดถึงฉากเลิฟซีนเขานึกก็ถึงฉากนั้นแล้วก็ได้แต่หงุดหงิดในใจ มือหนาแตะไปที่กลีบปากบางของหญิงสาวแล้ว กดนิ้วหัวแม่มือลงไป เช็ดถูกลีบปากของเธอแรง ๆ แม้เขาจะรู้ว่ามันเป็นการแสดง และเขาก็ใจกว้างมากพอแล้วที่จะได้เห็นแฟนสาวของเขาถูกผู้ชายคนอื่นสัมผัสกลีบปากสวยอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยกลีบปากของเธอมือหนาของหมอหนุ่มก็เลื่อนไปที่ท้ายทอยของหญิงสาวแล้วรั้งเข้าหาตัวก่อนจะทาปากของตัวเองลงไปพร้อมกับใช้ลิ้นเลียไปทั่วกลีบปากเธอ เขาสอดลิ้นสากเข้าไปในปากเธออย่างเร่าร้อนรุนแรงราวกับกำลังลงโทษเธอ

“ขี้หึงแบบนี้ ทำไมถึงยังยอมให้กี้เป็นนักแสดงล่ะค่ะ” พอผละปากออกจากกันวิสกี้ก็ถามเขาขึ้นด้วยน้ำเสียงยั่วยวน และสายตาที่แสนจะเชิญชวน

“ถ้ามันเป็นสิ่งที่กี้รัก พี่ก็ไม่อยากเป็นคนที่ขวางอนาคตกี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป