บทที่ 1 คนครอบครองใจ
CHAPTER 01 คนครอบครองใจ
บรรยากาศหน้าร้อนยามเช้าในเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านสีขาวลงมากระทบเปลือกตาของคนตัวเล็กที่นอนหลับพริ้มคล้ายต้องการปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากภวังค์
หลินหลินค่อยๆ ลืมตาช้าๆ ให้ปรับรับแสงในวันใหม่ จากนั้นก็คิดขยับตัวเปลี่ยนท่าหวังให้คลายจากความเมื่อยล้า ทว่าแค่เอียงตัวเพียงนิดกลับปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง
“อ๊ะ” เธอส่งเสียงออกมาเบาๆ เจ็บแปลบ ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนฉายชัดเข้ามาในหัว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าตัวเองกลับไม่เคยชินเสียที
คนตัวเล็กกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ประกายความวูบไหวก็ค่อยๆ เคลื่อนถาโถม
อีกแล้ว…เขาไม่อยู่อีกแล้ว
หลินหลินเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ ตรวจเช็กว่าอีกฝ่ายได้ส่งข้อความเอาไว้บ้างไหม ทว่ามันกลับว่างเปล่า ไร้วี่แววการเอาใจใส่จากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี
น้ำตาเม็ดใสหยดร่วงลงมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หลินหลินไม่ได้อยากร้องไห้ และที่ต้องมาเจ็บแบบนี้ก็เพราะตัวเธอเอง เธอยอมที่จะอยู่ข้างๆ เขา แม้ว่าเขาจะชัดเจนตั้งแต่แรก
‘ฉันไม่มีทางรักเธอ และที่ทำก็เพราะสนองให้ในสิ่งที่เธอต้องการ’
…ใจกล้าหน้าด้านอยู่ข้างๆ เขา ตอนนี้ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะมานั่งคร่ำครวญเสียใจเพื่อทำไม มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก
หลินหลินรีบปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่พึ่งได้วางลงไปบนที่นอนเพียงครู่ รีบหยิบมันขึ้นมา หน้าจอโชว์ให้เห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนสนิท กดรับนำขึ้นมาแนบหู
“ว่าไงเฟย์” พยายามกรอกเสียงให้นิ่ง ปกปิดไม่ให้เพื่อนของตัวเองรู้ว่าพึ่งจะร้องไห้มาหมาดๆ
(ใกล้ถึงมอหรือยัง)
“ยังอยู่บนที่นอนอยู่เลย” ลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้มีเรียนเช้า อย่างว่าเธอระบมเสียขนาดนี้จะลุกยังไงไหว ต้องโทษฉัตรเดชานั่นแหละที่รังแกกันจนเกือบรุ่งสาง ทั้งที่เตือนแล้วว่ามีเรียน
(อีกแล้วนะหลิน)
“เจอกันตอนบ่ายนะ ฝากจดที่อาจารย์สอนด้วย”
(เฮ้ย เอางั้นจริงดิ ใกล้สอบแล้วนะ)
“อือ ไม่ทันจริงๆ” หากรีบไปก็คงจะทัน แต่เธอคงไม่แบกสังขารไปทั้งอย่างนี้ เฟย์นิสน่ะสังเกตเก่งจะตาย นี่ก็เปรยๆ ถามตลอดว่าช่วงนี้ทำไมแปลกไป ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน
(ยอมก็ได้ แต่คราวหลังห้ามทำอีก) ตอนแรกเพื่อนก็มีท่าทีโอดครวญเพราะกลัวว่าเธอนั้นจะขาดเรียนบ่อยไป ทว่าก็ต้องจำใจเพราะหลินหลินบอกว่าวันนี้ปวดหัวอยากนอนพักอีกสักหน่อย
เมื่อวางสายจากเพื่อนรักเรียบร้อยเธอจึงพยุงตัวเอง เดินไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูตรงเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย
“คนใจร้าย” คิดถึงภาพการร่วมรักที่ดิบเถื่อนเมื่อคืนก็น่าบ่นเขาอยู่หรอก สำหรับฉัตรเดชาเขาไม่เคยออมมือเรื่องนี้เลยสักครั้ง
จะว่าไปก็คิดถึงเมื่อก่อน…เฮียลี่ที่เธอเคยรู้จัก น่ารัก อบอุ่น แตกต่างจากตอนนี้ที่เฉยชาและมักจะทำหน้าไร้ความรู้สึกใส่กัน
เป็นอย่างนั้นตั้งแต่ก่อนแต่งงาน
หลินหลินรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านนอก ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วที่ได้เป็นนักศึกษา อีกไม่นานหลินหลินก็เรียนจบอย่างที่หวัง
เมื่อใกล้เวลาหลินหลินนั่งแท็กซี่มาลงที่มหาลัย ยกมือขึ้นมองนาฬิกา อีกนานกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียนคาบบ่าย เธอรีบตรงไปยังม้าหินอ่อนข้างตึกคณะ ตรงนี้เป็นที่ประจำที่เธอกับเพื่อนมักจะมานั่งเล่นก่อนเข้าเรียนเสมอ
“เฟย์ กินไรหรือยัง” เมื่อเดินตรงมาหาเพื่อนแล้วหย่อนตัวนั่ง ถามคำถามประจำ
“เรียบร้อย หลินอะ”
“กินขนมไปหน่อย” ขนมที่ตุนไว้ฮีลใจในตู้เย็นบ้านของเธอกับเฮีย
“ช่วงนี้มีแฟนเหรอ” ไม่รู้ว่านี่คือคำถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วในเดือนนี้ และทุกครั้งหลินหลินก็ตอบโดยเลือกที่จะปฏิเสธเสมอ
“จะมีได้ไง ใครจะมาจีบ” ไม่ได้โกหก เธอนั้นไม่มีแฟนจริงๆ ส่วนเฮียลี่น่ะต่อให้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่นับหรอก เป็นแฟนก็ต้องรักกัน เธอรักเฮียลี่ส่วนเฮียลี่ไม่เคยคิดที่จะรัก
“หลินดูแปลกไปนะ ขาดเรียนบ่อย แถมช่วงนี้ชวนไปไหนก็ไม่ไป แอบมีแฟนแน่ๆ เลย” ว่าจบก็คว้าหมับที่แขนของเพื่อนเขย่าเร่งเร้าเอาคำตอบ “บอกมาเลย”
“ไม่มีจริงๆ “ ฉีกยิ้มพยายามทำตัวให้แนบเนียน จนเมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมบอก เฟย์นิสเลยท้อใจที่จะถาม
“พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน จะได้ช่วยสแกน” รู้ดีว่าอีกคนนั้นห่วงเธอมากแค่ไหน ขอให้ได้สถานะนอกจากเมียระบายความใคร่จากเขาก่อนก็แล้วกัน จะไม่ปกปิดอะไรเลย
“แล้วหลังเลิกเรียนหลินมีไปไหนไหม”
“น่าจะกลับบ้านเลย”
“เรารู้จักกันมาตั้งสี่ปีแล้ว ยังไม่เคยไปบ้านหลินเลยเนอะ” น้ำเสียงติดน้อยใจเล็กๆ หลินหลินไปบ้านเธอบ่อย เพราะพ่อและแม่ของเธอชักชวนให้ไป มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าท่านอยากได้หลินหลินเป็นลูกสะใภ้ ยัดเยียดพี่ชายของเธอให้ขนาดนั้น
“หลินเกรงใจคุณลุงคุณป้า เอ่อ…เฮียลี่ด้วย” ตอนแรกเธออยู่บ้านใหญ่ อาศัยบ้านเฮียลี่มาตั้งแต่เด็กเพราะแม่ของเขารับอุปการะ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ย้ายออกมาอยู่อีกหลังกับเขาเพียงสองคน
“แล้วเฮียลี่ เขามีเมียหรือยัง” เฟย์นิสจำได้ว่าหลินหลินเคยเล่า คนที่ไม่ชอบให้พาใครเข้าบ้านน่ะคือเขาเลย เขาดุแถมยังใจร้ายกับเพื่อนสนิทของเธอ เคยเจอครั้งหนึ่งทำหน้าอย่างกับจะกินหัวหลินหลินอย่างไรอย่างนั้น หล่อเสียเปล่า ยิ้มบ้างก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง
“เอ่อ…มีแล้ว”
“งั้นเมียเขาก็อยู่ที่บ้านใหญ่ด้วยใช่ปะ หลินบอกคนเยอะไม่ใช่เหรอ อึดอัดแทน” เฟย์นิสยกมือขึ้นมากุมขมับทำท่าหนักใจ
“ก็…ไม่อึดอัดหรอก”
