บทที่ 2 เกรงใจ
“เป็นเฟย์อยู่ไม่ได้แน่ หรือนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หลินปวดหัวบ่อย” ต้องใช่แน่ๆ เพื่อนของเธอน่ะปวดหัวบ่อยมากๆ น่าจะเป็นเพราะความวุ่นวายภายในบ้าน “ย้ายออกมาไหม”
“ฮะ” เธออยากจะบอกความจริงว่าตอนนี้ก็ย้ายออกมาใหม่ได้สองเดือนแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวความลับที่ว่าเธอและเฮียแต่งงานกันแล้วนั้นจะหลุดออกไป เฮียลี่น่ะกำชับเอาไว้ว่าไม่ต้องการให้ใครรู้นอกจากคนในบ้าน
“เฟย์ยังออกมาอยู่คอนโดบ้างตอนที่เบื่อบ้านเลย เฟย์ว่าถ้าหลินออกมาบ้างจะสบายใจขึ้นนะ”
“เราไม่มีเงินมากแบบเฟย์หรอกนะ” เรื่องนี้ต้องโทษพ่อของเธอเลยที่ทำให้ลูกสาวเหมือนคนถังแตก ถึงแม่ทุกวันนี้พ่อแม่ของฉัตรเดชาจะตามใจให้ใช้เงินได้ไม่จำกัดแต่เธอก็เกรงใจ
เธอพึงระลึกเสมอว่าท่านคือผู้มีพระคุณไม่ใช่คนที่เธอจะไปผลาญเงิน
“ย้ายมาอยู่กับเฟย์ไหมล่ะ”
“ไม่เอา เกรงใจ” เป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอไม่อยากรบกวน ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม หากอยากช่วยกันจริงๆ เอาไว้ให้ช่วยตอนที่เธอหย่ากับฉัตรเดชาดีกว่า
“แบบนี้ทุกทีเลย หลินก็เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ยู่หน้าใส่เล็กๆ กอดอก “ว่าแต่หลินจะไปบ้านเฟย์เมื่อไหร่ นี่พ่อแม่ก็บ่นคิดถึงหลินอีกแล้วเนี่ย”
“อีกไม่กี่วันหรอก ขอทำงานอาจารย์ไก่เสร็จก่อนนะ”
“ได้ ว่างเมื่อไหร่ก็บอก ยินดีต้อนรับเสมอ”
“อื้ม แต่ตอนนี้เราไปเรียนกันเถอะ ใกล้เวลาแล้ว” ทั้งสองคนเก็บของ จากนั้นเดินเข้าตึกเรียน ใช้เวลาเรียนไปสักพักเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นมาในตอนที่หลินๆ กำลังตั้งใจเรียนอย่างใจจดใจจ่อ มือเล็กรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็พบว่าเป็นข้อความจากคนที่เธอกำลังรอเขาส่งมาทั้งวัน
เฮีย : เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวไปรับ วันนี้จะต้องไปบ้านป๊าม้า
ตอนแรกก็คิดว่าเขามีอะไร เรื่องนี้เฮียลี่บอกหลินหลินเอาไว้แล้วว่าจะต้องไปบ้านพ่อและแม่ของเขา กินระยะเวลามาเกือบสองเดือนแล้วที่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน ท่านทั้งสองคงจะคิดถึงมาก ก็อย่างว่าแม่ของฉัตรเดชานั้นรับเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก ตัวติดกันแจไม่ห่าง
หลินหลิน : ไม่เป็นไรค่ะหลินกลับเองได้
เธอจะให้เขามารับที่มหาวิทยาลัยไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นความลับที่ปิดบังเพื่อนสนิทของตัวเองเอาไว้ แตกแน่ๆ
“หลินเป็นไรปะเนี่ยสีหน้าไม่ดีเลย”
“เปล่าไม่มีอะไร” บอกเพื่อนแค่นั้น แล้วก็รีบจัดการนำโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า หันกลับไปตั้งใจเรียนต่อ พยายามจดตามสิ่งที่อาจารย์บอก ถึงแม้ว่าจะไม่ไหวแต่ก็อดทน
ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อาจารย์พูด ถ้าไม่ตั้งใจมีหวังเธอเรียนไม่รู้เรื่องแน่ เนื่องจากกำลังกังวลว่าความลับจะแตกและรู้สึกปวดหัวจนแทบไม่มีสมาธิ
“เราเห็นหน้าซีดตั้งแต่มาถึงมอแล้วอะ” เฟย์นิสถามอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องเรียน
“แค่ปวดหัวนิดหน่อยไม่มีอะไร” ปวดหัวน่ะใช่แต่ที่พูดว่านิดหน่อยกลับตรงกันข้าม ตอนนี้เธอปวดหัวแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว
“ให้ไปส่งไหม เฟย์รถมานะ”
“ไม่เป็นไรเสียเวลาวนรถไปมา เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่กลับ แป๊บเดียวถึงแล้ว” บ้านของเธอและบ้านของเฟย์นิดนั้นอยู่คนละทาง ไม่อยากให้เพื่อนจะต้องมาลำบาก อีกอย่างเธอก็ไม่ได้บอกว่าออกมาอยู่กับเฮียอีกบ้าน
“ไปส่งได้ แค่นี้เอง”
“ไม่เป็นไรหรอก กลับไปนอนพักก็หายเป็นปกติแล้ว”
“มั่นใจนะ” ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ รู้ว่าหลินหลินน่ะติดเกรงใจมากไป แต่นี่ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน ไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลย
“มั่นใจ หลินแข็งแรงจะตาย เฟย์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง มีเพื่อนคนเดียวนะ” เพื่อนรักทำสีหน้าละห้อย หลินหลินก็ได้แต่ฉีกยิ้มเบาๆ
“หลินก็มีเฟย์เป็นเพื่อนคนเดียว เพราะฉะนั้นหลินไม่อยากให้เฟย์ลำบาก” ว่าจบก็เดินอ้อมไปข้างหลังของเพื่อน จากนั้นก็หมุนตัวเธอหันหลังกลับ ดันให้เดินไปข้างหน้าเบาๆ
“ไปได้แล้วนัดที่บ้านไว้ไม่ใช่หรือไง หลินกลับเองได้”
“โอเคถึงห้องแล้วบอกด้วยนะ” ทำเสียงดุ แม้อยากไปส่งแต่อีกคนยืนกรานขนาดนั้นก็ไม่อยากขัดใจ
“ได้”
เมื่อแยกจากเพื่อนมาแล้ว หลินหลินก็ไปเรียกแท็กซี่เพื่อนั่งกลับไปยังบ้าน…บ้านของเธอกับเขาที่เป็นเรือนหอ
ใช้เวลาอยู่ประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึง หลินหลินปลดเข็มขัดพร้อมกับยื่นเงินให้คนขับ เมื่อเสร็จแล้วก็รีบตรงขึ้นบ้านเพื่อเตรียมอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบ
สำหรับเฮียลี่แล้วนัดก็ต้องเป็นนัด เธอไม่อยากช้าในตอนที่เขาบอกว่าจะไปไหน เวลาสำคัญกับเขามากๆ เพราะแบบนี้เขาถึงไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่พอคิดในอีกมุม ที่เขาไม่มีเวลาเพราะเขาไม่เคยคิดจะเจียดมันมาให้เลยต่างหาก
หลินหลินลากสังขารของตัวเองเข้ามายังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย เมื่อเสร็จก็รีบออกมาแต่งตัวเลือกชุดที่เหมาะสมในการไปเจอพ่อและแม่ของฉัตรเดชา
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นั่งรออยู่นาน เฮียลี่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที หากเธอจะงีบสักหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไร เพราะสภาพร่างกายของเธอก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน คิดได้อย่างนั้นสองเท้าเล็กก้าวตรงไปยังเตียงที่เธอและเฮียลี่ใช้ร่วมหลับนอนกันอยู่ทุกคืน
หย่อนตัวลง ห่มผ้าหลับตาเข้าสู่นิทรา หากเขามาเขาก็คงจะปลุกให้ตื่น
