บทที่ 6 อุ่นเตียง

บทที่ 6 อุ่นเตียง

ฟางซินเย่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกระทั่งริมฝีปากของเขาแตะที่ริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยน จูบแรกเริ่มด้วยความนุ่มนวล และพัฒนาไปเป็นความเร่าร้อนที่ไม่อาจควบคุมได้ ฮวาอิงหลงรู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของนาง

ฮวาอิงหลงคิดอย่างได้ใจ ทักษะการแสดงเลิฟซีนของนางมีแต่คนยกย่องว่าสมจริงแทบทั้งสิ้น ประสบการณ์ในการแสดงทำให้นางคิดอย่างย่ามใจ ฮวาอิงหลงตอบสนองจูบของเขาอย่างไม่ลดละ ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพัวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทำเอาฟางซินเย่ถึงกับสติแตกกระเจิง

มือของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปที่แก้มนวลของนาง ก่อนที่จะเลื่อนลงมาที่ลำคอและไหล่ ลุกลามไปยังหน้าอกนูนนุ่มได้รูป เขาบีบเคล้นอย่างเมามัน สัมผัสของฟางซินเย่ทำให้ฮวาอิงหลงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลอมละลายลงไปในพริบตา

"เจ้าหวานเหลือเกิน" เขากระซิบข้างหูของนาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปรารถนา นางรู้สึกถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขาที่เป่ารดใบหู

ฮวาอิงหลงยกมือโอบรอบคอของฟางซินเย่อย่างยั่วยวน สายตาฉ่ำปรือมองเขาด้วยอารมณ์ปรารถนา “หากท่านแม่ทัพพอใจ ข้ายินดีให้ท่านลิ้มรสทั้งราตรีนี้เจ้าค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนอย่างเอาใจ ทำให้ฟางซินเย่ถึงกับหัวใจกระตุกวูบ ความเคืองแค้นที่มีดับวูบลงไป หลงเหลือเพียงความต้องการครอบครองร่างบางตรงหน้าเพียงเท่านั้น

ฟางซินเย่ใช้มืออีกข้างหนึ่งโอบเอวฮวาอิงหลงเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆ โน้มตัวลงมากระซิบข้างหู "ข้าต้องการเจ้า...คุณหนูฮวา"

ฮวาอิงหลงรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดใบหู นางปิดตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกท่วมท้นเข้ามาในใจ

ฟางซินเย่เริ่มจูบที่ลำคอของนาง จูบของเขาทั้งนุ่มนวลและรุนแรงในเวลาเดียวกัน สองมือของเขาบีบเคล้นไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าจนแทบไม่เหลือบริเวณใดให้ว่างเว้น

ฮวาอิงหลงรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นของเขาที่ผ่านมาทุกส่วนของร่างกาย นางปิดตาลงและปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดท่วมท้นเข้ามา สัมผัสของเขาทำให้นางรู้สึกถึงความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน ความใกล้ชิดที่มากเกินขอบเขตที่นางเคยได้รับสัมผัสทำเอาฮวาอิงหลงถึงกับสั่นสะท้าน ความรู้สึกแปลกใหม่ถาโถมเข้ามาราวกับอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยไปในความฝันที่แสนหวาน

“อืม....” เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของฮวาอิงหลง เมื่อฟางซินเย่เริ่มลูบไล้ร่างกายของนางด้วยมือที่เต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญ

"ท่านแม่ทัพ...ได้โปรด..." ฮวาอิงหลงเพ้อออกมาอย่างลืมอาย แต่เสียงครางเบาๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง กลับทำให้รู้สึกหวานล้ำราวกับกำลังเชื้อเชิญเขาไม่หยุด

"เจ้าช่างเป็นหญิงร่านยิ่งนัก" ฟางซินเย่ไม่ปล่อยให้นางพูดต่อ เขากระซิบด้วยน้ำเสียงดูถูกอย่างยิ่ง แต่ทว่าเวลานี้ความปรารถนาเข้าครอบงำจิตใจจนเขาไม่อาจละออกจากร่างหวานนุ่มละมุนนี้ไปได้

ฮวาอิงหลงรู้สึกถึงความสุขที่ไม่สามารถบรรยายออกได้ ความรัญจวนทำให้นางหมดสิ้นความยั้งคิด ฮวาอิงหลงเพียงต้องการเติมเต็มความปรารถนาที่ร่างกายเรียกร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว

ฟางซินเย่ค่อย ๆ กดแท่งร้อนที่แข็งชันลงที่ร่างกายของนาง ความคับแน่นและกระตุกเกร็งทำเอาเขาถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน ก่อนจะกดแทงลงไปในคราวเดียวจนมิดด้าม

“อ๊ะ...ปล่อยข้า...ข้าเจ็บ...” ฮวาอิงหลงชะงักก่อนจะร้องออกมาเมื่อความเจ็บแปลบแทรกซึมไปทั่วร่างราวกับฉีกนางออกเป็นชิ้น ๆ

ฮวาอิงหลงแม้จะไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสา แต่ทว่านางกลับไม่เคยคิดว่าครั้งแรกจะเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ มือบางดันร่างหนาออกจากตัวอย่างอัตโนมัติ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ทำให้ร่างหนาขยับเขยื้อนออกไปจากตนได้ ฮวาอิงหลงกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลซึมออกจากปลายหางตาด้วยความเจ็บปวด

“สายไปแล้ว...คุณหนูฮวา” ฟางซินเย่เม้มปากแน่น เขายิ้มยกขึ้นมาอย่างภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกที่ครอบครองนาง หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยดูแคลนเขาว่าเป็นคนไร้หัวนอนปลายเท้า สายตาที่ฉายแววรังเกียจที่จ้องมองเขาซึ่งเป็นเด็กกำพร้ายากจนยังคงติดตรึงในใจเขาอย่างไม่รู้คลาย บัดนี้ร่างบางกลับนอนสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่งของเขาอย่างศิโรราบ ทำให้ฟางซินเย่รู้สึกสมใจเป็นอย่างยิ่ง

ร่างหนาสะกดกลั้นตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้นางเจ็บปวดมากไปกว่านี้ ภายในกระตุกรอดรัดเขาแน่น จนเขาแทบหายใจไม่ออก ฟางซินเย่พยายามข่มใจเอาไว้เพื่อไม่ให้ตนเองถึงฝั่งฝันเร็วกว่าเหตุ ริมฝีปากก้มจูบริมฝีปากบางอีกครั้งอย่างเรียกร้องอ่อนโยน มือใหญ่ลูบไล้บีบเคล้นไปที่อกอวบนุ่มเพื่อให้นางผ่อนคลายลง

ฮวาอิงหลงรู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของนาง ร่างกายเริ่มปรับตัวรับกับแท่งร้อนที่เบียดแน่นอยู่ภายในตัวนาง ความเจ็บปวดค่อยๆ คลายลงไปแทนที่ด้วยความวาบหวิวและเสียวซ่าน สัมผัสที่ทำให้หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นราวกับกำลังจะระเบิดออกมา ฮวาอิงหลงเริ่มบิดตัวขยับรับแท่งร้อนอย่างโหยหา ร่างบางบดเบียดเข้าหาร่างแกร่งอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อฟางซินเย่เห็นว่าฮวาอิงหลงเริ่มปรับตัวได้แล้ว เขาก็ไม่รอช้าอีก ฟางซินเย่ยกกายขึ้นเล็กน้อยก่อนกดสะโพกลงไปอีกครั้ง ร่างหนาตอกตรึงร่างบางเอาไว้สร้างความเสียวซ่านจนฮวาอิงหลงถึงกับจิกเล็บลงบนบ่ากว้างอย่างลืมตัว

“ท่านแม่ทัพ...ข้าเสียว” ฮวาอิงหลงครางออกมาเมื่อแท่งร้อนตอกลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้แท่งร้อนกดลึกจนนางถึงกับสะดุ้งเฮือก ร่างบางแอ่นตัวเกร็งรับสัมผัสที่กระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างเร่งเร้า

“เจ้า...” ฟางซินเย่ครางออกมา เล็บที่จิกลงไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เขาแม้แต่น้อยแต่กลับเพิ่มความวาบไหวจนร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความรัญจวน

ฟางซินเย่โถมกระหน่ำ กระแทกกระทั้นร่างบางอย่างเอาแต่ใจ “เจ้าช่างเป็นหญิงร่านจริงๆ” เขาพึมพำออกมาเมื่อร่างบางตอบสนองสัมผัสของเขาไม่หยุด ยิ่งเขาตอกอัดร่างลงไป ฮวาอิงหลงก็แอ่นรับสัมผัสอย่างได้จังหวะ ยิ่งทำให้อารมณ์รักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี

เมื่อความรู้สึกท่วมท้นถึงจุดสูงสุด ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ฮวาอิงหลงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยไปในความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุด นางรับรู้ความสุขที่ยากเกินบรรยาย เสียงครางของนางและเสียงหายใจของเขาผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

ฟางซินเย่ฟุบตัวลงตรงหน้าอกของฮวาอิงหลงอย่างหมดแรง ลมหายใจเป่าร้อนรดผิวกายที่เกิดร่องรอยแดงจ้ำเป็นด่างดวงจากการฝากรักของเขาไปทั่วบริเวณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป