บทที่ 8 ออดอ้อน

บทที่ 8 ออดอ้อน

ฟางซินเย่ยังคงนอนนิ่งอย่างกำลังใช้ความคิด ฮวาอิงหลงหันไปมองเขาด้วยความครุ่นคิดเช่นเดียวกัน หลังจากนางยอมพลีกายให้เขาเชยชมจนสมใจ ทว่าท่าทีของเขากลับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เขาดูไม่ได้ยินดียินร้ายกับนางอีกเลย

ฮวาอิงหลงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นางไม่มีวันยอมแพ้เป็นแน่ ดาราสาวสวยอย่างนางจะยอมให้เขาเด็ดดมแล้วทิ้งขว้างได้อย่างไรกัน

ฮวาอิงหลงพลิกกายพร้อมยกมือขึ้นโอบกอดร่างหนา ใบหน้าแนบชิดไปที่แผงอกใหญ่อย่างออดอ้อน มือเรียวบางเลื่อนไล้ไปตามหน้าอกอย่างเอาใจ

“ท่านแม่ทัพ อิงเอ๋อร์รับใช้ท่านได้ดีหรือไม่” ฮวาอิงหลงพูดเสียงหวานออกมาพร้อมส่งสายตาเว้าวอน

ฟางซินเย่หรี่ตามองฮวาอิงหลงอย่างพิเคราะห์อีกหน “ข้าก็อยากจะรู้นักว่าเจ้าจะมาไม้ไหนกันแน่” เขาได้แต่คิดในใจพร้อมแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“เจ้าคิดว่าข้าควรพอใจหรือไม่” ฟางซินเย่ถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกระชับร่างบางเข้าแนบกับร่างกายของเขาอีกครั้ง

ฮวาอิงหลงถึงกับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าหงุดหงิดเช่นนี้ ก่อนจะปรับสีหน้ายิ้มหวานออกมาเท่าที่นางจะยิ้มได้ “ท่านแม่ทัพช่างอารมณ์ขันนัก หากท่านพูดเช่นนี้ ข้าคงต้องขอแก้ตัวอีกสักหนแล้วกัน”

ฮวาอิงหลงไม่เพียงพูดเปล่า นางยกตัวขึ้นคร่อมฟางซินเย่อีกหน ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยดวงตาทอประกาย ฮวาอิงหลงได้แต่นึกโกรธขึ้งอยู่ในใจ หากนางต้องการพิชิตใจท่านแม่ทัพคนนี้ นางต้องลงทุนแปลงร่างเป็นแม่เสือสาวพราวเสน่ห์เลยหรืออย่างไร

ฮวาอิงหลงโน้มหน้าเข้าจุมพิตริมฝีปากบางอีกหน จูบครั้งนี้นางลงทุนยั่วเย้าอย่างหนัก บ้างก็รุกเร้ารุนแรง บ้างก็ผ่อนปรนถอยห่างออกมา ทำเอาฟางซินเย่ถึงกับครางออกมาอย่างขัดเคือง

ฮวาอิงหลงยกยิ้มขึ้นอย่างได้ที นางจูบไล้ลงตามซอกคอก่อนจะเคลื่อนลงมายังแผงอก ลิ้นร้อนเลียไล้ปุ่มปมที่แข็งนูนขึ้นมา อีกทั้งสองมือยังคงเลื่อนไล้มือบางไปตามร่างหนาไม่หยุด ปากบางยังคงครอบครองปุ่มปมข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็บีบเม้มถูไถปุ่มปมอีกข้างอย่างเป็นจังหวะ พร้อมส่งมือบางอีกข้างหนึ่งเคลื่อนลงมาถูไถแท่งร้อนที่ตอนนี้แข็งชันขึ้นมาอีกครั้ง

“อ่า...” ฟางซินเย่ถึงกับครางออกมาอย่างลืมตัว ฮวาอิงหลงรุกไล้จุดอ่อนไหวของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเขาแทบระเบิดออกมา

ฮวาอิงหลงตั้งใจรุกฆาตแม่ทัพใหญ่ตรงหน้าในคราวเดียว นางจึงเคลื่อนกายลงต่ำ ริมฝีปากยังคงลากไล้ตามร่างบางไม่หยุด ไล่จากแผงอกเคลื่อนลงมาตรงหน้าท้องหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายลงมาหยุดตรงแท่งร้อน ฮวาอิงหลงปรายตาขึ้นมองฟางซินเย่อีกครั้ง ก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนแท่งร้อนอย่างแผ่วเบา ลิ้นร้อนเลียวนไปมา สลับกับดูดกลืนเข้าไปปาก มือบางลูบไล้ต้นขาอย่างเป็นจังหวะสอดรับกัน

“อ่า...เจ้า...” ฟางซินเย่ถึงกับกัดริมฝีปากแน่น เสียงครางดังลอดออกมาจากไรฟัน เขาเสียวซ่านไปกับสัมผัสอันวาบหวามที่ฮวาอิงหลงปรนเปรอให้ไม่หยุด มือใหญ่ดึงรั้งร่างบางขึ้นมาอย่างไม่อาจข่มกลั้น

ฮวาอิงหลงเคลื่อนตัวขึ้นตามมือหนาพร้อมบดเบียดร่างบางเข้าหาเขาอย่างแนบชิด “ท่านแม่ทัพ ต้องการข้าหรือไม่” ฮวาอิงหลงกระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงหวานล้ำ

“เจ้ามันปีศาจชัดๆ” ฟางซินเย่คำรามออกมาพร้อมมองหน้าฮวาอิงหลงด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ฮวาอิงหลงยังคงยิ้มหวานให้ฟางซินเย่อย่างถือเป็นคำชมเชย นางกดร่างเข้ากับแก่นกายของเขาจนเนื้อประสานกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว

“อ๊ะ...” ฮวาอิงหลงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาจากความไม่คุ้นชิน นางกัดริมฝีปากแน่นอย่างต้องการข่มความเจ็บปวดที่มี ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายเคลื่อนขึ้นเคลื่อนลงเป็นจังหวะ

มือหนาของฟางซินเย่กอบกุมสะโพกบางไว้แน่น ร่างหนาหยัดกายขึ้นรับ พร้อมบังคับโยกคลึงร่างบางไปตามแรงกระแทกกระทั้น อารมณ์รักพุ่งทะยานทำให้เขาเร่งจังหวะโยกโคลนอย่างเอาแต่ใจ

“อ่า...ท่านแม่ทัพ...ข้าเสียว” ฮวาอิงหลงครางกระเส่า เมื่อจังหวะสอดประสานรุนแรงจนเกินกว่าที่นางจะควบคุม

“คุณหนูฮวา...ข้าใกล้แล้ว...อ๊ะ...” ฟางซินเย่ครางออกมาเมื่อเข้าใกล้จุดสูงสุด เขายกร่างบางขึ้น พร้อมกดกระแทกลงมาเข้าหาตัวเขาอีกครั้ง

“อ่า....” ทั้งสองร้องครางเสียงระงมเมื่อทั้งคู่แตะขอบรักสูงสุด น้ำขุ่นขาวพุ่งเข้าร่างบางจนเอ่อล้นออกมา

ฮวาอิงหลงซบกายลงบนลำตัวของฟางซินเย่อย่างเหนื่อยอ่อน นางหายใจหอบถี่อย่างคนกำลังขาดอากาศหายใจ

ฟางซินเย่ถอนหายใจออกมาเมื่อเขาถูกฮวาอิงหลงล่อลวงจนถึงฝั่งฝัน เขามองหน้าฮวาอิงหลงอย่างยากที่จะเข้าใจ

ความหวานชื่นที่นางมอบให้ทำเอาเขาแทบเป็นบ้าไปเสียได้ แต่ความโกรธเคืองในใจที่ยังคงติดตรึงก็ทำให้เขาไม่อาจยอมใจอ่อนให้นางได้เช่นกัน

ฮวาอิงหลงขยับกายลงนอนด้านข้างฟางซินเย่ ร่างบางก็ยังคงโผเข้ากอดเขาไว้แน่น “ท่านแม่ทัพ อิงเอ๋อร์ปรนนิบัติท่านเช่นนี้ ท่านพอใจหรือไม่เจ้าคะ” ฮวาอิงหลงรีบออดอ้อนเอาใจเขาอย่างหนัก นางต้องรีบชิงรุกก่อนที่อารมณ์ใคร่จะดับลง

ฟางซินเย่หรี่ตามองนางก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “นับว่าไม่เลวทีเดียว คืนนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”

คำพูดของฟางซินเย่ ทำเอาฮวาอิงหลงถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตนเอง นางลงทุนลงแรงขนาดนี้ เขายังไม่ใจอ่อนให้นางอีก หากพ้นคืนนี้ไปใช่ว่านางจะมีโอกาสอีกเสียเมื่อไหร่กัน

ฮวาอิงหลงพยักหน้าพร้อมตีสีหน้าเศร้าสร้อย นางค่อยๆ ขยับกายลุกด้วยท่าทางที่ยากลำบาก มือน้อยค่อยๆ บรรจงคลุมเสื้อไว้แนบกายด้วยมือที่สั่นเทา

“เช่นนั้นท่านแม่ทัพโปรดพักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ” ฮวาอิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอที่สองตาแต่ควบคุมไม่ให้ไหลออกมาจนดูน่ารังเกียจ

ฮวาอิงหลงค่อยๆ ลุกจากเตียงด้วยท่าทางอ่อนแรง นางเดินออกไปได้เพียงสองสามก้าวก็ล้มพับลงกับพื้นอย่างน่าสงสาร

ฟางซินเย่ที่จ้องมองฮวาอิงหลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นนางล้มลงกับพื้น เขาก็ตื่นตกใจ ฟางซินเย่รีบตรงเข้าพยุงร่างบางเอาไว้ “เจ้าเป็นอะไร” เขาถามขึ้นมาด้วยความตระหนก

ฮวาอิงหลงปรายตาขึ้นมองหน้าฟางซินเย่ น้ำตาหยดลงจากปรายหางตาอย่างได้จังหวะพอดิบพอดี “ท่านแม่ทัพเคี่ยวกรำข้า จนแข้งขาข้าล้าไปหมดเจ้าค่ะ” นางหลุบตาต่ำพร้อมแสดงสีหน้าน้อยใจอย่างที่สุด

ฟางซินเย่ถึงกับกระแอมออกมาด้วยความกระดากใจ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นแนบอก พร้อมเดินกลับมายังเตียงนอนอีกครั้ง เขาค่อยๆ บรรจงวางร่างบางลงนอนราบอย่างแผ่วเบา “เช่นนั้นคืนนี้เจ้าก็นอนที่นี่แล้วกัน”

ฟางซินเย่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เต็มปาก เขาล้มตัวลงนอนพร้อมหันหลังให้ฮวาอิงหลงในทันที

ฮวาอิงหลงมองปฏิกิริยาดังกล่าวอย่างรู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก นางผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะโผกายเข้าสวมกอดร่างหนาจากทางด้านหลัง “ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เมตตาเจ้าค่ะ” ฮวาอิงหลงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยล้าในที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป